เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

จากกรณี ดร.เซปิง ไชยศาสน์ ประธานโครงการศัลยกรรมความงามเฟซออฟ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรรายการโหนกระแส ทางช่อง 3

ล่าสุดวันนี้ (16 พ.ย.63) เวลา 09.00 น. ทั้งสองฝ่ายได้เดินทางมายังศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก หลังศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน และสอบคำให้การนัดแรก างฝ่ายของ หนุ่ม กรรชัย มาพร้อมกับ นายสุรเชษฐ ทองอู่ฉาง ทนายความส่วนตัว ด้าน ดร.เซปิง เดินทางมาพร้อม ทนายจำนง ไชยมงคล ซึ่ง หนุ่ม กรรชัย และนายสุรเชษฐ ทองอู่ฉาง ทนายความ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า

ศาลนัดตรวจสอบพยานและสอบคำให้การเป็นอย่างไรบ้าง?
หนุ่ม : “เลื่อนครับ พอดีว่ามีจำเลยนึงต้องมาสอบด้วย เหมือนเขาไม่ได้รับหมายเลยต้องเลื่อนออกไปวันที่ 22 กุมภาพันธ์ วันนี้ก็เลยไม่ได้ทำอะไรเลย จริงๆ ต้องมาสอบคำให้การจำเลย มาเตรียมความพร้อมในการกำหนดคดี

พอดีมีจำเลยท่านนึงอยู่ต่างประเทศ ยังเดินทางมาไม่ได้เพราะติดโควิด-19 ส่วนอีกคนอยู่เมืองไทยนี่แหละ ส่งหมายไปแต่ปรากฏว่ายังไม่ได้รับ หมายตีกลับมา ก็เลยต้องเลื่อนไป เพราะถ้าสอบนี่ต้องสอบทั้งหมด”

พยานหลักฐานที่เราเตรียมมามีอะไรบ้าง?
หนุ่ม : “วันนี้ยังไม่ถึงขั้นต้องใช้พยานหลักฐานอะไร รอขึ้นไปในชั้นสืบถึงจะเอาหลักฐาน เอาพยานออกมา ผมเองก็ค่อนข้างจะมั่นใจว่าตัวผมไม่ได้ไปหมิ่นประมาทใคร”

ศาลจะให้ไกล่เกลี่ย?
หนุ่ม : “ตรงนี้แล้วแต่ดุลยพินิจของศาล แล้วแต่ทางฝั่งของดร.เซปิง”

ได้เผชิญหน้ากับ ดร.เซปิง ได้มีการพูดคุยอะไรกันบ้าง?
หนุ่ม : “ไม่ได้คุยอะไรเลยครับ ผมเจอแก ผมก็ยกมือไหว้แก ต้องบอกก่อนว่ารายการโหนกระแส เป็นรายการที่เป็นกระบอกเสียงให้กับประชาชนจริงๆ เราไม่เคยจำกัดจำเขี่ยที่จะเข้าข้างไหนเลย

คนที่เขาเดือดร้อนเขาก็ออกมาเพราะเขาเป็นผู้เสียหาย ทีมงานมีการคัดเลือกให้เข้ามา มีการพูดคุยกัน ตัวผมเองก็นั่งสัมภาษณ์ ตอนจบรายการเราก็บอกว่ายินดีที่จะให้คู่กรณีได้เข้ามาชี้แจง ปรากฏว่าหลังจากนั้นมันก็มีประเด็นนี้เกิดขึ้น ผมก็งงๆ อยู่เหมือนกัน”

ดร.เซปิงบอกว่าเจอหนุ่มวันนี้อยากเห็นแววตา อยากเห็นความสำนึกของเรา?
หนุ่ม : “ไม่เป็นไรหรอกครับ ถ้าพูดถึงเรื่องแววว่า มองผม ผมก็ยกมือสวัสดีแก ผมไม่มีประเด็นอะไรแบบนี้อยู่แล้ว ส่วนสำนึกหรือไม่สำนึกผมก็ยังยืนยันว่าผมไม่ได้หมิ่นประมาท

