จากกรณีการเสียชีวิตของ นายณัฐวุฒิ ปงลังกา หรือ นัทปง ผู้สื่อข่าวช่อง 8 ก่อนผลชันสูตรออกมาว่าพบสารพิษไซยาไนด์ในร่างกายปริมาณสูงจนเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิต ล่าสุด รายการพุทธทอลค์ ซึ่งดำเนินรายการโดย นายพุทธ อภิวรรณ เปิดเผยคลิปจากกล้องวงจรปิด ซึ่งได้มีการนำเสนอไปก่อนหน้านี้
ความคืบหน้าล่าสุด 7 ธ.ค 68 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี นายบิ๊ก น.ส.โอ และ น.ส.ออ เดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับคดีการเสียชีวิตของ นัทปง
โดย น.ส.โอ และ น.ส.ออ ได้เดินทางมาให้ปากคำด้วยสีหน้าเรียบเฉย ส่วน นายบิ๊ก มีสีหน้ากังวลเล็กน้อย โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆ ก่อนจะเดินเข้าห้องพนักงานสอบสวนว่า ขอเข้าให้ปากคำก่อน แล้วจะให้สัมภาษณ์ในภายหลัง
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการแยกสอบปากคำ ซึ่งน.ส.โอ และน.ส.ออ สอบอยู่ชั้น 1 ส่วนนายบิ๊กสอบอยู่ชั้น 3 ทั้งนี้ นายบิ๊ก ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงเรื่องราวความสัมพันธ์กับ นัทปง ว่า
รู้จักกับ นัทปง ประมาณ 4-5 ปี โดยช่วง 5 ปี นัทปง เคยพูดถึงสารไซยาไนด์ ในช่วงคดี แอม ไซยาไนด์ เป็นการพูดทีเล่นทีจริงว่าจะซื้อมา ก่อนตนจะเห็นไซยาไนด์ในวันที่ 8 พ.ย.68 โดยวางอยู่บนโต๊ะรับแขก จุดดูทีวี ก่อนจะเปิดแชทการพูดคุยระหว่าง บิ๊ก ที่พูดคุยกับ นัทปง พร้อมส่งรูปสารไซยาไนด์ไปให้ดู จากนั้นโทรคุยกัน แต่ไม่รู้ทำไม นัทปง ถึงนำเข้ามาในบ้าน
ส่วนตัวไม่เคยศึกษาและรู้จักสารไซยาไนด์ เพราะตอนแรกนึกว่า นัทปง แกล้งหรือไม่ ก่อนนำสารไซยาไนด์ไปเก็บไว้ในห้องคาราโอเกะ เพื่อให้ไกลจากสุนัขและกลัวสุนัขจะกิน โดยตนอยากให้ชัวร์ก่อนแล้วค่อยทิ้งหรือทำลายไป แต่พอทำอะไรหลายคน จึงลืมนึกไป สำหรับสารไซยาไนด์เก็บไว้ในห้องคาราโอเกะ บนโต๊ะคอมพิวเตอร์ แล้วมีหนังสือหรือสมุดทับไว้ ถ้าไม่สังเกตจะไม่เห็น หลังจากนำสารไซยาไนด์มาเก็บไว้ นัทปง ก็ไม่เคยถามสักคำ
หลังจากนั้นตนก็กลับไปที่ต่างจังหวัดและจองตั๋วมาหา นัทปง อีกครั้งในวันที่ 28 พ.ย.68 และจองตั๋วขากลับวันที่ 30 พ.ย.68 โดยจะมาหา นัทปง เดือนละครั้ง แต่เดือนพ.ย.จะมาหา 2 ครั้ง คือ ต้นเดือนและปลายเดือน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมไม่อยู่ร่วมงานศพในวันแรก บิ๊ก กล่าวว่า ตนเสียใจและเข้าใจว่าครอบครัวจะนำร่าง นัทปง กลับเชียงราย ประกอบกับตนจองตั๋วไว้แล้ว เลยกลับไปเชียงใหม่และจะไปที่เชียงราย แต่มาทราบภายหลังจะไว้ที่จ.นนทบุรี ก่อน 2 คืน ทำให้ตนตัดสินใจเคลียร์เวรให้เรียบร้อยก่อน แล้วจะไปช่วยงาน นัทปง อย่างเต็มที่
