เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

ชี้โพรงให้ ‘ทีวีดิจิตอล’
จุดอ่อน-จุดแข็งช่อง 7-ช่อง 3

     “ชี้โพรงให้กระรอก” คือคำโบราณที่เล่าขานกันมา หมายถึงชี้ช่องทางหรือยั่วยุให้คนที่ตั้งใจจะทำงานอยู่แล้วให้ตัดสินใจเร็วขึ้น ในวันนี้สิ่งที่ทีวีดิจิตอลคิดคือทำอย่างไรจะเข้าไปมีส่วนแบ่งเค้กที่ช่อง 7-ช่อง 3 ครองอยู่ เพราะ “สมรภูมิมรณะ 14 ช่อง” เตรียมพร้อมจะลุยทุกเมื่อ

     อย่างที่เคยบอกไปแล้วเรื่องการแข่งขันทีวีดิจิตอลที่แท้จริง มีเพียง 14 ช่อง (HD-7, SD-7) ที่เป็นวาไรตี้เท่านั้น 14 ช่องนี้ วงการโฆษณาบอกว่าจะครองงบโดยรวมถึง 70-80% ทีเดียว ใครจะเป็น “แชมป์ใน 24 ช่อง” ต้องพยายามแข่งในประเภทของตัวเองให้ชนะเสียก่อน… เขาถึงเรียกว่า “สมรภูมิมรณะ 14 ช่อง”

     สิ่งที่คน “ทีวีดิจิตอล” 14 ช่องนี้คิดอยู่ในใจอยู่ตลอดเวลาว่า จะเอาชนะช่องแชมป์เก่าอย่างช่อง 7-ช่อง 3 ได้มั้ย เอาชนะอย่างไร… คำตอบคือ “มีโอกาส” ก่อนจะรู้ว่ามีโอกาสเช่นไร ต้องรู้ “จุดแข็ง-จุดอ่อน” 2 สถานีสื่อสัมปทานนี้ก่อน… รู้เขา-รู้เรา รบไม่ชนะวันนี้ ผู้ไม่แพ้ก็หืดจับได้เช่นกัน… แล้ว “จุดแข็ง” เขาอยู่ตรงไหนบ้าง

     1. “จุดแข็ง” ของช่อง 7-ช่อง 3 มีเหมือนกันคือ มีแบรนด์อิมเมจที่แข็งแรง จากที่เคยได้เป็นเจ้าของสัมปทานผูกขาดสื่อมายาวนาน จนกลายเป็นค่านิยม เป็นความเคยชิน เช้า-สาย-บ่าย-เย็น ต้องดู 2 ช่องนี้เท่านั้น โอกาสจะทะลวงให้ช่อง 3-ช่อง 7 คือเรื่องที่สุด… ถือเป็นงานหิน เพราะการจะแยกความเคยชินของคนมันลำบากเอาการอยู่

     2. “จุดแข็ง” ต่อมาคือ รากฐานที่ทั้งสองช่องวางมา ไม่ว่าคอนเน็กชั่นกับ   เอเจนซี่, คอนเน็กชั่นกับผู้ผลิตรายการ, คอนเน็กชั่นกับผู้จัดละคร คอนเน็กชั่น กับดารา เขาเพาะบ่มร่วมกันมาจนกลายเป็น “ครอบครัว” ความเป็นปึกแผ่นทำให้สร้างงานออกมาได้ดีกว่า… ละครดีๆ จะหาดาราดังๆ จากที่ไหนไปร่วมงานด้วยเพื่อโค่นแชมป์ เป็นเรื่องไม่เหลือเชื่อ แต่ก็เกิดขึ้นลำบาก เพราะดาราดังก็เลือกที่จะอยู่ช่องดังเป็นอันดับแรก แต่หลังจากนี้อีก 2 ปีไม่แน่ ถ้าคุณพิสูจน์ตัวเองได้ว่า “มีดี” พอที่ประชาชนเลือก ง่ายๆ คือ ถ้าช่องคุณดังดาราก็ไป

