หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี พระโอรสองค์สุดท้อง ในพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ และหม่อมเจ้าพิมลพรรณ (วรวรรณ) รัชนี เป็นพระอนุชาของหม่อมเจ้าหญิงวิภาวดี รังสิต ท่านเป็นผู้ติดตามใกล้ชิดในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาตั้งแต่ครั้งยังดำรงพระอิสริยยศเป็นพระอนุชาในรัชกาลที่ 8 ได้ชักชวนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเล่นกีฬาเรือใบ ซึ่งในเวลาถัดมาก็ได้กลายเป็นอีกหนึ่งกีฬาที่ท่านโปรดปราน ซึ่งทรงมีพระปรีชาสามารถด้านเรือใบสูงมาก โดยทรงเรือใบเวคา 1 แล่นข้ามอ่าวจากพระราชวังไกลกังวล หัวหิน ถึงอ่าวสัตหีบ ระยะทาง 60 ไมล์ทะเล ทรงใช้เวลาในการแล่นเรือ 14 ชั่วโมง นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงเป็นนักกีฬาเรือใบทีมชาติ เข้าร่วมแข่งขันในกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4
พระอัจฉริยภาพในด้านกีฬาเรือใบของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ปรากฎเป็นที่ยอมรับในสากลโลก ในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 เมื่อทรงชนะเลิศทรงเรือใบเข้าสู่เส้นชัยเป็นอันดับ 1 ทรงรับการถวายเหรียญทอง จาการแข่งขันเรือใบประเภท โอ.เค. พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญาฯ ในวันที่ 16 ธันวาคม พุทธศักราช 2510 นำความปลื้มปีติแก่พสกนิกรไทยทั้งมวลปริญญาบัตร สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา
19 เมษายน พ.ศ. 2509 พระบาทสมพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเรือใบประเภทโอเค ขนาด 13 ฟุต ชื่อ ‘เวคา’ (VEGA) จากหน้าพระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่เวลา 04.28 นาฬิกา ไปถึงสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เวลา 21.28 นาฬิกา ทรงแล่นไปข้ามอ่าวไทยโดยลำพังเพียงพระองค์เดียว โดยใช้เวลาในการแล่นใบนานถึง 17 ชั่วโมงเต็ม ระยะทางประมาณ 60 ไมล์ทะเล พระบาทสมพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงนำธง ‘ราชนาวิกโยธิน’ ที่ทรงนำข้ามอ่าวไทยมาด้วยปักเหนือยอดก้อนหินใหญ่ที่ชายหาดของอ่าวเตยงาม และทรงลงพระปรมาภิไทยบนแผ่นศิลจารึก นับแต่นั้นมาธงราชนาวิกโยธินก็โบกสะบัดเหนือก้อนหินใหญ่ที่อ่าวนาวิกโยธิน สัตหีบ มาจนถึงปัจจุบัน
นอกจากนั้นพระองค์ทรงอัจฉริยภาพด้านการต่อเรือ เรือใบลำแรกที่ทรงต่อเองเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พุทธศักราช 2507 เป็นเรือใบประเภท เอ็นเตอร์ไพรส์ (International Enterprise Class) ชื่อ “เรือราชปะแตน” และลำต่อมาชื่อ “เรือเอจี” โดยทรงต่อตามแบบสากล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแข่งขันแล่นใบหลายครั้งทั้งในและนอกประเทศ เช่น ในปีพุทธศักราช 2508 ทรงใช้เรือราชปะแตนแข่งขันกับ ด็อค ออฟ เอดินเบอระ (The Duke of Edinburgh) พระราชอาคันตุกะส่วนพระองค์ โดยใช้เส้นทางไปกลับ พัทยา – เกาะล้าน ในปีพุทธศักราช 2508 นี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงต่อเรือใบ ประเภทโอเค (International OK Class) ตามแบบสากลลำแรกที่ทรงต่อชื่อ “เรือนวฤกษ์” หลังจากนั้นทรงต่อเรือใบ ประเภทนี้อีกหลายลำ เช่น เรือเวคา 1 เรือเวคา 2 