“ร็อคกี้ สุรบดินทร์” ขอเมินดราม่าเรื่องพ่อ ควง “ติ๊ง” ภรรยา และลูกชาย “น้องกู๊ดดี้” วัย 3 ขวบ เล่าความผูกพันในครอบครัว ผ่านมรสุมชีวิตโดนโกงจนติดหนี้หลายสิบล้านบาท เคยคิดฆ่าตัวตาย มีชีวิตอยู่ต่อมาได้ก็เพราะลูก สู้ชีวิตใช้หนี้มาได้ค่อนทาง ตั้งเป้าหมาย ปลดหนี้สำเร็จ ขอย้อนจัดงานแต่งให้ภรรยา และพาแม่กับลูกชายไปเที่ยวญี่ปุ่นสักครั้งในชีวิต ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- จึ้งมาก!! น้ำเพชร อิสรีย์ เปิดลุค นางมโหทรเทวี นางสงกรานต์ประจำวันเสาร์
- เบส คำสิงห์ เปิดใจทั้งน้ำตา!! กับเรื่องราวความรักในอดีต เผยย้อนเวลากลับไปได้ อยากกลับไปคบอดีตแฟนเก่า
สัปดาห์ที่แล้วมาเคลียร์เรื่องดราม่า อยากพูดในรายการคุยแซ่บโชว์รายการแรกและรายการเดียว ให้เรื่องจบไป แต่สัปดาห์นี้ที่เชิญมาอีกครั้งเพราะเป็นสัปดาห์แห่งการมูฟออน และเรื่องราวการปลดหนี้ นอกจากคุณภรรยา แม่เจี๊ยบ น้องดิ๊งค์ มาให้กำลังใจด้วย ผ่านไป 1 สัปดาห์แล้ว ตอนนี้สภาพจิตใจเราเป็นยังไงบ้าง?
ร็อคกี้ : ผมรู้สึกว่าเหมือนเจออะไรมา 1 ปี เรื่องราวสตอรี่เยอะแยะมากมาย มหาศาลมากกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา อย่างที่บอกว่าเราอยากมูฟออนต่อแล้วเหมือนกัน ขอโทษพี่ๆ บางทีมีหลายๆ ที่อยากให้เราไปคุย อาจเป็นมุมมองอื่นๆ เหมือนกัน แต่อยากให้แค่นั้น แล้วพอแล้วดีกว่าครับ ไม่ใช่เรามาออกเอาเท่นะ ผมแค่อยากให้เห็นเจตนาว่าผมต้องการแค่นั้นเลยจริงๆ
อาทิตย์ที่แล้ว พอออกรายการปุ๊บ กลายเป็นว่าแทบไม่อยากเปิดโซเชียลดูเลย?
ร็อคกี้ : หลังได้กลับไป เราตั้งใจอยู่แล้วว่าจะพูดแค่ทีเดียว ที่พาแม่ พาน้องมา เราไม่อยากรู้ ไม่อยากเห็นอะไรแล้ว ที่เรามาตอนนั้น เราแค่อยากพาแม่พาน้องมาพูดในมุมของเขา พูดตรงๆ เราไม่รู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นตามมา เราไม่ได้เข้าโซเชียลต่างๆ แม่เองก็ไม่กล้าออกจากบ้านเหมือนกันในวันแรกๆ
ไม่รู้ฟีดแบ็กไปทิศทางไหน เลยเลือกไม่ดูดีกว่า ล่าสุดไปรพ.มีคนเข้ามาทักให้กำลังใจ?