     3. “จุดแข็ง” สุดท้ายคือ เงินมหาศาล ช่อง 3-ช่อง 7 ทุ่มเท เพื่อครองส่วนแบ่งการตลาดไว้ให้มากที่สุด ไม่ว่าการกว้านซื้อคนทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง บล็อกไม่ให้ไปไหน ยอมจ่ายเงินเดือนฟรีๆ โดยยังไม่ได้ทำงานอะไรก็ยอม คนคุณภาพอยู่ในอ้อมอกเขา รายการคุณภาพใหม่จากคนใหม่ๆ ก็หาไม่ง่ายเลย ถ้ากลุ่มดิจิตอลจะฝ่ากำแพงนี้ไป นั่นหมายถึงการเดิมพันด้วยชีวิตทีเดียว… ทีวีดิจิตอลทั้ง 14 ช่องต่างก็มีเงินมีทองพร้อมลุยเสมอ อย่างที่บอกนั่นแหละ ถ้าศักยภาพช่องดี มีรายการติดพันธนาการตรงนี้…สามารถปลดได้

     พอมองเห็นจุดแข็งของ 2 ช่องแชมป์แล้ว ซึ่งถือเป็นกำแพงแข็งแกร่งที่โอกาสจะทะลวงเข้าไปโจมตีสะดวกๆ คิดได้แต่ทำยาก ในมุมของ “จุดอ่อน” ของช่อง 7-ช่อง 3 ก็มีให้ทะลวงได้ ต้องบอกว่า “ต้องใช้เวลา” ไม่น้อยทีเดียวกว่าจะล้าง “ความเคยชิน” ได้…เรามาดู “จุดอ่อน” ของช่อง 3-ช่อง 7 กัน

     1. “จุดอ่อน” ที่มองเห็นชัดเจนของ ช่อง 7-ช่อง 3 คือ เจ้าของเงินที่ไม่เคยลงมือทำงานในรายละเอียดเลย มีแต่วางนโยบายให้ทำนู่นทำนี่ แล้วให้ลูกน้องทำ ไม่รู้ความยากลำบาก ไม่รู้ราคา งบประมาณแท้จริง งานดีก็มาจากลูกน้องที่เชียร์ ดีมากครับผม เหมาะสมครับนาย…เชียร์มากๆ แล้วก็ได้ของเป็นรางวัล

     ขณะที่มีคู่แข่ง 2 เจ้า ก็ไม่เป็นไรกับการดำเนินธุรกิจแบบอดีต แต่ปัจจุบันมี 24 เจ้า ทุกคนต่างมีความมุ่งมั่นในใจ “จุดอ่อน” ที่ช่อง 3-ช่อง 7 มีกลุ่มทีวีดิจิตอลบันทึกรายละเอียดหมด วันนี้พวกเขาไม่ชนะ วันหน้าก็มีสิทธิ์แย่งชิงกลุ่มผู้ชมได้ เพราะเป็นสมรภูมิอิสระที่วัดกันด้วยฝีมือและวีธีคิดใหม่ๆ นั่นแหละ คือเครื่องวัดระบบการบริหารทีวีสมัยใหม่

     เจ้าของเงินลุยงานเอง อย่าง “เฮียฮ้อ, ประภาส, ปัญญา, พีช โมโน, สุทธิชัย หยุ่น” ค่าสคริปต์เท่าไหร่, ค่าตัวเอ็กซ์ตร้าเท่าไหร่ ค่าไฟต่อ 1 เทปเท่าไหร่รู้หมด เงินก็ควบคุมได้ ความบกพร่องของงานไม่ดี แก้ไขได้เดี๋ยวนั้น ลงรายละเอียดทุกอย่าง…ย่อมได้เปรียบทั้งคุณภาพและระบบการเงิน ลูกน้องออกก็ทำเองเป็น…ตรงนี้สำคัญมาก…ที่ช่อง 7-ช่อง 3 ถ้าไม่มีลูกน้องก็ต้องประกาศรับสมัครหาคนมาทำต่อ การบริหารแบบ “เถ้าแก่” แตกต่างจากบริหารแบบ “ลูกจ้างเป็นใหญ่”

