กัมพูชาได้นำสำนักข่าวเอเอฟพี (AFP) ของฝรั่งเศส ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายของ ปราสาทพระวิหาร แหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโก หลังเกิดเหตุปะทะทางทหารกับประเทศไทยตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยฝ่ายกัมพูชาอ้างว่าโบราณสถานอายุกว่าพันปีแห่งนี้ได้รับความเสียหายจากการใช้อาวุธหนักของกองทัพไทย ทั้งการยิงปืนใหญ่และการโจมตีทางอากาศ
รายงานของ AFP ระบุว่า เป็นสื่อมวลชนต่างชาติรายแรกที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงพื้นที่ปราสาทพระวิหาร นับตั้งแต่การสู้รบยุติลง โดยพบเศษหินทรายแตกกระจายทั่วบริเวณ และตัวอาคารหินทรายซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 11 ปรากฏร่องรอยกระสุนและสะเก็ดระเบิดใหม่จำนวนมาก
ปราสาทพระวิหาร ซึ่งตั้งอยู่บนหน้าผาสูงและสามารถมองเห็นที่ราบตอนเหนือของกัมพูชา ถือเป็นหนึ่งในสุดยอดสถาปัตยกรรมขอม แต่กลับกลายเป็นพื้นที่สู้รบ จากข้อพิพาทชายแดนที่ยืดเยื้อมานาน และปะทุเป็นการปะทะรุนแรงเต็มรูปแบบเมื่อปีที่ผ่านมา โดยมีการใช้เครื่องบินรบ ปืนใหญ่ รถถัง และกำลังภาคพื้นดิน
เหตุปะทะดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบราย และประชาชนมากกว่า 1 ล้านคนต้องอพยพออกจากพื้นที่ ก่อนที่ทั้งสองประเทศจะตกลงหยุดยิงในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา
เอ ดาริธ ผู้อำนวยการฝ่ายอนุรักษ์และโบราณคดีแห่งองค์การปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นผู้นำสื่อเข้าพื้นที่ ระบุว่า ความเสียหายส่วนใหญ่เกิดจากการยิงปืนใหญ่และการโจมตีทางอากาศของกองทัพไทย โดยเฉพาะการสู้รบในเดือนธันวาคม ทำให้ส่วนต่าง ๆ ของปราสาทเสียหายถึง 420 จุด และก่อนหน้านั้น ในเหตุปะทะเมื่อเดือนกรกฎาคม พบความเสียหายเพิ่มเติมอีก 142 จุด
ทั้งนี้ กัมพูชาระบุว่าจะหารือกับองค์การยูเนสโก เพื่อกำหนดแนวทางการบูรณะซ่อมแซม ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลานานและใช้งบประมาณจำนวนมาก หลังจากยูเนสโกเคยเปิดเผยเมื่อเดือนมกราคมว่าจะส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าประเมินความเสียหาย ภายหลังได้รับคำร้องจากรัฐบาลกัมพูชา
ปราสาทพระวิหาร ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 2008 ถือเป็นหนึ่งในจุดขัดแย้งหลักระหว่างไทย–กัมพูชามาอย่างยาวนาน โดยศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) เคยตัดสินให้กัมพูชามีอธิปไตยเหนือปราสาทในปี 1962 และเหนือพื้นที่โดยรอบในปี 2013 อย่างไรก็ตาม ฝ่ายไทยไม่ยอมรับเขตอำนาจของศาลดังกล่าว
พื้นที่ใกล้ปราสาทพระวิหารเคยเกิดการปะทะมาแล้วตั้งแต่ปี 2008 และมีเหตุรุนแรงเป็นระยะในช่วงหลายปีถัดมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
ด้านเหม ซินาท รองผู้อำนวยการองค์การปราสาทพระวิหาร ระบุว่า ความเสียหายบางส่วนไม่สามารถบูรณะให้กลับคืนสภาพเดิมได้อีก และอาจจำเป็นต้องเก็บไว้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เพื่อแสดงร่องรอยการยิงโจมตีที่ฝ่ายกัมพูชาระบุว่ามาจากฝั่งไทย
อย่างไรก็ตาม ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทางการไทยเคยระบุว่า กัมพูชาใช้พื้นที่ปราสาทพระวิหารเป็นฐานที่มั่นทางทหาร ทำให้สูญเสียสถานะพื้นที่คุ้มครองตามกฎหมายระหว่างประเทศ ขณะที่ฝ่ายกัมพูชายังคงยืนยันว่าไทยเป็นฝ่ายยิงถล่มพื้นที่ดังกล่าวอย่างหนัก และมีเจตนาทำลายโบราณสถานโลกแห่งนี้
Cr.channelnewsasia
ข่าวที่น่าสนใจ
พรรคโอกาสใหม่ ปราศรัยเดือด ปิดเวทีใหญ่ก่อนวันชี้ชะตาเลือกตั้ง “น้าตุ๋ม จตุพร” ชวนประชาชนเลือกเบอร์ 44 ให้แลนด์สไลด์ เพื่อร่วมเปลี่ยนการเมืองให้สร้างสรรค์ ไร้ทุจริตคอร์รัปชัน พร้อมย้ำโอกาสใหม่ “ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือทางรอดประเทศ”
สะเทือนเมืองทิพย์! Netflix ปล่อยทีเซอร์แรก “เพลิงพระนาง” รีเมคสุดยิ่งใหญ่ เปิดตัว 3 ตัวแม่ “แพนเค้ก-ใบเฟิร์น-ญดา” พลิกโฉมมหากาพย์ความแค้น
by TVPOOL ONLINE