ร็อคกี้ : วันแรกที่เล่าให้ฟัง ตื่นเช้ามาไม่มีเสียง พูดไม่ได้เลย เราต้องจัดรายการ ต้องใช้เสียง ก็ตัดสินใจไปรพ. ก้มหน้าก้มตาปกติ ไปพบคุณหมอ ก่อนกลับบ้าน มีคนมาสะกิด เราพยายามไม่เจอ ไม่มองใครแล้วนะ เป็นพี่ผู้หญิงท่านนึง เขาพูดสั้นๆ คำเดียวว่าสู้ๆ นะคะ เราก็สตั๊นเหมือนกัน ตกใจ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเรา ก็ขอบคุณเขา แยกย้ายกัน เราก็กลับเข้าบ้านต่อ ไปเจอแม่กับน้องก็เล่าให้ฟัง บอกว่าไม่มีอะไรหรอก ทุกอย่างผ่านไปแล้วเหมือนที่เราตั้งใจ แล้วมันจะผ่านไป วันนั้นอยู่บ้านทั้งวันจนตกเย็น ก็ตัดสินใจพากู๊ดดี้ไปข้างนอกดีกว่า ไปหาข้าวกินนอกบ้าน ไปทานสุกี้ แรกๆ ทุกคนดูอิดออด แต่พอได้ไปแล้ว วันนั้นผมไปทานข้าว ถ่ายรูปกันด้วยนะ ตอนนั้นไม่กล้าลงรูป ไม่รู้ควรต้องลงมั้ย ไม่รู้ต้องทำยังไงต่อไป เราเองก็ไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้ แม้เราทำงานหน้ากล้อง พอเดินออกมา กู๊ดดี้เล่นตรงมุมของเด็ก คนก็มองเราเหมือนกัน เราเห็นสายตาที่เขามองเรา ไม่ใช่แบบที่เราคิด เขาดูแล้วเขายิ้ม เขาเห็นพวกผมเดินกันมาทั้งบ้าน แม้มีบางสายตา ผมแอบดูอยู่ มีคนหันมายิ้มแล้วเจอเรา เป็นสายตาให้กำลังใจ
มีเรื่องของเราขึ้นเต็มฟีด คอมเมนต์ส่วนใหญ่ เกิน 90 เปอร์เซ็นต์ให้กำลังใจ วางใจได้เลย มูฟออนต่อ?
ร็อคกี้ : ก็ขอบคุณจริงๆ หลังจากนั้นพอเราเริ่มตั้งหลักกัน ชีวิตยังไงก็ต้องไปต่อ ไม่ว่างานการก็ต้องเข้ามาในนี้อยู่ดี พอเห็นก็ตกใจเหมือนกันกับฟีดแบ็ก รวมทั้งข้อความจากพี่เลี้ยงผมตอนเด็กๆ ไม่รู้กี่ปีแล้วส่งมาหาแม่ ถามว่าเป็นยังไงบ้าง แม้แต่คุณครูที่เคยอยู่โรงเรียนแม่เรา คุณครูผมเอง เพื่อนผมที่ไม่ได้คุยเป็นสิบปีแล้ว หรือใครก็ไม่รู้อีกต่างหาก ผมไม่รู้จะพูดยังไงเลย ขอบคุณทุกคนเลยนะครับ (ยกมือไหว้) ผมและที่บ้าน แม่ น้อง ขอบคุณสำหรับกำลังใจ ขอบคุณสำหรับความเมตตาครอบครัวเรา ผมไม่ได้ทำเพื่อคาดหวังว่าต้องเกิดสิ่งนี้ แต่ว่ามีกำลังใจที่ส่งกันเข้ามามากๆ หลายๆ ทิศทาง เวลาผมเองจัดรายการ เราจะเปิดเครื่องทิ้งไว้ ไม่ติดตะกร้า คนก็บอกว่าทำไมไม่ติด ผมก็บอกใจเย็นๆ ครับ (หัวเราะ) คนอยากซัปพอร์ตเยอะมาก
ร็อคกี้บอกว่าถ้าคุยแซ่บโชว์ติดต่อให้มาออก ก็จะพาครอบครัวมาออกอีกครั้ง นอกจากคุยแซ่บโชว์ มีรายการอื่นติดต่อมาด้วยนะ ทำไมให้เกียรติรายการคุยแซ่บโชว์รายการเดียว?
