เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

เป็นเรื่องราวที่สร้างความเจ็บปวดและสะเทือนใจให้กับหญิงสาว รวมไปถึงครอบครัวและคนรอบข้างเป็น อย่างมาก เมื่อผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก อ้วน จิรวัฒน์ หรือนายแพทย์จิรวัฒน์ อ่อนมณี รพ.สมเด็จยุพราชธาตุพนม จังหวัดนครพนม ได้แชร์เรื่องราวของ คุณจุ๊บจิ๊บ หรือนางสาวมนัสวี วิเศษวุฒิ วัย 27 ปี หญิงสาวที่มีการ เรียนดี ขยันหมั่นเพียร และเป็นที่รักของใครหลายคน ผู้เปรียบเสมือนเสาหลักของบ้าน และกำลังมี อนาคตที่ดีในหน้าที่การงาน กลับต้องมาประสบพบเจอเหตุไม่คาดฝัน

 

 

เมื่ออายุประมาณ 25 ปี เธอได้ล้มป่วยเป็นเนื้องอกที่รังไข่ ขณะกำลังศึกษาปริญญาโทอยู่ที่ประเทศจีนเธอจึงเดินทางกลับมายังประเทศไทยเพื่อผ่าตัดและรักษาตัว หลังจากนั้นจึงเดินทางกลับไปที่จีนเหมือนเดิมจนเรียนจบและมีงานทำ กระทั่งผ่านไปเกือบ 2 ปี เธอก็เริ่มมีอาการปวดขาซ้ายจนต้องเข้าโรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง จนตัดสินใจเดินทางกลับมาเพื่อรักษาตัว แต่เธอกลับได้รับข่าวร้ายจากคุณหมอว่าเธอกำลังป่วยเป็นมะเร็งที่รังไข่ และอาการหนักถึงขั้นลุกลามไปยังกระดูก ตับ ปอด และสมอง  โดยที่เธอและครอบครัวไม่ทันตั้งตัว

 

 

โดยนายแพทย์จิรวัฒน์ ได้โพสต์ข้อความถึงเรื่องราวทั้งหมดว่า…
“#โปรดช่วยกันแชร์ครับ #ถึงผู้มีจิตใจดีมีเมตตาทุกๆท่าน
สวัสดีครับ เพื่อนๆพี่น้องๆที่รักทุกๆท่าน
ผมนายแพทย์จิรวัฒน์ อ่อนมณี ปฏิบัติงานอยู่ที่ รพ.สมเด็จยุพราชธาตุพนม จังหวัดนครพนม ออกตัวก่อนว่าตัวเองไม่ใช่หมอที่เก่งและเฉพาะทางด้านใดๆ ทั้งนั้น แต่ผมดูแลกลุ่มผู้ป่วยในระยะประคับประครองในรพ.ผมร่วมกับทีมและแพทย์ท่านอื่นๆ ซึ่งวันนี้มีเรื่องราวมาแชร์ และขอแรงพลังชาวโซเชียลเพื่อช่วยเหลือครอบครัวของคนไข้คนนึงครับ

 

คนไข้คนนี้มีชื่อว่า นางสาวมนัสวี วิเศษวุฒิ  ชื่อเล่นจุ๊บจิ๊บ อายุ 27ปี อดีตเธอเติบโตและจบชั้นมัธยมศึกษาจาก รร.แห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต ด้วยความสามารถและความขยันจึงสอบได้คณะที่ตนเองมุ่งหวังคือคณะมนุษยศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น เธอเลือกเรียนเอกภาษาจีนที่เธอชอบครับ (เธอพูดเก่งมากกกก) ตั้งแต่เด็กจนโต แม่เธอเล่าว่าน้องจุ๊บจิ๊บ เป็นคนนิสัยดี อัธยาศัยดี เป็นที่รักของครอบครัว เธอเป็นคนขยัน เรียนดี และเป็นคนประหยัดอดออม ถึงแม้พื้นฐานครอบครัวเธอจะมาจากพ่อแม่ที่แต่ละฝ่ายต่างมีลูกติด คือเธอเป็นลูกติดแม่ และน้องชายที่ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัย (ช่วงฝึกสอน) เป็นลูกติดพ่อทั้งคู่ห่างกันประมาณ4-5ปี แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้มีปัญหาใดๆ แต่คนในครอบครัวกลับรักกันดีและช่วยเหลือกันเสมอ ถือเป็นความครัวที่พ่อแม่และลูกอบอุ่นครับ

 

หลังจากจบมหาวิทยาลัยแล้ว เธอก็ได้รับโอกาสที่สำคัญ เธอได้รับทุนจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจีนและเธอก็ไม่ทิ้งโอกาสนั้นไป เธอได้เรียนปริญญาโทที่จีน และสำเร็จการศึกษาได้ตามเวลาโดยค่าใช้จ่ายบางส่วนนั้ มหาวิทยาลัยที่จีนเป็นคนออกให้ เธอต้องควักเองอีกนิดหน่อย เช่นค่ากิน ค่าเดินทางจากไทย-จีนเป็นต้น มาถึงตรงนี้ ผมขอชมเลยว่า เธอเป็นผู้หญิงที่เก่งครับ ชีวิตของผู้หญิงคนนี้ เธอมีดีมากๆ หลังจากจบแล้วเธอยังได้ทำงานต่อที่จีนเลย เงินเดือนของเธอที่ได้รับก็เพียงพอกับการเลี้ยงชีพตัวเอง มีเงินเก็บ และที่สำคัญเธอส่งเงินมาให้ที่บ้านได้ใช้และส่งน้องเรียน