     2. “จุดอ่อน” ที่ 2 ช่อง 7-ช่อง 3 แบกค่าใช้จ่ายมหาศาล เพราะองค์กรใหญ่ คนมาก ต่างคนต่างความคิด คนทำงานขัดแย้งกัน คนมีฝีมือถูกดอง คนประจบได้ดี ค่าใช้จ่ายต่อเดือนมหาศาล เดือนมากกว่า 100 ล้าน ถึงจะรวยมาก คู่แข่งเยอะ ถ้าจ่ายมากก็หมดได้… รายการที่มีอยู่ก็ไม่ได้ทำเอง ค่าเช่าเวลาบ้าง เป็นไทม์แชริ่งบ้าง เสมือนคนเก็บเงินค่าเช่าบ้าน ถ้าคนเช่าหนีไปก็ทำเองไม่ได้… อาร์เอส, เวิร์คพอยท์, เนชั่น เป็นตัวอย่างที่มองเห็นชัดสุดว่า พวกเขาลุยจริงมีอนาคตจริง

     3. “จุดอ่อน” ที่ 3… ดาราที่เซ็นสัญญาอยู่ งานให้เขาก็น้อย ฝนตกไม่ทั่วฟ้า คนงานเยอะแทบจะไม่มีเวลานอน คนว่างก็ว่างจนต้องหนีกลับไปขายไก่ย่าง อีกปี 2 ปี โอกาสที่ไม่ต่อสัญญาก็สูง ดาราพวกนี้ พิธีกรเหล่านี้ พร้อมเป็นดาราอิสระ ที่เป็นเช่นนี้เพราะนายไม่ได้ดูรายละเอียดเอง แต่ให้ลูกจ้างที่นายจ้างมาทำ ก็ใช้อำนาจที่มีเอาพวกตัวเอง สิ่งเหล่านี้ดูเป็นเรื่องเล็กๆ แต่ก่อนไม่มีที่ไป เด็กก็ไม่งอแง พอมีทางเลือกมากจำเป็นที่ต้องโบยบิน มองลึกๆ เรื่องนี้คือเรื่องใหญ่ สั่นคลอนองค์กรได้ เพียงแค่ไม่มีใครหยิบขึ้นมาพูดเท่านั้นเอง

     จุดแข็งที่สุดของช่อง 3-ช่อง 7 คือ “ละคร”… ส่วนที่ทำเงินให้มากที่สุด เป็นหน้าเป็นตาของช่อง 3-ช่อง 7 มาถึงวันนี้ก็คือ “ละคร” คิดหรือว่าทีวีดิจิตอลเขาจะไม่ทำละครแข่ง วันนี้อาจยังไม่ชนะ แต่อนาคตไม่นานก็ไม่แน่เหมือนกัน เพราะคนไทยชอบลองของใหม่ๆ เสมอ

     ทั้ง 2 ช่องที่อ่อนที่สุดและมีแนวโน้มว่าอนาคตต้องหืดจับคือ ภาควาไรตี้-เกมโชว์-ทอล์คโชว์ ถึงจะมีคนดังๆ มาออกหน้าจอได้ก็จริง แต่ครีเอทีฟที่คิดให้คนทำพวกทีวีดิจิตอลมีมากกว่าแน่นอน สั่งสมไว้เยอะแยะ…จับตารายการ

     ในเวลาไม่เกิน 2 ปีต่อจากนี้ ถ้าเรทติ้งเป็นธรรมจริง ช่อง 3-ช่อง 7 จะเหนื่อยกว่าที่คิดเยอะเลย ภาคละครก็ใช่ว่า ไทยรัฐ, อาร์เอส, แกรมมี่, โมโน, PPTV จะยอม…ยังไงๆ ก็ขอแชร์ตลาดไว้ก่อน ถ้าละครเรื่องเดียวเกิด เรื่องต่อไปก็เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

     Toy Aigner

by TVPOOL ONLINE