ร็อคกี้ : ตอนที่ตัดสินใจกับที่บ้าน ให้ทุกคนเลือกว่าพูดหรือไม่พูด แล้วทุกคนตัดสินใจพูด ผมก็เลยตกลงกันว่าขอครั้งเดียวนะ แล้วเราจะผ่านเรื่องนี้กันไป ไปใช้ชีวิตของเราเหมือนเดิมที่เคยเป็น ถ้าหนึ่งในนั้นมีรายการคุยแซ่บโชว์ ผมขออนุญาตไปรายการคุยแซ่บโชว์ก่อน เพราะครั้งนึงประมาณ 3 ปีได้แล้วมั้งวันที่ผมแย่ที่สุดในชีวิต ผมโดนเพื่อนโกงไม่เหลือสักบาทเดียว บริษัทที่ทำมาก็โดนหุ้นส่วนบริหารขาดทุนเป็นล้านเลย ทุกวันนี้เขาก็ทิ้งบริษัท เราใช้หนี้อยู่คนเดียวตั้งแต่วันนั้น ทุกวันนี้เราก็ยังหาเงินจ่ายแบงก์อยู่ เขาหนีไปเปิดบริษัทใหม่ วันนั้นเหมือนชีวิตผมดิ่งดาวน์มาก หันไปไม่เจอใคร ไม่รู้จะพูดอะไรกับใคร มันแย่มาก แต่วันนั้นที่ผมมานั่งอยู่ตรงนี้
วันนั้นที่ผมมาออกรายการ เพราะผมอยากได้เงิน วันนั้นผมไม่มีเงินเลย งานที่เราทำเหมือนเพิ่งมีปัญหา แถมโดนเพื่อนอีก ลูกก็เล็กมาก ทำยังไงถึงจะมีเงินได้เร็วที่สุดตอนนั้น ออกรายการก็ได้เงิน เสร็จจากรายการ ผมเอาเงินที่ได้จากรายการพาลูกไปกินไข่ตุ๋นอร่อยๆ วันนั้นเลย หลังจากนั้นก็มีขายของ ผมคิดว่าถ้าวันนี้ผมจะพูด รายการคุยแซ่บโชว์อยากให้ผมพูด ผมก็ขอมาคุยที่รายการแล้วกัน
กู๊ดดี้อายุ 3 ขวบ 6 เดือน กู๊ดดี้หน้าเหมือนใคร?
กู๊ดดี้ : พ่อ (ยิ้ม)
ร็อคกี้ : ก่อนหน้านี้ผมว่าชัดเจนมาก กู๊ดดี้หน้าเหมือนแม่ แต่ข้างในเหมือนผม เขามาทางเรา
ติ๊ง : ข้างในเหมือนเราได้ซีเคร็ต 2 ตัว ปวดหัว เหมือนเจอพ่อแล้วเจอลูกเวอร์ชั่นจิ๋ว
สิ่งหนึ่งที่เหมือนคือชอบเดินปุ๋งๆ เหมือนกัน?
กู๊ดดี้ : จริง
ติดใครมากกว่ากัน?
ติ๊ง : ข้อดีคือไม่ติดใครเลย ไปได้กับทุกคน
ร็อคกี้ : ลูกติดพ่อ (หัวเราะ)
ติ๊ง : ลูกไปได้หมด เขาชินกับการเจอคนเยอะๆ อยู่แล้ว ไม่ได้ติดใครเป็นพิเศษ แม่เป็นเหมือนเพื่อนสนิท พี่เลี้ยงก็เหมือนเพื่อนในแก๊ง
อ้อนมั้ย?
ติ๊ง : อยู่ดีๆ จะบอกว่ารักแม่ รักพ่อ แล้วเดินมากอด
ขึ้นลิฟต์มา เขาพูดยังไงกับพ่อ?
ร็อคกี้ : รักพ่อ ไม่มีปี่มีขลุ่ย
นอกจากอ้อน ยังฉายแววศิลปินตั้งแต่เด็ก จำเมโลดี้เพลงได้เยอะมากเร็วด้วย?