 

ในวันที่เธอมีเงินเดือนก้อนแรกๆ พ่อแม่บอกผมว่า เธอดีใจมากครับ เพราะที่ผ่านมานั้น พ่อของเธอซึ่งทำอาชีพเลี้ยงกุ้งที่ภูเก็ตซึ่งเป็นเสาหลักของบ้านเป็นผู้หารายได้เข้าครอบครัวทั้งหมด ซึ่งต่อไปนี้ครอบครัวก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นและภาระที่ต้องส่งเธอเรียนก็หมดไป แต่ระหว่างที่เธอกำลังศึกษาอยู่ที่จีนนั้น เธอชอบมีปัญหาปวดท้องน้อยรบกวนอยู่บ่อยๆ และนั้นคือจุดเริ่มต้นของอาการป่วยของเธอ ที่กำลังจะมาพรากเธอจากทุกๆ อย่าง

 

ระหว่างเรียนปริญญาโทที่จีน เธอต้องบินกลับไทย เพื่อมารักษาอาการดังกล่าว เธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเนื้องอกที่รังไข่ และได้ทำการรักษาผ่าตัดเอาก้อนออก ที่รพ.จังหวัดแห่งหนึ่งในภาคอิสาน ขณะที่เธออายุประมาณ 25 ปี หลังจากผ่าตัดไปนั้นดูเหมือนทุกๆอย่างจะดีขึ้น อาการเธอไม่ปวดแล้ว เธอสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ และเธอก็กลับไปที่จีนตามปกติ และก็เรียนจบ ต่อด้วยการทำงานที่นั้น อย่างที่กล่าวมาวันเวลาผ่านไปราวๆ 2ปี เธอสังเกตว่าเธอเริ่มมีอาการปวดต้นขาซ้าย เป็นๆ หายๆ เธอต้องเข้าๆ ออกๆ รพ.ที่จีนอยู่บ่อยครั้ง และยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดของอาการ เธอตัดสินใจกลับมาที่ไทย และเข้ารับการรักษาที่รพ. ใกล้บ้านก่อนราวๆเดือนมีนาคม 2560 แต่ครั้งนี้ ดูเหมือนมันจะไม่เป็นไปด้วยดีเหมือนครั้งที่แล้วอาการของเธอถูกส่งต่อไปยัง รพ.เดิมที่เคยผ่าตัด และผลการวินิจฉัยโรคของเธอก็คือมะเร็ง

 

เธอเป็นมะเร็งที่รังไข่ และล่าสุดมะเร็งได้แพร่กระจายไปยัง กระดูก ตับ ปอด และสมอง เรื่องราวมันเกิดขึ้นเร็วมาก แทบตั้งตัวไม่ทัน  ถ้าเป็นคนธรรมดา จิตใจไม่เข้มแข็ง ก็คงไม่อยู่ได้ไม่นานแน่ๆ แต่ไม่ใช่สำหรับเธอผู้หญิงที่ชื่อจุ๊บจิ๊บคนนี้ เธอบอกกับตัวเองและครอบครัวว่าเธอจะสู้ เธอต้องหาย ในทางการแพทย์ โรคของเธอเรารู้อยู่แล้วว่าเธอไม่หาย แต่หมอหลายๆ คนก็สู้กับเธอ เธอถูกฉายแสงที่สมองจำนวน 10 ครั้งเพื่อกดก้อนที่สมองของเธอไว้ และมันก็เป็นไปด้วยดีช่วยให้เธอดีขึ้น เธอรักษาโดยหมอหลายๆ คนหลายๆ สาขาและหาหลายๆ วิธีเพื่อช่วยเหลือเธอ แต่สุดท้าย ความจริงก็คือความจริงเมื่อเธอรู้ว่าอาจจะไม่มีทางหายจากโรค

 

จากคนที่เคยคิดว่า เธอนี่แหละจะเป็นความหวังของครอบครัว ตอนนี้ครอบครัวต้องมาดูแลเธอ บางครั้งเธอร้องไห้ บางครั้งโทษโชคชะตาว่า ทำไมเธอต้องมาเป็นแบบนี้ หลายครั้งเธอไม่อาจเอาชนะความท้อแท้ได้เธอร้องไห้ และนั่นทำให้หัวอกคนเป็นพ่อแม่ย่อมแตกสลาย เพราะสงสารเธอ เธอบอกแม่เสมอ ว่าอยากจะมีชิวีตที่ดี ได้ดูแลพ่อแม่ ส่งน้องชายเรียนให้จบ แต่ฝันของเธอถูกโรคร้ายมาพรากจากไป เธออยากให้มันเป็นเพียงแค่ฝันไปด้วยซ้ำ แต่มันไม่ใช่

