ๆ ก็งานเข้าแบบงงๆ สำหรับอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง นัท นิสามณี หลังออกมาประกาศเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ด้วยการ “เลิกทำเล็บ” แต่กลับกลายเป็นประเด็นดราม่าจนมีคอมเมนต์รุนแรงตามมา ทำเอาเจ้าตัวประกาศชัด เตรียมเดินหน้าดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้ที่เข้าข่ายทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง

ขณะเดียวกัน นัท พร้อมด้วยเพื่อนซี้แก๊งหิ้วหวีอย่าง มิกซ์ เฉลิมศรี, เอแคร์ และ เอิ้ก ชาลิสา ก็ออกมาอัปเดตความคืบหน้างานวิวาห์ที่หลายคนรอคอย โดยยืนยันว่ามีเซอร์ไพรส์พิเศษเตรียมไว้ให้เจ้าสาวแน่นอน แม้เจ้าตัวจะยังไม่รู้รายละเอียดใดๆ เลยก็ตาม
ด้าน มิกซ์ เผยติดตลกว่า “เซอร์ไพรส์คือยังไม่ได้บอกอะไรเลย” ขณะที่ เอิ้ก ยอมรับว่า ตอนนี้ทุกคนก็ยังไม่รู้อะไรมากนัก ส่วน นัท ถึงกับบอกว่าลุ้นทุกวันว่าจะมีขบวนเซอร์ไพรส์โผล่มาหน้าบ้านเมื่อไหร่
เมื่อถูกแซวว่าเจ้าตัวบอกอยากจัดงานแต่งเรียบง่าย เอแคร์รีบสวนทันทีว่า “คนอยากได้งานแต่งเรียบง่าย คงไม่พรีเวดดิ้ง 50 ชุดหรอกค่ะ” ทำเอาเจ้าสาวหัวเราะรับ พร้อมยอมรับว่าเดิมทีอยากได้งานเล็กๆ แต่เพื่อนๆ ไม่ยอม เพราะอย่างน้อยต้องมีเวอร์ชันสไตล์แก๊งหิ้วหวีสักหนึ่งแมตช์แน่นอน
ส่วนความคืบหน้าการเตรียมงาน เอแคร์เผยแบบขำๆ ว่า ตอนนี้คืบหน้าแล้วประมาณ 4 เปอร์เซ็นต์ และกำลังเลือกฤกษ์โดยอิงจากวันที่น้ำขึ้นสูงที่สุด จน เอิ้ก แซวกลับว่า “งั้นไปจัดวันที่น้ำท่วมเลยดีกว่า”
นอกจากเรื่องงานแต่งแล้ว อีกประเด็นที่ถูกจับตามองคือดราม่าหลัง นัท ประกาศเลิกทำเล็บ ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าเข้าใจคนที่อาจมองว่าตนเองเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลทางความคิด แต่ไม่คิดว่าการตัดสินใจเรื่องส่วนตัวจะนำไปสู่การถูกด่าทออย่างรุนแรง
“บางคนเราให้อภัยได้ แต่บางคนก็ต้องจัดการ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก” นัท กล่าว พร้อมย้ำว่าคอมเมนต์ที่สร้างความเข้าใจผิดหรือใช้ถ้อยคำหยาบคายจนเข้าข่ายหมิ่นประมาท อาจต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทนายดำเนินการตามกฎหมาย
เจ้าตัวยังเผยอีกว่า ขณะนี้มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่เข้าข่ายถูกตรวจสอบ โดยยืนยันว่าจุดประสงค์ไม่ใช่เรื่องเงิน แต่ต้องการให้ผู้คนตระหนักถึงผลของการใช้คำพูดบนโลกออนไลน์
ด้าน มิกซ์ ขอออกความเห็นถึงกระแสดราม่าว่า “ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่คนดังเลิกกับแฟนก็โดนด่า เลิกทำเล็บก็โดนด่า ล่าสุดเลิกกินมังคุดคัดก็ยังโดนด่า เพราะฉะนั้นอย่าเลิกทำอะไรกันเลย ทำต่อไปให้สุด”
อีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนสงสัยคือข่าวลือว่า นัท ไม่แปรงฟันและใช้อมเกลือแทน เจ้าตัวจึงรีบชี้แจงว่า ความจริงคือไม่ได้แปรงฟันก่อนกินอาหารเช้าเท่านั้น เพราะรู้สึกว่าทำให้อาหารไม่อร่อย โดยจะใช้อมเกลือเพื่อลดแบคทีเรียก่อน และหลังรับประทานอาหารเสร็จจึงค่อยแปรงฟันตามปกติ รวมถึงใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ
ท้ายที่สุด นัท ฝากถึงทุกคนว่า ขอบคุณคนที่เข้าใจการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของตนเอง ส่วนคนที่มีความคิดเห็นแตกต่างก็ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะแต่ละคนมีมุมมองไม่เหมือนกัน และสามารถอยู่ร่วมกันได้ด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน

by TVPOOL ONLINE