เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

‘ค่าย’ นั้นสำคัญไฉน

     เมื่อเข้าสู่วงการบันเทิง หลายๆ คนงงว่าการมีสังกัดเป็นเรื่องบวกหรือเรื่องลบ ยิ่งมีทีวีดิจิตอลเกิด ทางเลือกมีมากมายที่จะให้ก้าวเดิน ดาราหลายๆ คนเลือกที่จะเป็นดาราอิสระรับเงินเอง ไม่มีแบ่งค่าย เรื่องอย่างนี้มันแล้วแต่คนคิด

      ปัญหาหลักของดารานักแสดงหลายคนของการอยู่ในวงการบันเทิงนั้น ไม่มีงานแสดงทั้งหนังและละคร ไม่มีงานอีเว้นท์ ไม่มีผู้จัดการส่วนตัว ทั้งๆ ที่เป็นคนหน้าตาดี โปรไฟล์ดี ฝีมือการแสดงดี แต่ทำไม…ไม่มีงาน

     นั่นเป็นเพราะไม่มีค่ายหนัง ละคร หรือเพลงคอยเป็นแบ็คอัพสนับสนุนครับ สิ่งเหล่านี้จำเป็นมากน้อยแค่ไหนในวงการแสดง ผมว่าจำเป็นมากทีเดียว กับการแสดงที่เราเรียกว่า ACTING แสดงในพฤติกรรมของตัวละคร ไม่ใช่ทำในสิ่งที่ตัวเองเป็นหรือเป็นตัวเอง แม้แต่เรื่องงานเพลงที่ศิลปินส่วนใหญ่มักจะชอบพูดว่า “เป็นงานที่ถ่ายทอดออกมาจากตัวตนของผมอย่างแท้จริง”

     นั่นอาจจะเป็นคำพูดที่ “ใช่” แต่อาจจะ “ไม่ใช่” ทั้งหมด เพราะงานเพลงก็ต้องมี “โปรดิวเซอร์” หรือ “ครีเอทีฟ” คอยวางคอนเซ็ปต์ของศิลปินคนๆ นั้นให้ออกมาโดนใจผู้ชม และเป็นที่ต้องการของตลาดผู้บริโภคมากที่สุด

     ในเรื่องของภาพยนตร์ก็จำเป็นจะต้องมีการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องเช่นกัน เพราะการสร้างหนังแต่ละเรื่องนั้น ไม่ใช่ลงทุนด้วยจำนวนเงินเรื่องละร้อยเรื่องละพันบาท ทุกอย่างมีต้นทุนหมดครับ

     ตัวอย่างของนักแสดงที่ให้ความสำคัญกับค่ายหนังที่เห็นได้เด่นชัด “คริส หอวัง” ครับ เพราะจากหนังเรื่อง “รถไฟฟ้ามาหานะเธอ” ทำให้ “คริส” แจ้งเกิดเป็นนางเอกสาวสุดฮอทในพริบตา เพราะบทบาทสาวเฉิ่มสุดเชย ที่บูชาความรัก ทำให้หนังเรื่องนี้ฮิตถึงขั้นทำรายได้กว่า 100 ล้านบาท ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ 
“คริส” เป็นเพียงดีเจ. เป็นครูสอนเต้นรำที่โรงเรียนนานาชาติ อาจจะไม่มีคนรู้จัก “คริส” เยอะเท่านี้

     แต่ทาง “วิสูตร พูลวรลักษณ์” แห่งค่าย GTH ได้วางกลยุทธ์นโยบายแจ้งเกิด “คริส” เพื่อเป็นนางเอกในสังกัดของเขาเรียบร้อยแล้ว หนทางแต่ละก้าวเดิน แม้จะดูว่า “คริส” เป็นคนตัดสินใจทั้งหมด แต่ขอให้เชื่อเถอะว่า ค่าย GTH เป็นคนวางเส้นทางแบบหลวมๆ ให้ “คริส” ได้เดิน

     ค่ายละครที่ประสบความสำเร็จมากๆ ในเรื่องของการคัดเลือกเรื่องที่นำมาทำเป็นละคร ตลอดจนเป็นนักแสดงที่อยู่ในสังกัด นับว่า “ค่ายโพลีพลัส” เป็นค่ายละครที่น่าจับตามองยิ่งนัก ในการกุมบังเหียนของผู้บริหารสาวคนเก่ง “อรพรรณ วัชรพล” ที่ทำละครเรื่องไหนก็ฮอทฮิตทุกเรื่อง เพราะนโยบายของ “อรพรรณ” คือ “ปั้นเด็กไว้ใช้งาน” 

     ขอพูดถึงละครเมื่ออดีตอย่าง “พระจันทร์ลายพยัคฆ์” และ “ระบำดวงดาว” ได้แจ้งเกิดสองนักแสดงหน้าใหม่ “อ๋อม-อรรคพันธ์ นะมาตร์” จาก “พระจันทร์ลายพยัคฆ์” และ “ลีเดีย-ศรัณย์รัชต์ 
วิสุทธิธาดา” ใน “ระบำดวงดาว” ทั้ง “อ๋อม” และ “ลีเดีย” ประสบความสำเร็จในเส้นทางนักแสดงนั้น เป็นเพราะว่าเขาทำตามทุกอย่าง เดินตามเส้นทางที่ “คุณนิด-อรพรรณ วัชรพล” แนะนำ และทั้งคู่กลายเป็นดาราแม่เหล็กของวงการบันเทิงในปัจจุบัน แม้ว่า “อ๋อม” จะขอเป็นดาราอิสระรับงานเองแล้วก็ตาม

