เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 7 ก.พ. ที่ บช.ปส. นายไผ่ ลิกค์ หรือ ไผ่ วันพอยท์ เปิดเผยภายหลังเดินทางมาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด กว่า 3 ชม. ว่า เดินทางมาเป็นพยานให้การตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสงสัย โดยเจ้าหน้าที่ถามเรื่องความสัมพันธ์ ทำไมจึงมามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ซึ่งตนทำธุรกิจนำเข้ารถอยู่แล้ว และเล่นรถซุปเปอร์คาร์มานาน มีลูกค้ามาหารถซูเปอร์คาร์ตามปกติ ผ่านเพื่อน ชื่อ เจ๋ง ตอนแรกไม่ได้ระบุด้วยซ้ำว่า เป็นรถลัมโบกินี ก็มีการสอบถามกันว่ารถใคร มาจากไหนยังไง ซึ่งตนไม่ได้รู้จักเจ้าของรถแต่รู้จักเจ้าของเต้นท์ที่จะสามารถดึงรถมาได้ จะใช้คำว่านายหน้าก็ได้
โดย ไผ่ วันพอยท์ กล่าวว่า”ผมไม่รู้จักนายเบนซ์ กับนายบอยเป็นการส่วนตัว เพื่อนที่มาด้วยกันขายรถอยู่แล้ว โดยได้มีการมาสอบถามว่า “หารถคันนี้ได้ไหม” ซึ่งไม่ใช่คันแรก เพราะหามา 2-3 คันแล้ว และเขาก็มาซื้อคันนี้” นายไผ่ ระบุ และว่า เรื่องนี้เพราะอาจจะอยู่ที่คนแนะนำมากกว่า จึงมีการไปดึงรถมาจากเจ้าของเต้นท์รถ เนื่องจากเจ้าของเชื่อในเครดิตตน
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ใครที่เป็นคนประสานมาให้หารถให้ ไผ่ วันพอยท์ กล่าวย้ำว่า เพื่อนเป็นคนบอกมาให้ช่วยหารถ โดยเพื่อนน่าจะรู้จักกับนายบอย และในวันนี้เพื่อนได้เดินทางมาเข้าให้ข้อมูลพร้อมกัน ส่วนตัวได้พูดคุยผ่านเพื่อนเท่านั้น จึงขอยืนยันว่าไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวกับนายบอยและนายเบนซ์ แต่เขาใช้เครดิตให้ช่วยหารถ และตรวจดูว่าเคยซ่อม หรือชนมาบ้างหรือไม่ ส่วนที่ถามว่าเคยเจอกับบอยเป็นการส่วนตัวหรือไม่นั้น เจอกับนายบอยในวันที่ไปดูและซื้อรถ แต่ไม่เจอนายเบนซ์ ซึ่งจำไม่ได้ว่าช่วงไหนเพราะนานมาแล้ว โดยได้ดูรถมาก่อนประมาณ 2 คัน ก่อนที่จะมาจบที่รถลัมโบร์กีนีคันดังกล่าว ซึ่งซื้อในราคา 14 ล้านบาท รถที่ซื้อเป็นรถติดไฟแนนซ์ จึงต้องเปลี่ยนสัญญาไฟแนนซ์ก่อน โดยใช้เงินดาวน์ 5-6 ล้านบาท
ไผ่ วันพอยท์ กล่าวต่ออีกว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อมาเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเพื่ออยากให้เข้ามาเป็นพยาน ซึ่งได้ตอบตกลง แต่ไม่ได้เตรียมเอกสารหลักฐานอะไรมา เพราะไม่มีตั้งแต่แรกอยู่แล้ว และขอพูดตรงๆ ว่า วันนั้นนายบอยบอกว่า ต้องการดูรถให้เพื่อน ซึ่งไปจบการซื้อขายกันที่เต้นท์รถเอกบรูโน่ที่ย่านพระราม 3 (BUONO AUTO CLINIC) ยืนยันว่าเป็นเพียงตัวตัวกลางที่แนะนำ และรู้จักกับเจ้าของเต้นท์รถ เพราะเล่นรถซุปเปอร์คาร์ด้วยกัน แข่งรถอยู่ในวงการนี้ด้วย ส่วนตัวขับรถซุปเปอร์คาร์มาตั้งแต่เด็ก เรื่องจริงเรารู้อยู่แล้วว่า เป็นอย่างไร ไม่ได้เกี่ยวข้อง และทำธุรกิจเกี่ยวกับการขายรถอยู่แล้ว ยืนยันว่าไม่รู้จักกับนายเบนซ์เป็นการส่วนตัว เพราะตนอยู่ในวงการซุปเปอร์คาร์ แต่นายเบนซ์อยู่ในวงการบิ๊กไบค์ เป็นคนละวงการกัน ทั้งนี้ในวันที่รับรถตนจำเลขทะเบียนรถไม่ได้ จำได้แต่ว่าเป็นป้ายที่ระบุจังหวัดสงขลา ซึ่งไม่ทราบว่าผ่านการครอบครองมาแล้วกี่คน และไม่ทราบว่าเจ้าของรถที่แท้จริงขณะนั้นคือใครวันที่เจอเบนซ์ ก็คือวันที่มารับรถปกติ ซึ่งเบนซ์ น่าจะทราบว่าตนเป็นคนแนะนำรถคันนี้ให้ เพราะยังถามเรื่องรถกันอยู่ และน่าจะไว้ใจตนเพราะรถซูเปอร์คาร์เป็นรถที่ดูยาก ต้องดูอย่างละเอียด ว่ามีปัญหาเคยถูกชนอะไรมาไหม ส่วนเรื่องการซื้อรถ ก็เหมือนตนเป็นศูนย์ ตนก็ไม่รู้หรอกว่า ลูกค้าที่เข้ามาซื้อเป็นอย่างไร โดยการดำเนินการของตนก็แค่รู้จักวงการซูเปอร์คาร์ ใครมาฝากขายตรงไหน ตนก็แค่ดึงลูกค้า คนขายมาเจอกันแค่นั้น
by TVPOOL ONLINE