มุงข่าวดัง
รายการสารคดีเชิงข่าวอันดับ 1
นักวิชาการจับประเด็นข่าวเรื่องทีวีดิจิตอลหลายครั้ง เพื่อมาวิเคราะห์ถึงสถาน การณ์ของทีวีดิจิตอลว่าใครจะอยู่ ใครจะไป และทิศทางที่ควรจะเป็นของทีวีดิจิตอลเป็นเช่นไร ผู้ประกอบการทั้ง 21 ช่อง ไม่หวังจะให้ธุรกิจนี้ “รุ่ง” ขอเพียงแค่ “รอด” ก็พอใจแล้ว
จาก 21 สถานี (ไม่รวมอนาล็อก) ต้องบอกว่า ทีวีดิจิตอล “เหน่ือยทุกเจ้า” ส่วนการจะ “รวย” จากดิจิตอลทีวีในพ.ศ.นี้ เหมือนที่ช่อง 3-ช่อง 7 รวยนั้น คงจะลำบาก เพราะยุคทองของทีวีอยู่ในช่วงการแข่งขันสูง
วิธีคิดของคนทำธุรกิจทีวีดิจิตอลขณะนี้คือพุ่งไปที่ละครและวาไรตี้เป็นหลัก เพราะ 2 แขนงนี้คือหัวใจของช่อง 7-ช่อง 3 ที่รวยมา รายการประเภทอื่น 2 ช่อง อนาล็อก (ช่อง 3-ช่อง 7) เคยทำมาหมดแล้ว สุดท้ายก็มาตายที่ละครและวาไรตี้เกมโชว์
สถานีเกิดใหม่ที่กำหนดทิศทางในการชนกับช่อง 3-ช่อง 7 ที่มองเห็นชัดเจนเวลานี้คือ ช่องวัน (แกรมมี่) ที่ยกทั้งสถานีให้บอย-ถกลเกียรติ บริหาร ยกทีมละครเอ็กแซ็กท์จากช่อง 5 มาปักหลักที่ช่องวัน ซึ่งเป็นช่องเดียวของทีวีดิจิตอลทั้ง 21 ช่อง ที่มีความพร้อมเรื่องดารา ซึ่งบอกว่าดาราแม่เหล็กแข็งเทียบเท่าช่อง 3- ช่อง 7 เพราะกลุ่มแกรมมี่มีดารานักร้องทั้งเก่าและใหม่ในมือเพียบ-เรียกใครมาเล่นก็ได้
อีกช่องคือช่อง 8 (RS) ที่เตรียมตัวมาสู้ตั้งแต่ช่อง 8 เป็นเคเบิ้ลทีวี ละครเคเบิ้ลทีวีที่ขายโฆษณาได้ต้นตำรับมาจากช่อง 8 แนวละครช่อง 8 คือ แม่ผัวลูกสะใภ้และความสะใจแบบช่อง 7 สี นี่คือแนวที่ช่อง 8 ดำเนินอยู่ในขณะนี้ ถ้าความชัดเจนเรื่องละคร 2 ช่องนี้ถือว่า “สู้เต็มตัว”
“ช่องเวิร์คพอยท์” หรือช่องไฟไหม้ฟางที่ถือเป็นม้าตีนต้นออกสตาร์ทแรงเลย เพราะอุ่นเครื่องชิมลางมาแบบเดียวกับ RS คือเป็นช่องเคเบิ้ลมาก่อน-ชิงร้อยชิงล้าน, ระเบิดเถิดเทิง, ตลก 6 ฉาก, ล้วงลับตับแตก, หรือรายการเก่าที่เวิร์คพอยท์เคยทำมา-นำมารีรัน ออกอากาศซ้ำในเวิร์คพอยท์-เคเบิ้ล จนเรทติ้งอันดับ 1 ในเคเบิ้ลโดยที่ไม่มีต้นทุนเลย