เพราะผมไม่เคยเกลียดชัง หรือรู้จัก ดร.เซปิงเลย แล้วผมจะไปหมิ่นประมาทแกทำไม อยากจะให้ลองกลับไปดูบริบทของเนื้อหารายการในวันนั้นว่าผมมีคำพูดคำไหนที่นอกกรอบจนกระทั่งไปหมิ่นประมาทแกรึเปล่า ซึ่งผมมั่นใจว่าผมไม่มี”

ไม่รู้สึกผิดก็เลยไม่ขอโทษ?
หนุ่ม : “อย่าใช้คำว่าไม่รู้สึกผิดหรือรู้สึกผิด ใช้คำว่าผมไม่ได้หมิ่นประมาทจะดีกว่า ผมยืนยันว่าผมไม่ได้หมิ่นประมาท ประเด็นมันมีที่มาที่ไป เอาไว้ไปเจอกันชั้นศาล ให้ทุกอย่างมันชัดเจน”

ตัวเขาเองเขาก็มั่นใจเหมือนกัน?
หนุ่ม : “เป็นธรรมดาแหละครับ คนที่เขามีคดีฟ้องร้องบานปลายกันเขาก็ต้องมั่นใจ มันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว”

แต่เขาก็บอกว่าไกล่เกลี่ยได้นะ?
หนุ่ม : “แล้วแต่ทางดร.เซปิงเลย ผมยังไงก็ได้ จริงๆ แล้วผมก็เป็นคนที่ไม่ชอบค้าความ ถ้าดร.เซปิงคิดว่าต้องการจะคุยก็แจ้งมาเลยว่ามาคุยกันไหม ผมก็คุย มันไม่ใช่เรื่องที่จะไม่คุย”

เขาบอกให้เราขอโทษผ่านสื่อ เขาจะยอมรับคำขอโทษนั้น?
หนุ่ม : “เรื่องของการขอโทษ อย่าว่าแต่ขอโทษเลยนะ สมมติว่าผมผิดจริงๆ ผมยกมือขอโทษทุกคนได้หมดอยู่แล้ว แต่อะไรที่เราไม่ได้ผิดเราก็ต้องยืนยันว่าเราไม่ได้ผิดจริงๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในมุมถ้าอยากจะมาออกรายการผมก็ยินดี ผมไม่เคยปิดกั้น

ผมยังบอกมาออกรายการเลยจะได้ฟังทั้งสองมุม ผมเปิดโอกาสให้มาออกในรายการผมนานแล้ว ผมยินดี ไม่ใช่เพิ่งจะมาเปิดวันนี้นะ เราเปิดตั้งแต่คู่กรณีของเขามาออกรายการ เราก็บอกผ่านรายการด้วยว่าขอเชิญมาออกทุกคนจะได้รู้ข้อเท็จจริง

แต่ปัจจุบันยังไม่มีติดต่อมา ตอนนั้นเขาเคยมีติดต่อมาว่าจะมาออกรายการ เราก็ขอข้อมูลไป ว่าเดี๋ยวจะให้มาออกรายการนะ ปรากฏว่าผ่านไป 2 วันก็มาฟ้องเลย ผมก็งงๆ อยู่ว่ายังไง ผมก็ไม่รู้จะเอายังไง”

ถ้าไปออกรายการมันจะมีความเป็นกลางไหมในเมื่อเราเป็นคู่กรณีกัน?
หนุ่ม : “ผมเป็นกลางอยู่แล้วครับ เรื่องนี้ผมไม่ติด ผมยืนยันว่าผมไม่มีเรื่องอะไรที่เกลียดชังหรือรู้จักหรือไม่ชอบดร.เซปิง ผมเจอหน้าแกผมก็ยกมือไหว้ ถ้าผมรู้สึกไม่บริสุทธิ์ใจผมคงจะเบือนหน้าหนี ผมคงไม่เอา”

