เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดการเผยแพร่คลิปวีดิโออย่างหนักในโลกออนไลน์ เมื่อนายวิชัย พรมน้อย ชาว ต.ซับเปิบ อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ ไลฟ์สดนำเชือกมาผูกไว้กลางบ้าน หวังจะฆ่าตัวตายพร้อมลูกสาววัย 5 ขวบ พร้อมระบายในคลิปวีดิโอว่า “เชือกเส้นนี้จะทำให้ผมกับลูกไปดี” ก่อนที่เด็กจะร้องไห้ ทำให้เจ้าตัวได้สิ้นสุดการไลฟ์สด และกลายเป็นที่พูดถึงอย่างหนักในโลกออนไลน์ว่าหลังจากสิ้นสุดการไลฟ์สดเด็กหญิงคนดังกล่าวปลอดภัยหรือไม่

ล่าสุด นางสมถวิล ขวัญน้อม ญาติของนายวิชัย เปิดเผยกับว่า ปกตินายวิชัยทำอาชีพเดินสายโทรศัพท์อยู่กรุงเทพฯจะกลับมาเยี่ยมลูกและภรรยาบ่อยครั้ง วันที่ก่อเหตุนายวิชัยเดินทางกลับมาบ้านแต่ไม่พบภรรยาจึงเกิดความเครียดเกรงว่าภรรยาจะมีคนอื่น เนื่องจากเงินที่ส่งให้ภรรรยาเพื่อนำไปเลี้ยงลูกจำนวน 4,000 บาท นั้นหมดภายในอาทิตย์เดียว และเคยเห็นภรรยาคุยกับผู้ชายคนอื่นผ่านทางเฟซบุ๊กบ่อยครั้ง คาดว่าเป็นสาเหตุที่ไลฟ์สดประชดรักผ่านทางเฟซบุ๊ก ก่อนที่จะมีเพื่อนบ้านเข้ามาเห็น และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังโป่ง ช่วยไว้ทัน โดยนายวิชัยยืนยันกับตำรวจว่าที่กระทำไปเพราะเครียด ไม่ได้มีเจตนาฆ่าตัวตายทำไปเพราะประชดรักเท่านั้น และสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงปล่อยตัวกลับบ้าน ส่วนลูกสาววัย 5 ขวบ ตนและเครือญาติยังคงคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง

“นายวิชัยรักภรรยา และลูกสาวมาก แต่มีปากเสียงกับภรรยาและมักจะทำร้ายร่างกายตัวเองบ่อยครั้ง ถึงกับเคยกินยาฆ่าตัวตายมาแล้ว แต่ก็ช่วยไว้ได้ทัน จนกลายเป็นเรื่องชินชากับคนในละแวกนั้น สงสารก็แต่หลานสาววัย 5 ขวบ ของทั้งสองคนที่ต้องอยู่ในสภาวะเช่นนี้ แต่ตัวของหลานสาวเองก็มีสภาพจิตใจที่ดี ยังคงร่าเริง ยิ้มได้ และกำลังจะเข้าโรงเรียนในระดับชั้นอนุบาล ด้านภรรยายืนยันว่าจะกลับมาตกลง และปรับความเข้าใจ ทั้งนี้หากอนาคตทั้งสองฝ่ายเลิกราไปก็จะเป็นคนรับหลานสาวคนนี้มาเลี้ยงไว้เอง” ญาตินายวิชัยกล่าว

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.เพชรบูรณ์ เปิดเผยกับเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ได้ประสานเจ้าหน้าที่เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว หากเด็กมีสภาวะจิตใจที่ปกติก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของครอบครัว โดยจะแนะนำการเลี้ยงดูและฟื้นฟูสภาพจิตใจอย่างใกล้ชิด แต่หากครอบครัวไม่พร้อมเลี้ยงดูก็จะประสานให้สถานรับเลี้ยงเด็กเข้ามาดูแลต่อไป

ที่มา – เดลินิวส์

by TVPOOL ONLINE