เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

สื่ออิหร่านเผยแพร่หลักฐานใหม่ที่อ้างว่าแสดงให้เห็นขีปนาวุธพุ่งตกในพื้นที่ใกล้โรงเรียนประถมหญิงล้วนในเมืองมินาบ ซึ่งเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 160 ราย

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากกรณีการโจมตีบริเวณใกล้โรงเรียนในเมืองมินาบ ประเทศอิหร่าน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยก่อนหน้านี้ Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นฝีมือของอิหร่านเอง อย่างไรก็ตาม หลักฐานวิดีโอที่เผยแพร่ออกมาใหม่ได้สร้างข้อสงสัยต่อคำกล่าวอ้างดังกล่าว

วิดีโอที่ถูกเผยแพร่โดย Mehr News Agency แสดงให้เห็นภาพการโจมตีทางอากาศที่มุ่งเป้าไปยังอาคารแห่งหนึ่งภายในฐานทัพเรือของ Islamic Revolutionary Guard Corps (IRGC) ซึ่งตั้งอยู่ติดกับโรงเรียนประถมศึกษาในเมืองมินาบ โดยภาพดังกล่าวถือเป็นหลักฐานวิดีโอครั้งแรกที่แสดงให้เห็นขีปนาวุธโจมตีบริเวณดังกล่าวอย่างชัดเจน

จากการวิเคราะห์ภาพในวิดีโอ พบว่าอาวุธที่ใช้มีลักษณะภายนอกคล้ายกับขีปนาวุธร่อนโจมตีภาคพื้นดิน “โทมาฮอว์ก” (Tomahawk Land Attack Missile – TLAM) รุ่น BGM หรือ UGM-109 ซึ่งเป็นอาวุธที่ใช้โดยกองทัพเรือสหรัฐฯ และสามารถยิงได้จากเรือรบหรือเรือดำน้ำ ขณะที่อิสราเอลไม่ได้ใช้อาวุธประเภทนี้

ระหว่างที่กล้องแพนไปทางด้านขวา ยังปรากฏกลุ่มควันขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นจากทิศทางของโรงเรียนประถมชาจาเรห์ ตัยยิบา ในเมืองมินาบ ขณะเดียวกันมีประชาชนจำนวนหลายสิบคนวิ่งหลบหนีออกจากพื้นที่ด้านหน้าโรงเรียน

ด้าน Sam Lair นักวิจัยจาก James Martin Center for Nonproliferation Studies (CNS) ระบุว่า ลักษณะของอาวุธที่ปรากฏในวิดีโอมีความสอดคล้องกับขีปนาวุธ TLAM ของสหรัฐฯ

เขาอธิบายว่า อาวุธดังกล่าวมีลักษณะเฉพาะที่สามารถสังเกตได้จากภาพ ได้แก่ รูปร่างคล้ายกากบาท มีปีกอยู่ตรงกลางลำตัวและหางอยู่ด้านหลัง อีกทั้งวิดีโอยังถูกถ่ายจากระยะประมาณ 250 เมตรจากจุดที่คาดว่าเป็นตำแหน่งตกกระทบ ซึ่งบ่งชี้ว่าอาวุธต้องมีขนาดค่อนข้างใหญ่ จึงตัดความเป็นไปได้ของอาวุธชนิดอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน เช่น GBU-69B ออกไป

ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธหลายรายเห็นพ้องกับการประเมินดังกล่าว พร้อมระบุว่าขีปนาวุธ TLAM มักถูกใช้ในช่วงเริ่มต้นของการโจมตี ก่อนที่ฝ่ายโจมตีจะสามารถครองอากาศเหนือพื้นที่เป้าหมายได้

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าอาคารใดเป็นเป้าหมายหลักของการโจมตี โดยการวิเคราะห์เบื้องต้นคาดว่าอาจเป็นอาคารภายในหรือใกล้กับคลินิกทางการแพทย์ที่ดำเนินการโดย IRGC ภายในฐานทัพดังกล่าว

ก่อนหน้านี้ การสืบสวนของสื่อต่างประเทศหลายแห่งระบุว่า สหรัฐฯ อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีครั้งนี้ โดยอ้างอิงจากภาพถ่ายดาวเทียม วิดีโอที่สามารถระบุตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ได้ คำแถลงจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รวมถึงการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญด้านยุทโธปกรณ์ ซึ่งทั้งหมดชี้ว่าโรงเรียนถูกโจมตีในช่วงเวลาใกล้เคียงกับการโจมตีฐานทัพเรือของ IRGC ที่อยู่ใกล้เคียง

วิดีโอใหม่ยังเผยให้เห็นกลุ่มควันในพื้นที่ใกล้เคียงในช่วงเวลาเดียวกับการโจมตี ซึ่งบ่งชี้ว่าอาจมีการโจมตีเป้าหมายอื่นในบริเวณใกล้เคียงก่อนหน้าไม่นาน โดยวิดีโอที่ผ่านการระบุตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ยังแสดงให้เห็นขีปนาวุธร่อนพุ่งชนอาคารแห่งหนึ่งภายในฐานทัพอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าวิดีโอดังกล่าวจะไม่แสดงช่วงเวลาที่ขีปนาวุธพุ่งชนโรงเรียนโดยตรง แต่ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าเหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการโจมตีชุดเดียวกัน และอาจมีขีปนาวุธร่อนหลายลูกถูกใช้ในการโจมตีครั้งนั้น

ขณะเดียวกัน สื่อต่างประเทศยังคงพยายามติดตามและขอภาพซากอาวุธที่ตกในบริเวณโรงเรียน เนื่องจากหลักฐานดังกล่าวถือเป็นกุญแจสำคัญในการยืนยันแหล่งที่มาของการโจมตี และหากยังไม่มีหลักฐานดังกล่าว การสรุปความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้ก็ยังไม่สามารถทำได้อย่างชัดเจน.

by TVPOOL ONLINE