อาจารย์-นศ. ม.แม่โจ้ ชี้แจงประเด็นดราม่าที่นั่งรถไฟ พร้อมจะฟ้องคนตั้งกระทู้พันทิป

นักศึกษา ม.แม่โจ้ ออกโรงชี้แจงประเด็นดรามากรณีซื้อตั๋วรถไฟหลายใบแต่ใช้จริงน้อยกว่าจำนวนที่ซื้อแล้ว ระบุซื้อตั๋วล่วงหน้า ทั้งขาไปและขากลับ 61 ที่นั่ง จากเชียงใหม่ไปอุบลราชธานี เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยร่วมแข่งขันกีฬาทักษะเกษตรงานประเพณี 4 จอบแห่งชาติ โดยขาไปเดินทางพร้อมกันครบ 61 คน แต่ขากลับมีบางส่วนแยกย้ายกลับภูมิลำเนาช่วงปีใหม่ จนเหลือ 15 คนเดินทางกลับเชียงใหม่ พร้อมอุปกรณ์ข้าวของจำนวนมาก ยืนยันไม่ได้แล้งน้ำใจ เพราะขอใช้สิทธิเพียง 34 ที่นั่งเท่านั้น เพื่อนั่งและวางข้าวของ ส่วนที่เหลือ 27 ที่นั่งแบ่งปันให้ทั้งคนแก่ หญิงตั้งครรภ์ และเด็กนั่งได้ตามสบาย ด้านอาจารย์ที่ปรึกษาเผยทำหนังสือชี้แจ้งข้อเท็จจริงให้อธิการบดีทราบและพิจารณาแล้ว พร้อมเตรียมหารือนิติกรดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ตั้งกระทู้ ขณะเดียวเผยนักศึกษากลุ่มนี้เพิ่งรับถ้วยพระราชทานจากการคว้ารางวัลชนะเลิศในการแข่งขันครั้งนี้กลับมาด้วย

จากกรณีที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสื่อสังคมออนไลน์ จากการที่มีผู้ตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ WWW.PANTIP.COM ว่า “ถามว่าเหตุการณ์แบบนี้ ใครผิด ใครถูกครับ / นักศึกษามหาลัยแห่งหนึ่งซื้อตั๋วรถไฟหลายใบ แต่มาใช้จริงน้อยกว่าจำนวนตั๋วที่ซื้อ” โดยผู้ตั้งกระทู้ระบุว่า ตีตั๋วรถไฟจะเดินทางไปเชียงใหม่ แต่ได้ตั๋วยืน

เมื่อขึ้นรถไฟพบว่าที่นั่งว่างจึงเข้าไปนั่ง เมื่อถึงสถานีอยุธยา เจ้าหน้าที่รถไฟแจ้งว่า นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งจองไว้ล่วงหน้า 60 ที่นั่ง จึงขอให้ผู้ที่ตีตั๋วยืนหรือผู้ไม่ใช่เจ้าของที่นั่งลุกออกจากที่นั่ง ซึ่งพบว่านักศึกษามากันเพียงประมาณ 10-15 คน เท่านั้น แล้ววางสิ่งของสัมภาระลงบนที่นั่งโดยไม่ให้ผู้โดยสารคนอื่นนั่ง ทั้งคนแก่ หญิงตั้งครรภ์ และเด็ก จนต้องไปนั่งตามทางเดินหรือหน้าห้องน้ำ พร้อมทั้งมีการลงภาพถ่ายประกอบกระทู้ด้วยจำนวนมาก และมีการแสดงความคิดเห็นเชิงลบต่อกลุ่มนักศึกษาดังกล่าวที่ต่อมาทราบว่าเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่

