สำหรับพิธีกรชื่อดังอย่าง“สรยุทธ สุทัศนะจินดา” ที่ตกเป็นข่าวอยู่หลายวันเกี่ยวกับกรณีที่ดิน ที่ถือครองที่เขาใหญ่บุกรุกป่าสงวนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาเคลียร์ละเอียดยิบในรายการว่า
“ซื้อที่ดินมาเมื่อปี 2551 เป็นการซื้อที่ดินจากโครงการมูนแดนซ์ ซึ่งมูนแดนซ์ไปซื้อมาจากสถาบันการเงินอีกที ที่มาที่ไปของโครงการก็ขอเวลาไปตรวจสอบ ก็ได้ข้อมูลมาจากโครงการและเอกสารที่ตนเก็บไว้ โดยซื้อมาทั้งหมด 6 แปลง ทุกแปลงเป็นโฉนดที่ดิน ซึ่งให้แก่บริษัท การ์เด้นโฮม รีสอร์ท จำกัด โดย 5 แปลงแรกมีการโอนจากบริษัท บริหารสินทรัพย์เพทาย จำกัด เมื่อวันที่ 24 ก.ย.2551 ซึ่งแปลว่าผู้ที่ซื้อใหม่ก็คือโครงการมูนแดนซ์ ไปประมูลออกหรือไปซื้อมาจากสถาบันการเงิน แล้วเอามาขายต่อให้ อีก 1 แปลง ซื้อมาเมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2554 โดยเป็นถนนที่ทางโครงการไม่อยากมีภาระบริหารจึงขายให้ตนที่พร้อมรับภาระบริหาร ทำให้ตนมีที่ดิน 8 ไร่เศษ
ถามว่าที่ดินของผมอยู่ในลักษณะไหน ซึ่ง 6 แปลงเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ แต่ที่นำเสนอข่าวกันก่อนหน้านี้ ทำเสมือนว่า ผมเป็นเจ้าของโครงการทั้งหมด” นายสรยุทธ กล่าวและว่า ตนได้หนังสือมาจากโครงการมูนแดนซ์ เป็นหนังสือของกรมที่ดิน ลงวันที่ 2 มิ.ย.51 เป็นการแจ้งการออกหนังสือการแสดงสิทธิ์ในที่ดิน ท้องที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ถึงผู้ว่าฯ โคราช โดยสรุปเป็นการบอกเล่าที่มาที่ไปของโครงการมูนแดนซ์ อันเนื่องมาจากการออกเอกสารสิทธิ น.ส.3 ลงนามโดย “รองอธิบดีกรมที่ดิน” ปฏิบัติหน้าที่แทนอธิบดีกรมที่ดิน โดยหนังสือนี้เจ้าของโครงการส่งมาให้ตนเพื่อยืนยันว่า ที่ดินทั้งหมดไม่มีประเด็นในข้อหากฎหมาย ครม.มีมติเมื่อปี 2506 ให้ที่ดินทั้งหมดเป็นเขตป่าไม้ถาวร แต่เมื่อพิสูจน์สิทธิ์ น.ส.3 ก. เลขที่ 90 ออกให้นางรุจิรา พานิช เมื่อ 13 พ.ย.2524 เปลี่ยนที่มาจาก น.ส.3 ก. เลขที่ 29 ซึ่งแบ่งมาจาก น.ส.3 ก. เลขที่ 8 ออกเมื่อ 6 พ.ย.2505 ครม.มีมติเมื่อ 12 พ.ย.2506 ประกาศเป็น “เขตป่าไม้ถาวร” โดย น.ส.3 ก. เลขที่ 90 ออกสืบเนื่องจากหลักฐานเดิม ซึ่งออกก่อนมติ ครม.2506 ประกาศเป็นเขตป่าไม้ จึงไม่มีผลกระทบต่อสิทธิ์ในที่ดินที่มีอยู่ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 90 จึงออกโดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นผลให้โฉนดที่ 15594-15603 จำนวน 53 แปลง ชอบด้วยกฎหมาย แปลงที่จะต้องไปพิสูจน์กันต่อไป คืออยู่ในกลุ่มนี้ 15593
นอกจากนี้พิธีกรชื่อดังยังชี้แจงเพิ่มเติมอีกด้วยว่า การจะเข้าไปตรวจค้นทำได้เฉพาะ 3 กรณีที่ไม่มีหมายค้นคือ กรณีที่ 1) ผิดกฎหมายมาตรา 112 หมิ่นสถาบัน กรณีที่ 2) ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง หมายรวมถึงเกี่ยวกับระเบิด กรณีที่ 3) ฝ่าฝืนประกาศของ คสช. ฉะนั้นในกรณีอื่นๆ แม้กระทั่งเรื่อง “ป่าไม้” ยังไม่มีกฎหมายใด ให้อำนาจเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นโดยไม่มีหมายค้น
ส่วนกรณีลำห้วยสาธารณะ ที่ พ.อ.สมหมายบอกนั้น ผมไปซื้อที่ดิน โครงการฯ ก็ยืนยันว่ามันเป็นอย่างนี้แล้ว และเขาก็ไม่ได้ทำตั้งแต่เจ้าของเดิม ซึ่งกระบวนการตรงนี้ก็ยินดีให้ตรวจสอบตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งหมดนี้ในฐานะผู้รับผลกระทบ ขอใช้เวลาช่วงหนึ่ง หลังที่ตกเป็นข่าวอยู่หลายวัน ที่ “เดลินิวส์” หรือสื่อบางส่วนไปลงว่า ไปสร้างขวางทางน้ำ เวลาหน้าน้ำก็อยากจะให้ไปดูว่า มันเป็นอย่างไร ถ้าใครไปสร้างบ้านขวางทางน้ำ ไม่โง่ก็บ้าล่ะครับ”
credit.youtubeเรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร,tnews
by TVPOOL ONLINE

