โจอี้ บาซู เปิดใจ! เป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว เมียตายด้วยโรคหัวใจ (ชมคลิป)

เรียกได้ว่าเป็นอดีตศิลปินที่มีชื่อเสียงโด่งดังในยุค 90' เลยก็ว่าได้!! ไม่มีใครไม่รู้จัก "โจอี้ บาซู" ซึ่งทุกวันนี้ได้ผันตัวมาเป็นนักธุรกิจ เปิดบริษัทผลิตคอสเมติกและยังเป็นประธานบริษัทที่ประเทศเกาหลีอีกด้วย

ล่าสุด “โจอี้” เปิดใจ!! ถึงชีวิตครอบครัวที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ในรายการคุยเช้า Show ว่าตนเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว ที่ต้องเลี้ยงลูกตามลำพังถึง 5 คน ส่วนภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากนั้น ได้เสียชีวิตไปแล้ว

 

ซึ่ง “โจอี้” ก็เผยว่า “มีลูก 5 คนจริงๆ เป็นลูกบุญธรรม 4 คน และลูกตัวเอง 1 คน อายุ 18 แล้วครับ ชื่อน้องณัชชา ซึ่งแต่ละคนจะมีที่มาแตกต่างกันไป สาเหตุที่รับอุปการะเด็ก 4 คน เริ่มจากความเป็นพี่น้อง เป็นเพื่อน เรารู้จักกัน แล้วบางทีน้องๆ ที่เค้ามีปัญหาครอบครัว เราไม่รู้จะช่วยยังไง เลยช่วยได้เท่านี้ ผมไปเซ็นเป็นพ่อ อุ้มออกมาจากโรงพยาบาลเลย ถูกต้องตามกฎหมาย

ส่วนลูกสาวคนโต มีก่อนเป็นบาซูอีก จริงๆ ผมเป็นคนที่ไม่เคยปิด แต่ไม่มีใครเคยถามเลย เพราะไปไหนมาไหนก็ไปด้วยกันตลอด แฟนคลับที่สนิทก็รู้ ถามว่าหวงลูกสาวมั้ย ก็หวงในสิ่งที่อยู่ในกรอบ ถ้านอกกรอบเราก็จะสอนให้เค้ารู้วิธีว่าเค้าจะรับผิดชอบยังไง ด้านลูกสาวเข้าใจกับการที่เรามีน้องๆ บุญธรรมมาอีก 4 คน บอกสิ่งสำคัญคือเราสอนเค้าตั้งแต่เด็ก ในเรื่องที่ควรจะมี นั่นก็คือจิตสำนึกที่ดีที่ควรจะมี ถ้าคุณมีในส่วนนี้คุณจะลืมเรื่องที่เป็นลบทั้งหมด ผมไม่อยากให้เค้ามาเป็นเหมือนเรา เราอาจจะมีปมเล็กๆ ในวัยเด็ก อาจจะเป็นเรื่องผิว เรื่องความกำพร้า ถามว่าคิดจะตามหาพ่อมั้ย มันไม่มีผล เพราะการตามหามันมีแค่ 2 คำ ซึ่งถ้าเป็นวัฒนธรรมไทย เราไม่มีตรงนี้

สูญเสียภรรยาเมื่อปีที่แล้ว เกิดอะไรขึ้น? “เป็นโรคประจำตัว โรคหัวใจครับ ความจริงเค้าเป็นมานานแล้ว เราทำบริษัทที่เกี่ยวกับอาหารเสริม คอสเมติก ทำสบู่ แล้วแฟนผมเป็นคนดูแล การที่เราทำพวกโรงงานหรือผลิตแบบนี้ มันจะต้องมีการเทสสินค้า ลูกค้ามีเป็นร้อยเจ้า แฟนผมเค้าจะเป็นคนที่ลองเทสเอง ที่จริงเรามีฝ่ายเทส ฝ่ายดูแล แต่ด้วยความที่เค้าจะต้องเอารายละเอียดไปคุยกับลูกค้า เค้าจะต้องเป็นคนเทสเอง เราจะพลาดไม่ได้เลย”

