เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

ศาลอาญาได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีที่ นางสุพรเพ็ญ วรโรจน์เจริญเดช เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายศิวาวิทย์ สำเร็จผล อดีตทนายความ เป็นจำเลย ในความผิดฐานฟ้องเท็จและเบิกความเท็จ

คดีนี้สืบเนื่องจากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปทุมธานี จับกุมนายศิวาวิทย์ตามหมายจับของศาลอาญา หลังไม่เดินทางมาฟังคำพิพากษาตามกำหนดนัดที่ผ่านมา

 

ตามคำฟ้องระบุว่า จำเลยได้ยื่นฟ้องโจทก์โดยนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม พร้อมกล่าวหาว่าโจทก์นำเอกสารสัญญาไปใช้เป็นพยานหลักฐานเท็จในคดีแพ่ง ทั้งที่ข้อเท็จจริงไม่เป็นเช่นนั้น นอกจากนี้ยังถูกกล่าวหาว่าให้การอันเป็นเท็จต่อศาลในระหว่างการพิจารณาคดี โดยมีเจตนาให้โจทก์ได้รับโทษทางอาญา

ก่อนหน้านี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำคุกในความผิดฐานฟ้องเท็จ 1 ปี และฐานเบิกความเท็จ 2 ปี รวมเป็นจำคุก 3 ปี ขณะที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแก้ ลดโทษเหลือจำคุก 8 เดือน

อย่างไรก็ตาม ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำของจำเลยเข้าข่ายความผิดตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้กลับไปใช้โทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คือจำคุก 3 ปี โดยไม่รอการลงโทษ

ล่าสุด เบนซ์ ได้โพสต์ข้อความ. 10 ปีไม่สาย กับการล่าตัวทนายโจรมาชดใช้กรรม

อันดับแรกต้องขอขอบพระคุณผู้ใหญ่ใจดี
นายกองตรี ดร ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ที่รับเรื่องและ
ประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างรวดเร็ว
และขอขอบพระคุณ พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย
ผู้บังคับการ สส.บช.น. ที่นำทีมไปจับกุมด้วยตัวเอง

ขอบคุณศาลที่ให้ความยุติธรรม แม้จะไม่ได้รับเงินคืน
เนื่องจากจำเลยไม่มีทรัพย์สิน ทำได้แค่สั่งล้มละลาย

สุดท้ายนี้ทนายความที่นำวิชาความรู้ความสามารถที่มี
ไว้ช่วยเหลือประชาชน แต่กลับนำมาใช้ในทางที่ผิด
หากินกับความเดือดร้อนของผู้อื่น ก็ควรต้องได้รับ
โทษทัณฑ์ ต่อสิ่งที่ตัวเองก่อเอาไว้ และไม่ควรมีที่ยืน
ในสังคมอีกต่อไป..

by TVPOOL ONLINE