จำนวนเงิน 50 ล้านที่เขาฟ้องแพ่งเรา เรารู้สึกว่ามันสมควรกับความเสียหายที่เขามองว่ามันทำลายชื่อเสียงเขาไหม?
หนุ่ม : “อันนี้ผมตอบไม่ได้ ต้องไปดูกันตรงกระบวนการชั้นศาล”

ศาลอยากกำชับว่าอยากให้ทำความเข้าใจกัน?
ทนายสุรเชษฐ : “ศาลแค่อยากให้เจรจากัน คดีตราบใดที่ยังไม่ได้สืบ การเจรจาก็เป็นผลดีกับทั้งสองฝ่ายอยู่แล้ว แต่ทั้งหมดดู 22 กุมภาพันธ์ กระบวนการทั้งหมดจะไปในวันนั้นอีกทีนึง วันนี้เป็นแค่มาตามกระบวนการก่อน วันนั้นคงจะได้ข้อเท็จจริงกันเยอะ”

แนวทางการสู้คดีของทางเรา?
ทนายสุรเชษฐ : “ยังไม่ขอลงรายละเอียดแล้วกันครับ แนวทางมันมีอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราก็ต้องเกรงใจทางศาลนิดนึงจะพูดอะไรออกไป”

ส่วนทางด้าน ดร.เซปิง ไชยศาสน์ ที่เดินทางมาที่ศาลพร้อมกับ นายจำนง ไชยมงคล ทนายความ ดร.เซปิง ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า

ทนายจำนง : “เป็นวันนัดพร้อมและนัดตรวจพยานหลักฐานนัดแรกหลังจากที่ศาลอาญามีคำสั่งมีมูลคุณหนุ่ม กรรชัย และจำเลยรวม 7 คน นัดพร้อมพิสูจน์คดีว่าจะมีการสืบพยานยังไงต่อไป แต่ละฝ่ายมีหลักฐานยังไงบ้าง ถ้าจำเลยมาครบ จะมีการนัดสืบพยานโจทก์พยานจำเลยต่อไป”

มีความมั่นใจในพยานหลักฐานแค่ไหน?
ทนายจำนง : “ในภาษานักกฎหมาย หนึ่งหมิ่นประมาท มีการพูดจริงในรายการทีวี สองคำพูดเป็นในลักษณะของการใส่ความ สามคือเจตนาของผู้พูดถ้ามีเรื่องดีหรือไม่ดีอย่างไร ทำไมไม่พูดกันภายนอก ทำไมต้องมาประกาศให้ประชาชนได้รับรู้ในเรื่องที่ยังไม่ได้มีบทพิสูจน์อะไรเลยว่าสิ่งที่พูดนั้นจริงหรือเท็จ ในมุมพยานหลักฐานทางโจทก์ไม่น่าห่วงอะไรครับ คดีหมิ่นประมาทเป็นข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์อยู่แล้ว มีการพูดผ่านรายการครบถ้วนอยู่แล้วไม่น่าห่วงอะไรครับ”

ในส่วนของจำเลยถ้าพิสูจน์ออกมาแล้วว่าข้อมูลที่เขาพูดเป็นเรื่องจริงจะมีผลกับคดีของคุณเซปิงยังไง?
ทนายจำนง : “จริงหรือไม่ถ้าพิสูจน์ได้มันก็ต้องดูว่าความจริงบางอย่างก็เป็นหมิ่นประมาทนะครับ เรื่องนี้ทางฝ่ายโจทก์มีหลักฐานชัดเจนว่าเรื่องต่างๆ มันไม่ได้จริง คดีแพ่งก็มีการสู้กันหลายคดี”

คุณเซปิงมั่นใจใช่ไหม?
ดร.เซปิง : “มั่นใจค่ะ มั่นใจมาก เราถูกทำลายชื่อเสียงไป การที่คนเราจะพูดอะไรบางอย่าง ความจริงก็รู้ดีอยู่แก่ใจอยู่แล้ว อยากพึ่งอำนาจศาล เพราะดิฉันเชื่อว่าความยุติธรรมมีจริงและอีกไม่นานสังคมจะต้องรับทราบข้อเท็จจริงทั้งหมดว่า การหมิ่นประมาทโดยใส่ความดิฉัน ทำลายชื่อเสียงดิฉันเป็นอย่างไร ก็ขอให้ทุกคนติดตามนะคะ”