 

นั้นคือเรื่องราวคร่าวๆของเธอครับ และตอนนี้เธอย้ายมาอยู่รพ. ใกล้บ้านแล้ว ได้ประมาณ 1 สัปดาห์อาการเธอทรงตัว พอขยับแขนขาได้บ้าง แม่ต้องคอยช่วยเหลือทุกๆ อย่าง มีอาการปวดขาและตามตัวกิจวัตรส่วนใหญ่อยู่บนเตียงนอนทั้งหมด มีเหนื่อยเป็นพักๆ มีแผลกดทับที่ข้อเท้าขวา ซึ่งแผนการรักษาของเธอคือการรักษาแบบประคับประครองและรักษาตามอาการ และยังไม่มีแผนการที่มากกว่านี้ และการรักษาของเราเรามุ่งหวังให้เธอมีชีวิตที่ปกติสุขที่สุด ให้เธอมีอารมณ์แจ่มใส มีเรี่ยวแรงมากขึ้น สื่อสารโต้ตอบกับเราและครอบครัวได้ ช่วยเหลือตัวเองเท่าที่ทำได้

 

และที่สำคัญอยากเห็นรอยยิ้มจากเธอบ่อยๆ เพราะเวลาที่ยิ้มเธอทำให้คนอื่นยิ้มและมีความสุขตามได้เสมอ แต่ส่วนโรคมะเร็งนั้นก็คงยังดำเนินอยู่ต่อไป พอผมถามถึงเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการรักษาว่ามาจากไหน จากทางแม่ แม่เล่าอย่างตรงไปตรงมาว่าเป็นเงินเก็บของเธอส่วนนึง และเป็นเงินที่พ่อหามาได้ ตอนนี้แทบไม่ค่อยเหลือแล้ว ส่วนใหญ่ใช้ไปกับการรักษา ถึงแม้จะใช้สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้าก็ตามซึ่งได้จ่ายค่ารักษาน้อย แต่มันไม่เพียงพอครับ สำหรับการรักษาคนๆนึง เพราะครอบครัวยังต้องส่งน้องเรียนอีกคน

 

พอถามถึงภาระหนี้สินของเธอเอง ก็มีนะครับ ตอนน้องเรียนที่มหาลัย ได้กู้ กยศ. ไว้หลังเรียนจบก็ได้ส่งคืนไม่เคยขาด แต่ตอนนี้ยอดยังค้างอยู่ แต่เหลือค้างเท่าไรต้องเชคกับางมหาวิทยาลัยอีกที ซึ่งช่วงนี้ที่บ้านก็ต้องส่งแทนเธอ แต่แม่ก็ได้เล่าให้ฟังว่า ที่เธอกู้มาช่วงเรียนเพราะอยากช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายระหว่างเรียนและเธอเป็นคนอดออม ไม่เคยทำให้พ่อแม่เดือดร้อนเรื่องเงินเลยระหว่างเรียน

 

มาถึงตรงนี้ ผมเข้าใจว่า เธอคงอาจจะไม่ได้ต้องการมากไปกว่ากำลังใจ และความรักความอบอุ่นจากครอบครัว แต่ผมในฐานะคนที่ดูแลรักษา มองเห็นว่าเธออาจจะยังต้องการอุปกรณ์ทางการแพทย์หลายอย่างเพื่อชีวิตที่ยืนยาวมากที่สุดของเธอ ถ้าเธอกลับบ้าน เธออาจจะต้องการ ถังออกซิเจน สายต่างๆ ดูดสะเลด สายอาหาร เตียงลมสำหรับคนป่วยที่นอนติดเตียงเป็นต้น แต่ทุกอย่างไม่ได้มาฟรีครับ มีค่าใช้จ่ายทั้งหมดและเธออาจจะต้องออกเอง

 

ปล1.ได้ขออนุญาติคนไข้และครอบครัวแล้วในการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว 
ปล2.ขอรับรองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง ด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพกระผม
ปล3.ขอบพระคุณที่เข้ามาอ่านครับ 
ปล4.ผมคิดอยู่นานมาก กับการตั้งกระทู้นี้ แต่เพื่อคนไข้เลยทำให้ตัดสินใจง่ายขึ้น
#ช่วยกันแชร์ #ช่วยให้กำลังใจ #ช่วยต่อลมหายใจ #จุ๊บจิ้บ #เพื่อชีวิตคนดีๆครับ”

 

 

 

 

หลังจากนายแพทย์จิรวัฒน์ ได้โพสต์เรื่องราวชีวิตของคุณจุ๊บจิ๊บ ได้มีชาวเน็ตเข้ามาเป็นกำลังใจและแชร์เรื่องราวนี้ออกไปเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ หากผู้ใดประสงค์ต้องการช่วยเหลือคุณจุ๊บจิ๊บ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่เบอร์โทร 083-4189807, 061-0788922 นางมณีรัตน์ วิเศษวุฒิ.

 

 

by TVPOOL ONLINE