จากการที่ภรรยาป่วย คุณหมอเตือนบ้างไหม ว่าเกิดจากการเทสสินค้า?​ “คุณหมอเค้าจะไม่รู้เลย เพราะเวลาเค้าวินิจฉัยโรค เค้าจะดูที่ตัวคนก่อน ยังไม่ได้ลงลึกถึงสาเหตุ และอีกอย่างเราก็บอกหมอไม่ได้ด้วยว่า ตัวไหนคือสาเหตุ เพราะสินค้ามีหลายตัวมาก”

ตอนที่ภรรยาเริ่มป่วย เริ่มไปหาหมอ จนสุดท้ายที่อยู่ด้วยกันนานไหม? ​“ช่วงแรกๆ ไปๆกลับๆ เพราะว่าเราต้องไปเช็คร่างกายต่อเนื่อง พอสุดท้ายเค้าไป เค้าก็ไปเลยกะทันหัน หัวใจหยุดเต้น ผมก็อยู่ คุณหมอก็พยายามช่วย ปั๊มหัวใจแล้วฟื้นมาประมาณครึ่งชั่วโมง เราก็ได้มีโอกาสคุยกันจนถึงวินาทีสุดท้าย”

คิดไหมว่านี่อาจจะเป็นช่วงเวลานาทีสุดท้าย? “เราก็พยายามให้กำลังใจให้เค้าอดทนสู้นะ สิ่งที่เค้าพูดกับเราก็คือฝากดูแลลูก ซึ่งเราก็ไม่รู้จะทำยังไง”

วินาทีที่ใกล้จะครบครึ่งชั่วโมง เรารู้สึกยังไง? “คุณหมอบอกว่าให้เปิดชิณบัญชรให้เค้าฟัง ซึ่งผมก็เปิดนะครับ แต่เปิดได้ไม่นานแล้วแบตโทรศัพท์หมด แล้วเค้าก็ไปเลย ผมทำได้แค่นั้นจริงๆ สิ่งที่คิดจุดแรกก็คือรับไม่ได้ เราก็อยู่กับลูกสองคน พยายามคุยกับเค้าว่า เราคงใช้ความเข้มแข็งไม่พอ”

หยุดการทำงานไป 2 เดือน? “ครับ มันนึกไม่ออกจริงๆ ว่าจะทำอะไรต่อ แล้วมันมีมรสุมทุกอย่างตามมา พอไม่มีเค้าอยู่ดูบริษัทแล้ว ลูกค้าก็เปลี่ยนพฤติกรรม ชิ่งออกไปเป็นร้อย แล้วเรื่องประกันยิบย่อยอีกเยอะ”

ความจริงทำงานอะไรอยู่? “(ยิ้ม) ผมเป็นประธานบอร์ด เซาท์ อีส เอเชีย ของบริษัท เวิล์ด วีเทค ที่เกาหลีครับ ก็พัฒนาซอฟท์แวร์อยู่ที่โน่น ดูแล 57 ประเทศ บินไปกลับเมืองไทยตลอด ทำงานมา 12 ปีแล้วครับ เอาจริงๆ เราไม่ได้ชื่นชอบอะไร เพราะเราไม่ได้เรียนทางด้านวิศวะมา แต่ว่าเราไปเกิดไอเดียตรงโปรดักส์ที่เค้าเอามาพรีเซ้นท์เราตอนแรก ด้วยอาชีพที่ผมเคยทำแต่ก่อน ก็คืองานอีเว้นท์ คราวนี้เราก็คิดว่ามันน่าจะทำอะไรได้มากกว่านี้ เลยเอานั่งคุยกัน และศึกษากันมาตลอด”

แล้วตอนนี้บริษัทยังอยู่ไหม?​ “ยังอยู่ครับ ผมดึงกลับมาแล้วมาทำเอง”

ส่วนเรื่องข่าวที่ออกมาว่า “โจอี้ บาซู” ตกอับนั้น!! จริงๆ ให้เค้ารู้แค่นั้นพอมั้ง ไม่อยากให้รู้เยอะ

 

ขอบคุณคลิป : รายการ “คุยเช้าShow” , sanook

แสดงความคิดเห็น