ภัยแล้งโคราชวิกฤต เขื่อนพิมายงดจ่ายน้ำ น้ำลำมูลแห้งขอด ชาวนานาปรังเสี่ยงยืนต้นตาย ขณะเกษตรกรเลี้ยงวัวควายเดือดร้อนหนัก ขาดน้ำ-ขาดอาหารสัตว์ ท่ามกลางอุณหภูมิทะลุ 40 องศาฯ
สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ทวีความรุนแรง หลังเขื่อนพิมาย ภายใต้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ อ.พิมาย ต้องงดส่งจ่ายน้ำเพื่อสำรองไว้สำหรับการอุปโภคบริโภค ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเกษตรกรและผู้เลี้ยงปศุสัตว์ในพื้นที่ท้ายเขื่อน
เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบว่า ระดับน้ำเหนือเขื่อนพิมายอยู่ที่ประมาณ 151.24 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ต่ำกว่าระดับเก็บกักที่ 152 เมตร โดยมีปริมาณน้ำคงเหลือ 2.84 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 78.70% ของความจุทั้งหมด ขณะที่ด้านท้ายเขื่อนระดับน้ำลดลงเหลือเพียง 147.53 เมตร
จากสภาพอากาศที่ร้อนจัดต่อเนื่อง ทำให้น้ำในลำมูลลดลงอย่างรวดเร็ว ทางโครงการจึงจำเป็นต้องปิดบานระบายน้ำหลายจุด ได้แก่ ประตูระบายน้ำลำน้ำเค็ม ลำสะแทด ธรรมจักรพัฒนา และปากคลองสายใหญ่ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ผลิตน้ำประปาเป็นหลัก ส่งผลให้บริเวณท้ายเขื่อนน้ำแห้งขอด เห็นสันดอนดินโผล่ และเริ่มมีวัชพืชขึ้นกลางลำน้ำ
ผลกระทบขยายไปถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะวัวควายที่ต้องเผชิญกับอากาศร้อนจัด อุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ทำให้ขาดแหล่งน้ำและพืชอาหารสด ต้องหากินหญ้าแห้งและตอซังข้าว ส่งผลให้สัตว์เริ่มผอมโซและขาดสารอาหาร
ขณะเดียวกัน ชาวนาในพื้นที่ท้ายเขื่อน เช่น หมู่ 16 ต.ในเมือง อ.พิมาย กำลังเผชิญความเสี่ยงสูง หลังฝืนทำนาปรังเพื่อให้มีข้าวบริโภคในครัวเรือน แต่กลับขาดแคลนน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าว เนื่องจากทั้งลำน้ำธรรมชาติและคลองชลประทานแห้งขอด ประกอบกับแม้จะมีพายุฤดูร้อนพัดผ่าน แต่กลับไม่มีฝนตกในพื้นที่ ทำให้น้ำในแปลงนาและแหล่งกักเก็บลดลงอย่างต่อเนื่อง
ชาวบ้านต่างกังวลว่า หากยังไม่มีฝนตกลงมาในระยะนี้ ข้าวนาปรังที่ปลูกไว้อาจยืนต้นตายและเสียหายทั้งหมด สร้างความเดือดร้อนด้านปากท้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
by TVPOOL ONLINE