ร็อคกี้ : เขาน่าจะหัวไวครับ บางทีผมมีงานไปร้องเพลงบ้าง เราซ้อมอยู่ในบ้าน บางทีเหมือนได้ยินเสียงเด็กลอยมาเป็นท่อนๆ ซึ่งผมไม่ได้สอน ไม่ได้คิดว่าเขาต้องเป็นนักร้องหรืออะไร แต่อยู่ดีๆ ทำไมลูกฉันร้องตาม เมโลดี้ก็ได้อีก ลูกเราสามขวบจริงหรือเปล่า
ตอนท้องกู๊ดดี้ คนรู้คนแรกคือคุณย่า?
ร็อคกี้ : ใช่ครับ ตอนนั้นเป็นช่วงโควิด เราเองแต่งงานยังไม่ได้ เราเองเริ่มมีปัญหาด้วย ยังไม่ได้บอกอะไรใคร คนแรกที่รู้คือคุณแม่ผม คือคุณย่าเขา ย่าเขาบอกว่านัดคุณหมออีกทีเมื่อไหร่ ย่าขอไปดูอัลตร้าซาวด์ด้วย ขอไปดูหลานหน่อย วันที่เขาคลอดวันแรกเลย ย่าเป็นคนแรกที่ไปถึงรพ. อยากเจอหลานไวๆ
คุณย่าเจี๊ยบ แนะนำให้ร็อคกี้ไปซื้อแหวน เอามาให้เมียก่อนเพราะอะไร?
ร็อคกี้ : ตอนนั้นมีสองเหตุการณ์ จริงๆ เป็นเรื่องที่น่ายินดีอยู่แล้วล่ะ แต่ตอนนั้นอะไรก็ไม่อำนวยเราเลย หนึ่งเป็นช่วงโควิดปลายๆ แล้วล่ะ สองเรื่องเศรษฐกิจชีวิตเราเอง แม่บอกไม่ต้องคิดอะไรขนาดนั้นหรอกลูก เขาพูดในมุมผู้หญิงกับเรา ผมกับแม่โตมาเหมือนเพื่อนกันด้วย บางทีเราเป็นผู้ชายก็มองข้าม เขาบอกว่าไปซื้อแหวนไม่ต้องแพงก็ได้ ไปกินข้าวกัน ไปถ่ายรูปกัน ให้รู้ว่านี่คือภรรยาของเรานะก็ได้ลูก พร้อมเมื่อไหร่ในวันข้างหน้าจะทำยังไงก็ค่อยว่ากัน เราก็เออ แม่เราก็ดีเนอะ ยังคิดถึงเขา
ให้เกียรติภรรยา ขอบคุณที่มีลูกให้เรา?
ร็อคกี้ : ใช่ครับ ตอนนั้นผมเองนี่แหละ ไม่คิดอะไรเลย ผมแย่มาก ชีวิตมันเครียดไปหมด มันมองไม่เห็นทาง ที่เขาชื่อกู๊ดดี้เพราะตอนนั้นผมรู้สึกว่าชีวิตผมไม่มีอะไรดีเลยจริงๆ
กู๊ดดี้เกิด ร็อคกี้สงสารลูกเกิดมาในช่วงเวลามรสุม?
ร็อคกี้ : บางทีบางคนไม่กล้ามีลูกเพราะกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ก่อนหน้านั้นเราคิดว่าเราดูแลเขาได้แล้ว เราทำงานมาพอสมควร สร้างบริษัทเติบโตมา เก็บเงินเก็บทอง น้องๆ ทุกคนโตเป็นผู้ใหญ่ เราดูแลพ่อแม่ได้ ก็น่าจะมี แต่อยู่ดีๆ กราฟมันไม่ใช่ชันลง มันพุ่งลงเลย อยากให้เขาชื่อกู๊ดดี้ เพราะนี่คือสิ่งดีๆ สิ่งเดียวในชีวิตที่มี
โดนโกงเท่าไหร่?