นายพิพัฒน์ หงษ์สำโรง นายกสโมสรนักศึกษาคณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ชี้แจงกรณีเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ตัวเองเป็นหนึ่งในนักศึกษาที่อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย โดยกลุ่มนักศึกษาทั้งหมดเป็นนักศึกษาคณะผลิตกรรมการเกษตร และนักศึกษาคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ รวม 61 คน ซึ่งเป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เดินทางไปร่วมงานประเพณี 4 จอบแห่งชาติ ครั้งที่ 34 ที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นการแข่งขันกีฬาทักษะเกษตร ในระหว่างวันที่ 20 – 29 ธ.ค.59

โดยได้ซื้อตั๋วโดยสารรถไฟไว้ล่วงหน้าทั้งขาไปและขากลับจำนวน 61 ที่นั่ง ซึ่งขาไปนักศึกษาเดินทางพร้อมกันครบทั้งหมด 61 คน แต่ขากลับมีบางส่วนที่แยกตัวเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลปีใหม่ กระทั่งเหลือ 15 คน ที่จะเดินทางพร้อมขนย้ายอุปกรณ์ที่ใช้ในการแข่งขันและสัมภาระต่างๆ กลับเชียงใหม่ โดยในช่วงที่จะเดินทางด้วยรถไฟต่อที่สถานีอยุธยา ช่วงกลางดึกคืนวันที่ 28 ธ.ค.59

เมื่อขึ้นไปบนรถไฟพบว่าที่นั่งที่ซื้อตั๋วล่วงหน้าไว้ มีผู้นั่งเต็มหมด จึงขอให้ทางเจ้าหน้าที่รถไฟช่วยจัดการให้ ซึ่งทางกลุ่มนักศึกษาขอใช้ที่นั่งเพียง 34 ที่นั่ง จากทั้งหมด 61 ที่นั่ง ที่ซื้อตั๋วไว้ สำหรับนั่งและวางอุปกรณ์สัมภาระต่างๆ ที่มีเป็นจำนวนมาก ส่วนที่นั่งที่เหลืออีก 27 ที่นั่ง อนุญาตให้ผู้โดยสารคนอื่นๆ นั่งได้ตามสะดวก

ทั้งนี้กรณีที่มีผู้นำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปตั้งกระทู้และวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์อย่างรุนแรงนั้น รู้สึกเสียใจเช่นกัน พร้อมยืนยันว่าเป็นการนำเสนอข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง และเป็นการให้ข้อมูลแต่เพียงบางส่วนที่ไม่ครบถ้วน ซึ่งทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดต่อนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพราะในความเป็นจริงแล้วนักศึกษากลุ่มนี้ไม่ได้เห็นแก่ตัวแต่อย่างใด

ดังจะเห็นได้จากการที่ยินยอมให้ผู้โดยสารคนอื่นๆ นั่งในที่นั่งของนักศึกษาได้ รวมทั้งคนแก่ หญิงตั้งครรภ์ และเด็ก ก็ได้นั่งด้วยเช่นกัน ซึ่งไม่ได้เป็นอย่างที่ทางผู้ตั้งกระทู้ระบุ

สำหรับภาพคนแก่ที่ยืนอยู่บนทางเดินในตู้รถไฟที่ผู้ตั้งกระทู้นำมาลงประกอบนั้น เป็นเหตุการณ์ช่วงเช้าวันที่ 29 ธ.ค.59 ช่วงก่อนถึงสถานีอุตรดิตถ์ โดยคนแก่ในภาพยืนเพราะเตรียมตัวที่จะลงรถไฟเท่านั้น แต่ก่อนหน้านี้ได้นั่งในที่นั่งของนักศึกษามาตลอด ส่วนเหตุผลที่นักศึกษาต้องวางข้าวของและสัมภาระบนที่นั่งนั้น ข้าวของสัมภาระดังกล่าวเป็นอุปกรณ์ที่นำไปใช้ในการแข่งขันทางวิชาการและทักษะทางด้านการเกษตร เช่น มีด จอบ เสียม เป็นต้น ซึ่งหากนำไปวางไว้บนที่เก็บสัมภาระเหนือที่นั่ง หวั่นเกรงว่าอาจจะตกหล่นในช่วงที่รถไฟเคลื่อนและจะเป็นอันตรายกับผู้คน

