ช่อง 3 กับศึกดิจิตอลทีวี
วันที่ 11 ตุลาคม คือวันที่ช่อง 3 ยอมออกอากาศแบบคู่ขนานตามคำแนะนำของกสทช. ถึงแม้ว่าจะร้องศาลปกครองสูงสุด ศาลก็ยืนยันตามที่กสทช. ได้แจ้งกับช่อง 3 ก่อนหน้านี้คือ ต้องออกคู่ขนานเท่านั้นถึงจะออกอากาศในกล่องเคเบิ้ล-ดาวเทียมได้… ส่วนสัมปทานที่เหลืออยู่ 5 ปี ก็ยังคงอยู่ต่อไปจนสิ้นสุดสัมปทาน แต่ต้องออกที่หนวดกุ้ง-ก้างปลาเท่านั้น ที่ช่อง 3 ขอให้ศาลพิจารณาใหม่คือ ออกเคเบิ้ลดาวเทียมด้วย ออกที่หนวดกุ้ง-ก้างปลาด้วย ทำไม่ได้ เรื่องจึงตกไป
สื่อมวลชนที่รับรู้ข้อมูลจากกสทช. ตลอดมา คนที่ติดตามข่าวสารในโซเชียลต่างให้กำลังใจกสทช. ในการต่อสู้เรื่องนี้ ซึ่งเป็นจำนวนมหาศาลอย่างไม่น่าเชื่อ แม้จะมีคน 2 กลุ่มเห็นต่างคือ กลุ่มผู้เห็นใจช่อง 3 ที่มองว่าช่อง 3 ถูกรังแก ดิจิตอลออกอากาศก็ออกไปสิ จะมากังวลกับช่อง 3 ทำไม ว่าจะคู่ขนานหรือไม่คู่ขนาน กับกลุ่มที่เห็นว่ากสทช. มีความจริงใจที่จะขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านโทรทัศน์จากอนาล็อกเป็นดิจิตอล ที่เรียนชี้แจงตลอดมาก่อนจะลงมือประมูล กสทช. ไม่อยากให้มีปัญหาตามมาหลังการประมูล…ที่สุดเรื่องก็เกิดขึ้นจริงๆ เมื่อประมูลจบและดิจิตอลออนแอร์
ผมรับข้อมูลจากกสทช. ทุกวัน เช้า สาย บ่าย เย็น เพื่อจะตอบสิ่งที่ช่อง 3 แถลงถึงสาเหตุที่ไม่ยอมออกคู่ขนาน ซึ่งกสทช. ก็ปวดหัว เพราะเป็นเรื่องที่พูดซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ช่อง 3 ก็จะไปอีกทาง ไม่พยายามเข้าใจที่ทางการแนะนำ แฟนคลับช่อง 3 ดาราช่อง 3 คนที่ทำธุรกิจกับช่อง 3 ก็ออกมาต้าน พูดแบบที่ช่อง 3 ให้ข้อมูลมา ซึ่งเป็นการกดดันกสทช. พอสมควร แต่เจ้าหน้าที่ก็ยืนกรานตามกฎหมายที่พวกเขารับมาปฏิบัติ เลยกลายเป็นข้อขัดแย้งอย่างที่เป็นข่าวกันมาเป็นเดือนๆ
ผมในฐานะสื่อที่ติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2540 สิบกว่าปีที่ตามเรื่อง ปฏิรูปสื่อ ผมรักและเคารพทุกคนใน “มาลีนนท์” ไม่มีอคติกับช่อง 3 แม้แต่น้อย แต่ผมแค่เป็นคนนำสารที่กสทช. พูดมาบอกต่อถึงที่มาที่ไปให้คนที่ยังสับสนให้เข้าใจว่า ทำไมประเทศไทยต้องปฏิรูปสื่อ ปฏิรูปแล้วดีอย่างไร ถ้าไม่ปฏิรูปแล้วจะไม่ดีอย่างไร ซึ่งมูลเหตุมาจากเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญปี 2540 และรัฐธรรมนูญปี 2550 ทั้งสิ้น
ส่วนจะมีกินแหนงแคลงใจบ้างก็ไม่ว่ากัน มาถึงวันนี้ช่อง 3 ก็คงเข้าใจเจตนารมณ์พวกผมแล้วว่า เราพูดเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสมบูรณ์ พูดเพื่อย้ำว่าการขัดแย้งกับหน่วยงานซึ่งเป็นองค์กรอิสระ โอกาสชนะไม่มี มีแต่เปลืองตัว…วันนี้ก็เห็นแล้วว่าที่สุดช่อง 3 ก็ต้องปฏิบัติตาม
สิ่งที่ดีขึ้นแน่ๆ ของช่อง 3 วันนี้คือ ทีวีดิจิตอลของช่อง 3 ที่ประมูลได้มา 3 ช่อง โฆษณาเต็ม ช่อง 33 ที่เป็น HD และออกคู่ขนาน ยังขายโฆษณาได้นาทีละ 5 แสนห้า เหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ช่อง SD และช่อง Family (ช่องเยาวชน) ก็ขายโฆษณาราคาแพงกว่าทีวีดิจิตอลทั้งหมด และมีแนวโน้มว่ารายการจะดีขึ้นเรื่อยๆ จากการสำรวจของเนลสันในกรุงเทพฯ ช่อง 3 ยังคงครองอันดับ 1