ร็อคกี้ : เป็น 10 ล้านไม่พอ จากคนเคยมี มันติดลบอีกต่างหาก ติดลบไม่พอ พูดตรงๆ ตอนนั้นเราทำโปรดักชั่นละคร ละครก็เริ่มดาวน์ ไม่มีเงินไม่พอ มีหนี้อีก ยังนึกไม่ออกเลยว่าจะหาเงินที่ไหนไปใช้หนี้ มันมึนไปหมดเลย
มันหนักจริงๆ เลยไปถึงจุดนึง ที่ร็อคกี้คิดสั้น?
ร็อคกี้ : ไม่อยากอยู่ ไม่รู้จะทำยังไงกับตัวเองจริงๆ เมียก็ไม่ค่อยพูดอะไรมาก ด้วยสไตล์ของเขา แต่เขาจะวนๆ เวียนๆ อยู่รอบๆ เรา เราเหมือนจมอยู่กับปัญหา ตอนนั้นเหมือนซีนในละครเลยนะ ผมนั่งอยู่ที่ห้องมืดๆ มุมๆ ไม่อยากพูดกับใคร ข้าวไม่อยากกิน แล้วเพื่อนผมเขาไม่ได้ทำกับผมคนเดียว เขาดันไปทำกับคนอื่น บางทีเขาก็มาพูดถึงเรา มีโทรศัพท์ที่บางทีผมก็ไม่รู้จัก เป็นเจ้าหนี้คนอื่น โทรมาเฮ้ย อะไรยังไง ผมเหมือนคนโรคจิตนั่งกลัวโทรศัพท์ สั่น ร้องไห้ตลอดเวลา เหมือนซีนละครเลย จนเราไม่อยากอยู่แล้ว
หลุดจากตรงนั้นได้ยังไง?
ร็อคกี้ : สิ่งดีๆ สิ่งเดียวในชีวิตตอนนั้นคือกู๊ดดี้ ตอนนั้นผมคิดด้วยนะว่าทำไมต้องมาตอนนี้ด้วย ตอนที่มันไม่ดีที่สุดในชีวิตเลย ผมก็อยากมีนะ แต่ทำไมต้องเป็นตอนนี้ด้วยวะ เราอยากดูแลเขาให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะมีปัญญาดูแลได้ อาจไม่ต้องเป็นคุณหนูหรอก แต่เราไม่อยากให้เขาต้องลำบากขนาดนั้น แต่พอวันเวลาผ่านไป ผมบอกตัวเองถ้าวันนั้นไม่มีเขา วันนี้ผมอาจไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้แล้วก็ได้
ตอนตัดสินใจมีชีวิตอยู่ต่อ ทำอะไรบ้าง?
ร็อคกี้ : ทำทุกอย่างที่ตัวเองมีปัญญาทำได้ อย่างละคร รู้แหละไม่ค่อยจะมีหรอกตอนนั้น บอกใครได้ผมก็บอก จากที่คนอื่นต้องมาบอกเรา เราก็บอกว่ามีอะไรให้ช่วย รวมถึงคุยแซ่บโชว์นี่แหละ พอผมไปออกปุ๊บ ก็มีอะไรเล็กๆ น้อยๆ โทรมาถามผมว่าเอามั้ย ผมก็ทำหมด ขอบคุณมากที่คิดถึงผม แค่นี้ผมก็ดีใจแล้ว งานที่เราทำไม่มีจังหวะขายของ แต่ขายได้มั้ย ผมพอขายได้ ผมเคยบริหารสถานีเคเบิ้ลทีวี เราพอทำได้ แต่ไม่เคยทำนานแล้ว เราเป็นเบื้องหลังซะมากกว่า ผมเริ่มใหม่เลย เหมือนกลับไปอายุ 20 ใหม่ เริ่มกลับมาทำงานใหม่ ทำทุกอย่าง
มันไม่ได้ง่าย เพิ่งมีลูก ภรรยาท้อง ปัญหาถาโถมเข้ามา ร็อคกี้ทำทุกอย่าง ต้องสู้เพื่อลูก เพื่อปลดหนี้ ขายของก็ต้องเริ่ม ตอนนี้เหลือหนี้เท่าไหร่?
