“เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ” ส่งหนังสือถึง ป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของ “ไอซ์ รักชนก” อดีต สส.พรรคประชาชน หลังพบข้อสังเกตหลายประเด็น ทั้งรายได้จากเบี้ยประชุม การบริจาคเงินให้พรรค ทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้น รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับหนี้สินและเอกสารประกอบ โดยขอให้ ป.ป.ช. พิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมายว่าเข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.ป.ป.ช. หรือไม่.
วันที่ 21 มิถุนายน 2569 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า ได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ น.ส.รักชนก ศรีนอก กรณีพ้นจากตำแหน่ง สส. เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ว่าเข้าข่ายยื่นข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ อันอาจขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 หรือไม่
นายเรืองไกร ระบุว่า จากการเปรียบเทียบบัญชีทรัพย์สินกรณีเข้ารับตำแหน่ง สส. เมื่อปี 2566 กับบัญชีทรัพย์สินกรณีพ้นจากตำแหน่งในปี 2568 พบข้อสังเกตหลายประเด็นที่ควรได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติม
หนึ่งในประเด็นที่ตั้งข้อสังเกต คือ รายได้จากเงินเดือน สส. ที่แจ้งไว้ 1.2 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าที่เคยแจ้งไว้ก่อนหน้านี้ รวมทั้งไม่มีการแจ้งรายได้จากเบี้ยประชุม ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยแจ้งไว้ และยังเป็นกรรมาธิการในปี 2568
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเกี่ยวกับการบริจาคเงินให้พรรคประชาชน ซึ่งในบัญชีทรัพย์สินระบุรายจ่ายเพื่อบริจาคพรรคจำนวน 36,000 บาท แต่ข้อมูลการบริจาคที่แจ้งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่า มีการบริจาคเงินรวม 203,000 บาท ในช่วงเดือนกันยายน 2568 จึงเห็นว่ามีความแตกต่างของข้อมูลที่ควรได้รับการตรวจสอบ
นายเรืองไกร ยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับทรัพย์สินอื่นที่เพิ่มขึ้นจำนวน 234 รายการ คิดเป็นมูลค่า 85,484 บาท แต่ไม่มีการแสดงไว้ในรายการรายจ่าย รวมทั้งกรณีเงินกู้จากบริษัท เงินให้ใจ จำกัด ซึ่งมีการแสดงยอดหนี้คงเหลือ แต่ไม่ได้ระบุวัน เดือน ปีที่ทำสัญญา และจำนวนเงินกู้ตามสัญญา
อีกประเด็นที่หยิบยกขึ้นมาตรวจสอบ คือ รายการหนี้สินบางส่วนที่มียอดหนี้คงเหลือสูงกว่าวงเงินกู้ตามสัญญา โดยนายเรืองไกร ตั้งคำถามว่า ยอดหนี้ที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวเกิดจากสาเหตุใด และมีความผิดปกติหรือไม่
นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตเกี่ยวกับเอกสารประกอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ที่ไม่มีการระบุจำนวนหน้าของเอกสารแต่ละรายการ ซึ่งอาจเข้าข่ายการยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด
นายเรืองไกร กล่าวว่า ข้อสังเกตทั้งหมดเป็นเพียงประเด็นที่ขอให้ ป.ป.ช. ใช้อำนาจตรวจสอบข้อเท็จจริงตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อพิจารณาว่ามีการฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ พร้อมย้ำว่า การตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินไม่ได้มีเฉพาะกรณีของ น.ส.รักชนก เท่านั้น แต่ยังมีบัญชีทรัพย์สินของอดีต สส. และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอีกหลายรายที่ควรได้รับการตรวจสอบในลักษณะเดียวกัน
by TVPOOL ONLINE