ชีวิตใหม่! สาวใหญ่ลาออกจากงานเงินเดือน 3 หมื่น ไปทำไร่ได้เงินวันละ 4 พันแทน

อดีตพนักงานบริษัทเอกชนอยู่กทม. ได้เงินเดือนกว่า 3 หมื่น แต่ต้องกินยานอนหลับทุกคืน ตัดสินใจกลับบ้านมาทำไร่สตรอเบอร์รี่พืชสุดฮิต ปลูกแบบปลอดสารแห่งแรกของอุตรดิตถ์ เปิดรับนักท่องเที่ยว ขายผลผลิต-ผลิตภัณฑ์ ฟันเงินสูงสุดวันละ 4 พันบาท

วันที่ 20 มี.ค. 60 ที่ไร่ศวิญญู เลขที่ 126 หมู่ 11 บ้านนาช้างโทน ต.ฟากท่า อ.ฟากท่า จ.อุตรดิตถ์ มีนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางเข้าชม และชิมผลสตรอเบอร์รี่ที่เปิดให้เก็บรับประทานสดๆ จากต้นได้เอง นักท่องเที่ยวบางส่วนก็เลือกไปนั่งหลบแดดดื่มน้ำสตรอเบอร์รี่ปั่นและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สตรอเบอร์รี่แปรรูป เช่น แยมสตรอเบอร์รี่ ที่ร้านค้าภายในไร่

นางสุธิณี สิงห์ดา อายุ 44 ปี อดีตพนักงานบัญชี บริษัทเอกชนในกรุงเทพมหานคร เจ้าของไร่ศวิญญูซึ่งตั้งตามชื่อลูกชายคนเดียววัย 19 ปี เล่าว่า สตรอเบอร์รี่ในไร่เป็นสายพันธุ์พระราชทาน 80 ซึ่งตนนำมาทดลองปลูกเมื่อ 3 ปีที่แล้วเป็นไร่แรกของจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยใช้ปุ๋ยชีวภาพในการบำรุง และใช้น้ำหมักไล่แมลง ไม่ใช้สารเคมีโดยสิ้นเชิง ช่วงนี้เป็นช่วงปลายฤดูเก็บเกี่ยวผลสตรอเบอร์รี่แล้วผลผลิตจึงน้อยและลูกเล็กกว่าช่วงต้นฤดูในเดือนมกราคม แต่รสชาติยังหวานชื่นใจและไร้สารเคมี ทำให้ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว เข้ามาเที่ยวชมและซื้อสตรอเบอร์รี่กันอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดให้ลูกค้าได้เก็บผลผลิตเอง ราคากิโลกรัมละ 300–400 บาทตามขนาดของผลผลิตในแต่ละช่วง โดยช่วงที่ผลผลิตออกมากๆ มีรายได้ถึงวันละ 4,000 บาท แต่ช่วงนี้ลดลงเหลือวันละประมาณ 1,000 บาท เมื่อปลายปีที่ผ่านมาจึงตัดสินใจลาออกจากงานบริษัทในกรุงเทพฯ และมาดูแลไร่อย่างเต็มตัว

“นอกจากสตรอเบอร์รี่ 2 ไร่ ยังปลูกพืชอื่นตามแนวเกษตรผสมผสานของในหลวง รัชกาลที่ 9 ทั้งมัลเบอร์รี่ น้อยหน่า สับปะรด กล้วย เสาวรส และฝรั่ง ประสบความสำเร็จเกินคาด ลูกค้าให้การตอบรับดี เพราะปลอดสารพิษ รสชาติอร่อย เนื่องจากดินดี กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ของ อ.ฟากท่า นอกจากนี้ยังแบ่งพื้นที่ทำโฮมสเตย์อีก 4 หลังด้วย ทำให้มีรายได้หมุนเวียนตลอดทั้งปี ที่สำคัญคือได้ความสบายใจ จากเดิมที่ทำงานบริษัท ได้เงินเดือน 32,000 บาท แต่เครียดมาก จนต้องกินยานอนหลับแทบทุกคืน” นางสุธิณี กล่าวด้วยรอยยิ้ม.

แสดงความคิดเห็น