ด้าน ดร.กอบลาภ อารีศรีสม อาจารย์ที่ปรึกษาสโมสรนักศึกษาคณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ระบุว่า เบื้องต้นได้ทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวให้อธิการบดีทราบและพิจารณาแล้ว พร้อมยืนยันว่าข้อมูลที่ผู้ตั้งกระทู้ดังกล่าวทำการเผยแพร่นั้น คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เพราะความจริงนักศึกษาได้แสดงน้ำใจและอนุญาตให้ผู้โดยสารคนอื่นๆ สามารถนั่งบนที่นั่งที่นักศึกษาซื้อตั๋วไว้ได้ ขัดแย้งกับเรื่องราวที่มีการเผยแพร่ ทั้งนี้กำลังมีการหารือร่วมกับทางนิติกรเกี่ยวกับการดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่ตั้งกระทู้ดังกล่าว

นอกจากนี้บอกด้วยว่า นักศึกษากลุ่มนี้ไม่ใช่แต่เพียงมีน้ำใจ แต่นับเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถด้วย เพราะในการเดินทางเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาทักษะเกษตร งานประเพณี 4 จอบแห่งชาติ ครั้งที่ 34 ที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ครั้งนี้ ได้รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี จากการชนะเลิศการแข่งขันในครั้งนี้ ที่ได้รับเหรียญทอง 11 รายการ จากการแข่งวิชาการและทักษะเกษตรทั้งหมด 18 รายการ ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจและสร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นอย่างมาก.

นศ.-อาจารย์ ม.แม่โจ้แจงประเด็นดรามาที่นั่งรถไฟในโลกโซเชียล-ชี้ข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนจ่อใช้ กม. ดำเนินการ

นายพิพัฒน์ หงษ์สำโรง นายกสโมสรนักศึกษาคณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้

นศ.-อาจารย์ ม.แม่โจ้แจงประเด็นดรามาที่นั่งรถไฟในโลกโซเชียล-ชี้ข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนจ่อใช้ กม. ดำเนินการ

ดร.กอบลาภ อารีศรีสม อาจารย์ที่ปรึกษาสโมสรนักศึกษาคณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้

นศ.-อาจารย์ ม.แม่โจ้แจงประเด็นดรามาที่นั่งรถไฟในโลกโซเชียล-ชี้ข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนจ่อใช้ กม. ดำเนินการ

นศ.-อาจารย์ ม.แม่โจ้แจงประเด็นดรามาที่นั่งรถไฟในโลกโซเชียล-ชี้ข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนจ่อใช้ กม. ดำเนินการ

นศ.-อาจารย์ ม.แม่โจ้แจงประเด็นดรามาที่นั่งรถไฟในโลกโซเชียล-ชี้ข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนจ่อใช้ กม. ดำเนินการ

นศ.-อาจารย์ ม.แม่โจ้แจงประเด็นดรามาที่นั่งรถไฟในโลกโซเชียล-ชี้ข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนจ่อใช้ กม. ดำเนินการ

นศ.-อาจารย์ ม.แม่โจ้แจงประเด็นดรามาที่นั่งรถไฟในโลกโซเชียล-ชี้ข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนจ่อใช้ กม. ดำเนินการ

นศ.-อาจารย์ ม.แม่โจ้แจงประเด็นดรามาที่นั่งรถไฟในโลกโซเชียล-ชี้ข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนจ่อใช้ กม. ดำเนินการ

นศ.-อาจารย์ ม.แม่โจ้แจงประเด็นดรามาที่นั่งรถไฟในโลกโซเชียล-ชี้ข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนจ่อใช้ กม. ดำเนินการ

นศ.-อาจารย์ ม.แม่โจ้แจงประเด็นดรามาที่นั่งรถไฟในโลกโซเชียล-ชี้ข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนจ่อใช้ กม. ดำเนินการ

ที่มา – ผู้จัดการออนไลน์

 

 

แสดงความคิดเห็น