เมื่อถามว่าทะเลาะกันในห้อง รุนแรงแค่ไหน บิ๊ก กล่าวว่า ตอนแรก นัทปง ขึ้นห้องไปก่อนประมาณ 05.30 น. แล้วตามขึ้นไปประมาณ 06.00-06.30 น. ตอนขึ้นไปบนห้อง นัทปง เมาและหลับไป พอขึ้นไปตนคุยกับ นัทปง และตีเรียกสติ เพื่อให้มาเคลียร์กัน เนื่องจากตนดูมือถือ นัทปง และอยากให้มาเคลียร์
“ตอนคุยอยู่แล้ว นัทปง ไม่ตื่น จึงตบหน้าเบาๆ ให้ นัทปง ตื่นขึ้นมาเคลียร์ แต่นัทปงไม่คุยด้วยและเข้าห้องน้ำชั้น 2 ของบ้าน จากนั้น นัทปง ลงมาชั้นล่างของบ้านและเข้าห้องที่เกิดเหตุเพียงคนเดียว จากนั้นได้ยินเสียง นัทปง อ้วก จึงเข้าไปช่วยและนอน โดยจับชีพจรก็ยังปกติ
แต่มีความคิดว่า นัทปง จะทำร้ายตัวเองหรือเปล่า แต่คิดว่าไม่แน่ใจ จึงเรียกต้นให้มาช่วย โดยตอนนั้น นัทปง ไม่พูดอะไรเลย จึงจับ นัทปง นอนบนโซฟา เป็นจังหวะที่ต้นจะออกไปธุระ ผมเลยบอกให้ต้นดูนัทปง แล้วตัวเองก็ขึ้นไปบนห้อง”
ตอนนั้นห่วง นัทปง จึงลงมาดูอีกครั้งในห้องด้านล่าง ก่อนเข้าไปและพบนอนนิ่งท่าเดิม พอจับชีพจรและทำซีพีอาร์ ก่อนโทรเรียกพี่ต้นและพี่อีกคน ตอนนั้นคิดถึงสารไซยาไนด์ พอเราจับชีพจรครั้งแรก ก็ยังคิด แต่นัทปงยังดูปกติ เพราะคิดว่านัทปงแกล้ง
เมื่อถามว่าแล้วนัทปงรู้ได้ยังไง ว่าสารไซยาไนด์อยู่ตรงไหน เพราะบิ๊กเป็นคนเก็บไว้ โดย บิ๊ก กล่าวว่า ตนไม่รู้เลย ไม่รู้นัทปงไปนั่งดูวงจรปิดหรือไม่
เมื่อถามว่าการที่ต้นโทรไปบอกออ 4 รอบ ทั้งบอกว่าเจอสารไซยาไนด์และไม่บอกว่าไม่เจอ คืออะไร บิ๊ก กล่าวว่า ตอนนั้นคงงงกันอยู่ ว่าเกิดจากอะไรกันแน่ ทำให้สื่อสารผิด
เมื่อถามว่าบิ๊กเป็นคนจัดการนัทปงหรือไม่ บิ๊ก กล่าวว่า ไม่ใช่แน่นอน เพราะไม่มีทางทำแบบนั้น ตนอยู่ด้วยกันมาหลายปี คนในเหตุการณ์ก็รักนัทปงทุกคน และไม่มีใครคิดร้าย ตอนนี้ตนใจสลายมาก วันเกิดเรื่องก็ทำอะไรไม่ได้ ร้องไห้อย่างเดียวและยังทำใจไม่ได้ เราอาจยังดูแลนัทปงได้ไม่ดีพอ
“บิ๊กกับต้นไม่เคยทะเลาะหรือระแว้งกัน มีแค่ดุๆ ต้นว่าพากันไม่พูดความจริงในกรณีอื่น เพราะบางครั้งต้นรู้นัทปงไปเที่ยวไหนแล้วไม่บอกบิ๊กเลย”
ซึ่งต่อมา ในเวลา 12.55 น. นายต้น เพื่อนสนิทอีกคนของ นัทปง และเป็นพยานในที่เกิดเหตุอีก 1 ราย เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บริเวณชั้น 3 ของ สภ.บางกรวย ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่นายต้นไม่ได้เปิดเผยและชี้แจงอะไรกับสื่อมวลชน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบปากคำ นายต้นแยกกับพยานปากอื่นๆ
by TVPOOL ONLINE