ร็อคกี้ : เหมือนชีวิตหนี้ เกิดมาแล้วก็ต้องยอมรับสภาพ และลุยไป จาก 10 ล้าน ตอนนี้เหลือไม่ถึง 10 แล้ว มีบางเดือนทันบ้าง บางเดือนไม่ทันบ้าง แต่ก็ไม่น่าตกใจเท่าตอนนั้นแล้ว บวกกับได้ทุกคนที่ช่วยสนับสนุนมาด้วยเหมือนกัน หลังผมออกรายการ ไปไลฟ์ ช่องผมเล็กมาก ได้เป็นพันออเดอร์ ช่องร็อกกี้ เอฟรี่ติง ผมคิดว่าผมคงเป็นช่องเล็กที่สุดในประเทศไทยที่เขาดูแล ทุกคนส่งพลังใจให้เราเลย เราต้องไม่ท้อสิ เราต้องไปต่อ ยังมีลูกอยู่ด้วย เราต้องทำอะไรอีกหลายอย่างเพื่อเขา
ถ้าใช้หนี้สำเร็จ มีเป้าอยากทำอะไร?
ร็อคกี้ : ตอนที่มันดีกว่านี้ ผมกำลังมีโปรเจกต์อยู่แล้วล่ะ แต่มันพังไปหมดเลย สิ่งที่อยากทำเลยคืออยากแต่งงาน อาจไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรมากมาย แต่สักหน่อยแล้วกันนะเธอ อย่าร้องไห้นะ (หัวเราะ) อาจมีแหวน พาลูกไปงานแต่ง คนนี้ความฝันเขาเลย เขาพูดทุกวันเขาอยากไปญี่ปุ่น ลูกอยากไปญี่ปุ่นไปโทมัสแลนด์ อยากได้พาเขาไปเหมือนกัน รวมทั้งแม่ด้วยเหมือนกัน ผมไม่เคยพาแม่ไปเมืองนอกเลย แม่บอกว่าตั้งแต่แม่ไปเรียนแล้วกลับมา ไม่เคยได้กลับไปอีกเลย ก็คิดว่าจะพาแม่ไปเที่ยวด้วยดีกว่า แต่ทุกอย่างพรึ่บซะก่อน ก็บอกตัวเองเลยว่าถ้าทำได้นี่คือสิ่งที่อยากทำ และบอกตัวเอง อาจฟังดูเท่ เขิน แต่ก็อยากเล่า ถ้าวันนึงผมหลุดจากตรงนี้ไปได้วันนึงผมจะเอาช่องไปช่วยเหลือคนด้วย เพราะวันที่ผมแย่ที่สุดมันไม่เห็นใครจริงๆ ผมเข้าใจเลยว่าคนที่ไม่เห็นใครเลย เขาอาจเห็นแสงสว่างเล็กๆ ช่วยเขาแล้วเขารู้สึกยังไง ถ้าผมรอด ผมอยากไปหาคนแบบนั้น
คุณติ๊ง ถ้าเขาปลดหนี้ เขาจะจัดงานแต่งงานให้เรา มีอะไรอยากบอก?
ติ๊ง : จริงๆ ไม่ได้คาดหวัง ตั้งแต่แรกที่คุยกันแล้ว รู้จักกันมา 10 กว่าปี ไม่ได้คาดหวังว่าต้องแต่งงาน แค่อยากให้เขาปลดล็อกตัวเองได้ แค่นั้นจริงๆ เป้าในชีวิตตอนนี้แค่อยากเห็นลูกมีความสุข แค่นั้นเอง แต่ก็ขอบคุณถ้านึกถึงนะ (เสียงสั่นเครือ)

by TVPOOL ONLINE