วันนี้ต้องเจอหนุ่ม กรรชัย เตรียมตัวเตรียมใจอย่างไร?
ดร.เซปิง : “เต็มที่อยู่แล้วค่ะ อยากเห็นแววตา อยากเห็นความรู้สึก จากใจเราอยากเห็นความสำนึกค่ะ คนเราทำร้ายคนอื่นไปแล้วย่อมมีความสำนึกอยู่ในใจค่ะ”

ก่อนหน้านี้ไม่เคยเจอกันเลย?
ดร.เซปิง : “ไม่เคยเจอกันเลยค่ะ”

มีอะไรอยากจะบอกกับจำเลยทั้ง 7 ไหม?
ดร.เซปิง : “การกระทำที่เขาได้ทำลายชื่อเสียงของดิฉันไป เสียใจมากๆ 2 ปีมานี้แทบไม่มีความสุขเลย อีกไม่นานคนจะรู้ สังคมจะได้ทราบและได้เปิดเผยความจริงว่าดิฉันถูกใส่ความถูกทำลายชื่อเสียงอย่างไรบ้างค่ะ”

คดีหมิ่นประมาทสามารถไกล่เกลี่ยได้ไหม?
ทนายจำนง : “หมิ่นประมาทโดยหลักเคลียร์ได้สามารถพูดคุยตกลงกันได้ ถามว่าผ่านขั้นตอนนั้นหรือยัง คดีอาญายังไม่ผ่านหรอกครับไกล่เกลี่ยได้ตลอดเวลา คดีหมิ่นประมาทต่อให้ศาลพิพากษาไปแล้วยังไกล่เกลี่ยได้เลย”

หลังจากนี้จะมีคุยนอกรอบ หาทางออกที่ดีทั้งสองฝ่ายไหม?
ทนายจำนง : “แล้วแต่โจทก์กับจำเลย โจทก์เป็นหลัก ศาลไม่มีอำนาจบังคับให้ไกล่เกลี่ย ถ้าโจทก์เห็นว่าสมมติว่าจำเลยมีความรู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองได้ทำไปนั้นผิดแล้วสำนึกขอโทษ เรื่องนั้นแล้วแต่ ดร.เซปิงจะให้อภัยอย่างไรหรือไม่

หรือมีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง คดีหมิ่นประมาทตกลงกันได้ตลอดครับ คดีนี้ทางดร.เซปิงเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาทด้วยในส่วนของคดีแพ่งต้องมาคุยเรื่องชื่อเสียงความเสียหายที่เกิดขึ้นก็แล้วแต่โจทก็เป็นหลักครับ”

ในส่วนการไกล่เกลี่ยทางดร.เซปิงยอมได้แค่ไหน?
ดร.เซปิง : “ถ้าทุกคนสำนึกในการกระทำของตัวเองได้ จริงๆ ดิฉันให้โอกาสมานานแล้วให้ออกมาขอโทษ ดิฉันพร้อมที่จะให้โอกาสนานมาแล้ว ถ้าคนเราได้ทำอะไรผิดพลาดไปแล้ว

ทำให้ชื่อเสียงดิฉันเสียหายเป็นอย่างมาก ถ้ามาขอโทษกัน เราคนไทย ให้โอกาสได้อยู่แล้ว ขอเพียงแค่สำนึกในสิ่งที่ตนได้กระทำผิดลงไปค่ะ”

การขอโทษมีเงื่อนไขอย่างไร?
ดร.เซปิง : “แน่นอนว่าทำลายชื่อเสียงเราออกสื่อคนรู้กันทั่วประเทศแล้วค่ะ การขอโทษคงต้องออกผ่านทางสาธารณะ ผ่านสื่ออยู่แล้วค่ะ”