     เมื่อมองย้อนไปถึงเรื่องงานเพลง เราจะพบได้ว่า “เดอะสตาร์” เป็นเวทีของนักร้องที่ประสบความสำเร็จมากๆ ดาวแต่ละดวงที่ “บอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ” บรรจงปั้น เขาไม่ได้ปั้นว่าจะให้มาร้องเพลงแค่อย่างเดียวเท่านั้น แต่ถ้าใครอยากจะมุ่งมั่นในเรื่องของการร้องเพลง เขาก็ไม่ห้าม

     “รุจ-ศุภรุจ เตชะตานนท์” เดอะสตาร์ 4 แม้ว่าหน้าตาดีเข้าขั้นพระเอก แต่เมื่อเขาบอกว่าไม่ถนัดในเส้นทางนักแสดง อยากจะร้องเพลงอย่างเดียว “บอย-
ถกลเกียรติ” ก็กรุยเส้นทางในสิ่งที่ “รุจ” ปรารถนา ส่วนในเรื่องดังหรือไม่ดังก็ดูเอง เพราะเป็นหนทางที่ “รุจ” เลือกเอง 

     การปั้น “บี้-สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว” ให้เป็นซูเปอร์สตาร์ ก็นับเป็นกรณีที่น่า
ศึกษาเป็นอย่างยิ่ง “บอย-ถกลเกียรติ” วางหมากให้ “บี้” เดิน ให้ “บี้” ร้องเพลง ให้ “บี้” ได้เล่นละครโทรทัศน์และละครเวที ทุกสิ่งอย่างที่ปรากฏของ “บี้” ค่อยๆ ซึมซับไปในใจของผู้ชม ทำให้เขาได้กลายเป็น “ซูเปอร์สตาร์” ที่ประชาชนรักและชื่นชมเอ็นดู

     ยังคงมี “เดอะสตาร์” อีกหลายคนที่เตรียมแจ้งเกิด 
“ซูเปอร์สตาร์” ที่เห็นได้เด่นชัด “โตโน่-ภาคิน” ที่ “บอย-
ถกลเกียรติ” เตรียมดันเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นละครเรื่อง “นัดกับนัด” งานเพลงและละครเวที “หงส์เหนือมังกร เดอะ มิวสิคัล”

     เป็นผลงานของ “โตโน่ เดอะสตาร์” ที่จะปรากฏให้ผู้ชมได้เห็นและผ่านสายตาไป ดูเหมือนว่าจะเป็นเส้นทางของ 
“ซูเปอร์สตาร์” ที่คล้ายกับเส้นทางของ “บี้” ไม่มีผิดเพี้ยน
ในขณะที่ดารานักแสดงหลายคนเชื่อมั่นและให้ความสำคัญกับค่ายหนัง-ละคร-เพลงที่ตัวเองสังกัดอยู่ แต่ก็มีนักแสดงบางคนขอเป็นอิสระ ด้วยเหตุผลสั้นๆ ว่า “ทำแล้วไม่มีความสุข ไม่เป็นตัวของตัวเอง”

     ความคิดเหล่านี้เปรียบเหมือนเป็น “ดาบสองคม” ครับ นักแสดงบางคนอาจจะออกอาการติสท์จัด 
อีโก้แรง ไม่ยอมฝึกฝน ฝึกหัด และเรียนรู้ในสิ่งที่ตัวเองต้องทำ อาจจะมองว่าเรื่องของ “โอกาส” ใครๆ ก็หยิบยื่นให้ได้

     “ค่าย” ไม่ใช่ตัวกำหนดว่าดาราหรือนักร้องคนนั้นๆ จะดังหรือไม่ ในใจเขาคิดจะปั้นใครก็อยากให้คนนั้นดังด้วยกันทั้งนั้น แต่องค์ประกอบความดัง ค่ายมีส่วนอยู่เพียง 30% อีก 70% คือเด็กปั้นต้องมีเอง ไม่ว่าจะเป็นอุปนิสัยหรือความสามารถในการแสดงออก

     อย่าโทษค่ายว่าทำไมโปรโมทฉันน้อยจัง ทีคนนั้นไม่เห็นเจ๋งเลย ทำไมโปรโมทจัง คงเป็นเพราะเราเลียไม่เป็น เข้าหาผู้ใหญ่ไม่เก่ง คิดแบบนี้บอกเลยว่าคุณคิดผิด เพราะค่ายอยากให้เด็กปั้นของเขาประสบผลสำเร็จทุกคน ดังทุกคนนั่นแหละ แต่จังหวะและดวงของทุกคนมันไม่เท่ากัน เข้าทำนองว่า “รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง”

     การให้เกียรติตัวเอง ให้เกียรติค่าย ให้เกียรติเพื่อนร่วมงาน ให้เกียรติผู้มีพระคุณ คือหัวใจของการเป็นดารา นักแสดง หรือศิลปิน ยิ่งดัง ยิ่งถ่อมตน จะทำให้ชีวิตยืนยงในวงการ…
     Toy Aigner

by TVPOOL ONLINE