จากรายงานระบุว่า อะแมนด้า ไม่สนใจใยดีแม้ว่าลูกน้อยจะร้องไห้อยู่ภายในรถ และเมื่อมีบางคนในงานปาร์ตี้ทราบว่าเธอทิ้งลูกน้อยไว้ในรถ ก็บอกให้เธอพาพวกเขาเข้าไปในบ้าน แต่เธอกลับปฏิเสธ จนกระทั่งเวลาผ่านล่วงเลยไปจนถึงบ่ายของอีกวัน อะแมนด้า ได้เดินกลับมาที่รถแล้วก็พบว่า เด็กทั้งคู่นอนแน่นิ่งไม่ได้สติท่ามกลางอุณหภูมิ 33 องศาเซลเซียส
ยิ่งไปกว่านั้น แทนที่อะแมนด้าจะรีบนำตัวลูกน้อยทั้งสองไปส่งโรงพยาบาลทันที เธอกลับพาทั้งคู่ไปอาบน้ำและแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ เพื่อปกปิดความผิดของตัวเอง ก่อนจะพาไปพบแพทย์ โดยแจ้งว่าทั้งคู่หมดสติไปหลังจากดมกลิ่นดอกไม้ในสวนแถวบ้าน
แพทย์พยายามยื้อชีวิตเด็กทั้งคู่โดยใส่เครื่องหายใจให้ แต่สุดท้ายไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ทั้งคู่ก็เสียชีวิตจากไปในที่สุด
ด้านนายอำเภอเคอร์เคาน์ตี เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นคดีที่สะเทือนใจมากที่สุดที่เขาเคยพบเจอ ตั้งแต่เขาทำงานผู้พิทักษ์กฎหมายมานานกว่า 37 ปี
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวนและสอบปากคำ อะแมนด้า จนเธอยอมรับสารภาพในที่สุด อย่างไรก็ดี แม้ว่า อะแมนด้า ไม่มีประวัติอาชญากรรมกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่จากการสืบสวนพบว่า ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอทิ้งลูก ๆ ของเธอไว้ในรถ
อะแมนด้า ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2560 พร้อมทั้งถูกตั้งข้อกล่าวหาทอดทิ้งหรือทำให้เด็กอยู่ในอันตราย และอาจจะมีการเพิ่มข้อหาหนักขึ้นเนื่องจากเป็นเหตุให้เด็กถึงแก่ชีวิต โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่อนุญาตให้เธอประกันตัวด้วยเงินจำนวน 70,000 ดอลลาร์สหรัฐ (2.3 ล้านบาท) อย่างไรก็ดี หากการพิจารณาคดีคดีในชั้นศาลเห็นว่ามีเธอมีความผิด เธอจะได้รับโทษจำคุกอย่างน้อย 2 ปี
ที่มา viraltop1.ga
by TVPOOL ONLINE