ศึกทีวีดิจิตอลสงบลงแล้ว การแข่งขันของทีวีดิจิตอลเริ่มขึ้นจริงๆ จังๆ คือวันที่ 20 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันที่กสทช. เริ่มแจกคูปองซื้อกล่องเซตท็อป บ็อกซ์ ประชาชนได้ดูทีวีดิจิตอลได้มากขึ้น… ยังไงๆ ช่อง 3-ช่อง 7 ยังคงครองแชมป์อยู่ หลังจากนี้อีกปีหรือ 2 ปี ค่อยมาว่ากัน เพราะการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคทีวีต้องใช้เวลา จะปุ๊บปั๊บอย่างใจไม่ได้…
ช่อง 3 และแฟนคลับช่อง 3 เข้าใจในสิ่งที่พวกผม พยายามสื่อแล้วใช่มั้ยครับว่าเราหวังดีกับช่อง 3 ดีกว่าจะไปปวดหัวกับการเถียงหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งไม่มีทางจะชนะ ทิศทางที่ช่อง 3 เลือกคือ ทิศทางเดียวกับพวกผมอยากให้เป็น แล้ววันนี้ช่อง 3 ก็แฮปปี้ เพราะไม่ว่าจะอยู่แพลตฟอร์มไหนๆ ก็หาคนจะชนะคุณ
ยากมาก
การขัดแย้งทั้งหลายทั้งปวงในโลก ไม่มีใครคิดว่าตัวเองผิด คนที่ทะเลาะกันเพราะมีความเห็นต่างกัน กรณีนี้เป็นเรื่องของ “ผู้รักษากฎ” (กสทช.) และ “คนที่ไม่ยอมรับกฎ” (ช่อง 3) กลายเป็นข้อขัดแย้ง ทั้ง 2 ฝ่ายต่างก็มีคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเช่นกัน ผมเห็นว่ากสทช.ทำถูก มีเจตนาดีต่อส่วนรวม ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะรังเกียจช่อง 3
ผมไม่ได้เข้าข้างกสทช. แบบไม่มีเหตุผล ไม่ได้เข้าข้างกลุ่มทีวีดิจิตอล เพราะผมไม่ได้เกี่ยวข้องกับการประมูลทีวีดิจิตอล สถานะผมก็คือผู้รับจ้างทำรายการทั่วไป ซึ่งปัจจุบันทำหลายช่อง ทั้งเคเบิ้ล-ดาวเทียมด้วย แม้กระทั่งที่ช่องไทยทีวี ผมก็คือผู้รับจ้างไม่ใช่เจ้าของ ไม่มีเหตุผลที่ต้องออกมานำเสนอเรื่องนี้เพื่อใคร แต่ออกมาพูดเพื่อถ่ายทอดคำพูดของกสทช. ให้กับคนที่ไม่เข้าใจได้เข้าใจ ก็ทำหน้าที่เหมือนสื่ออื่นๆ ในประเทศเขาว่ากัน ถ้าจะมีใครโกรธก็ขออภัย ไม่พอใจก็ขอโทษนะครับ
คนที่เคยอ่านข่าว ผมอาจมีภาพพจน์ไม่งามในเรื่องข่าวกับผู้หญิง ซึ่งก็เป็นเพียงครั้งเดียวที่มีอุบัติเหตุชีวิต แต่ยืนยันว่าผมไม่เคยทำผิดทำนองคลองธรรมแน่นอน แต่ที่แน่ๆ ในอาชีพผมไม่มีในเรื่องผิดจรรยาวิชาชีพ เขียนข่าวเพื่ออามิสสินจ้าง เรื่องกสทช. ก็เช่นกัน ผมเขียนและพูดด้วยความบริสุทธิ์ใจ พูดเมื่อไหร่ เขียนเมื่อไหร่ ก็จะเหมือนเดิม
ตอนเรียนผมทำวิทยานิพนธ์เรื่องปฏิรูปสื่อ… สัมภาษณ์อย่างละเอียดจากผู้เกี่ยวข้องกับการร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 มากกว่า 20 ท่านที่ให้คำจำกัดความของเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญกับมาตรา 40 ว่าด้วยการปฏิรูปสื่อ…มาถึงวันนี้เมื่อต้องได้พูดอีกกรณีช่อง 3 กับกสทช. ผมเข้าใจในสิ่งที่กสทช.จะสื่อสารกับสาธารณะ
สิ่งที่ผมเขียนและพูดในรายการทีวีมีจุดเดียวครับคือ อยากให้ช่อง 3 ออนแอร์แบบคู่ขนาน เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิตอลตามแนวคิดของรัฐธรรมนูญ เหมือนที่ช่อง 7-ช่อง 9 ทำ
ช่อง 3 ยื้อเรื่องนี้มาหลายเดือน แต่ที่สุดก็กลับมาเป็นอย่างที่ผมพูด และพวกผมเขียนคือยอมออกในแบบคู่ขนาน ไม่ใช่ช่อง 3 ทะเลาะกับกสทช. แล้วพวกผมไปเข้าข้างกสทช. แต่เป็นการร่วมชี้แจงให้ประชาชนทราบว่า ช่อง 3 เข้าใจคลาดเคลื่อนในสิ่งที่กสทช. พูดตรงไหนบ้างเท่านั้นเอง
Toy Aigner
by TVPOOL ONLINE