และเรือเวคา 3 เป็นต้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงออกแบบและ ต่อเรือใบ ประเภทม็อธจำนวนหลายลำ เรือประเภทนี้เป็นเรือที่กำหนดความยาวตัวเรือไม่เกิน 11 ฟุต เนื้อที่ใบ ไม่เกิน 75 ตารางฟุต ส่วนความกว้างของเรือ รูปร่างลักษณะของเรือ ความสูงของเสา ออกแบบได้โดยไม่จำกัด วัสดุที่ใช้สร้างเรืออาจทำด้วยโลหะ ไฟเบอร์กลาส หรือไม้ก็ได้ เรือม็อธที่ทรงออกแบบและทรงต่อด้วยพระองค์เองในระหว่างปีพุทธศักราช 2509 – 2510 มีอยู่ 3 แบบ ซึ่งได้พระราชทานชื่อดังนี้ เรือมด เรือซูเปอร์มด และเรือไมโครมด เรือใบลำสุดท้ายที่ทรงออกแบบและต่อด้วยพระองค์เองเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2510 คือ “เรือโม้ก” (Moke) เป็นเรือที่ทรงทดลองสร้างโดยทรงออกแบบให้มีลักษณะผสมระหว่างเรือโอเค และเรือซุปเปอร์มด คือทรงออกแบบให้มีขนาดของลำเรือใหญ่กว่าเรือซุปเปอร์มด โดยให้มีขนาดใกล้เคียงเรือโอเค และใช้อุปกรณ์เสาและใบของเรือโอเค
หลังจากทรงออกแบบเรือโม้กแล้ว พระองค์ก็มิได้ทรงออกแบบเรือใบอีก เนื่องจากทรงมีพระราชภารกิจอื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมาก นอกจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จะทรงออกแบบและทรงต่อเรือใบแล้ว ยังทรงพระปรีชาสามารถในด้านกีฬาเรือใบเป็นอย่างยิ่ง เมื่อวันที่19 เมษายน พุทธศักราช 2509 พระองค์ได้ทรงเรือใบเวคา 1 แล่นข้ามอ่าวจากพระราชวังไกลกังวล หัวหิน ถึงอ่าวสัตหีบ ระยะทาง 60 ไมล์ทะเล ทรงใช้เวลาประมาณ 14 ชั่วโมง นับว่าทรงมีพระวิริยะอุตสาหะอย่างสูง นอกจากนี้ ในการแข่งขันกีฬานานาชาติ พระองค์ทรงเป็นนักกีฬาเรือใบทีมชาติ เข้าร่วมแข่งขันในกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ณ ประเทศไทย เมื่อเดือนธันวาคม พุทธศักราช 2510 ด้วยพระองค์ หนึ่งในการแข่งขันครั้งนี้ทรงใช้เรือใบประเภทโอเค ซึ่งทรงต่อขึ้นด้วยพระองค์เองและทรงเป็นผู้ชนะเลิศ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลเหรียญทองในวันที่ 16 ธันวาคม พุทธศักราช 2510 ต่อมารัฐบาลได้กำหนดวันนี้ของทุกปีเป็นวันกีฬาแห่งชาติ นอกจากความสนพระราชหฤทัยส่วนพระองค์แล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงสนับสนุนให้กีฬาเรือใบเป็นที่นิยมแพร่หลาย โดยเฉพาะพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สโมสรกรมอู่ทหารเรือสร้างเรือใบมด และเรือซุปเปอร์มดตามแบบของพระองค์จำหน่ายแก่มวลสมาชิกในราคาถูก และทรงตั้งสโมสรเรือใบส่วนพระองค์ชื่อ “สโมสรหมวดเรือใบหลวงจิตรลดา” ในสวนจิตรลดา และมีสโมสรอื่น ๆ ในพระบรมราชูปถัมภ์ของพระองค์ ได้แก่ สมาคมแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย, สโมสรเรือใบราชวรุณ ที่เมืองพัทยา เป็นต้น จากการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สนพระราชหฤทัยในกีฬาเรือใบเป็นอย่างยิ่งประกอบกับทรงมีพระปรีชาสามารถทางการช่าง จึงทำให้ทรงมีผลงานการออกแบบและต่อเรือใบที่ดีเลิศ อีกทั้งทรงพิชิตเหรียญทองในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ณ ประเทศไทย พุทธศักราช 2510 ด้วยเรือที่ทรงต่อขึ้นด้วยพระองค์เอง ดังนั้นจึงเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นอัจฉริยะทางการช่างอย่างแท้จริง
by TVPOOL ONLINE