รายการตลกคือรายการที่ดูซ้ำ 4-5 ครั้งแล้วไม่เบื่อ…นี่คือจุดกำเนิดของ “เวิร์คพอยท์-เคเบิ้ล” -จนทำมาเป็นแนวทางคิดในช่อง “เวิร์คพอยท์-ดิจิตอล” คือเอาดีทางตลาด
ซึ่งก็ถือว่าจับจุดถูกตามความจริงที่ช่องอนาล็อกเคยเป็นคือทีวีจะรวยมหาศาลได้ โฆษณาจะเทให้ 2 แนวคือ “ละคร” กับ “วาไรตี้-เกมโชว์” เท่านั้น ส่วนประเภทอื่นๆ นอกเหนือจากนี้รวยได้เช่นกันแต่ช้าหน่อย
ประเภทสถานีข่าว-คือทางเลือกหนึ่งที่ขายได้-เรียกว่าเป็นอันดับ 3 รองจากละคร-วาไรตี้ ไม่หวือหวามาก แต่รายการประเภทข่าวไม่มีวันตาย เหมือนที่เนชั่นแชนแนล แจ้งเกิดในทรู จนถูกเขี่ยออกเพราะดังเกินมาทำข่าวเคเบิ้ลด้วยตัวเองในชื่อ “เนชั่นทีวี”…ยังสร้างฐานตัวเองในแบบสถานีข่าว-ก็รวยได้เหมือนกัน ไม่หวือหวาเหมือนช่อง 3-ช่อง 7 แต่เอาเป็นว่ารวยละกัน
การแข่งขันทีวีดิจิตอลตอนนี้ สถานีวาไรตี้มีทั้งสิ้น 14 ช่อง นั้นคือสมรภูมิการต่อสู้ที่ดุเดือด หน้าตักมหึมาเวลานี้เจ้าเก่าอย่างช่อง 3 -ช่อง 7 จะประมาทไม่ได้ เพราะ “แกรมมี่” เกหมดหมัดแล้ว เมื่อช้างชนกันหญ้าแพรกก็แหลกราน หมายความว่า ช่องวาไรตี้อื่นๆ ที่ไม่มีทาร์เก็ตชัดเจน จะต้านกำลังไหวมั้ย
ประเภทสถานีข่าว 7 ช่อง-การต่อสู้อาจไม่ดุเดือดเท่า แต่ทุกสถานีก็สร้างจุดขายให้ตัวเองได้ รายการประเภทข่าวไม่ใช่แข่งกันที่สคริปท์หรือบทเหมือนละครและวาไรตี้ แต่แข่งกันที่ไอเดียและความเอาใจใส่ของทีมงาน ถ้าข่าวเร็ว-ข่าวแรง-ข่าวน่าสนใจ เรทติ้งสถานีประเภทข่าวจะพุ่งทันที
อย่างไทยทีวี (ช่อง 17, ช่อง 27) รายการ มุงข่าวดัง เวลานี้คือ รายการสารคดีเชิงข่าวแนวอาชญากรรม สืบสวน สอบสวน ถือเป็นรายการที่มีเรทติ้งดีที่สุดในขณะนี้ เพราะทีมงานมาจากคนในวงอาชญากรรมทั้งสิ้นออนแอร์ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.40 น.
“มุงข่าวดัง” หยิบประเด็นแต่ละข่าวกะพริบตาไม่ได้เลย มันลึกแทงใจจริงๆ ไม่ว่าข่าว ฆ่าหั่นศพครูญี่ปุ่น, ข่าวปมสังหารอัยการ, ข่าวมือปราบสัมภเวสี, ข่าวกู้ภัยปะทะกู้ภัย…ต้องบอกว่าไม่ดูไม่ได้ว่างั้นเลย
อาจน่าทึ่งที่เห็นช่องไทยทีวีเป็นสถานีข่าวอันดับ 1 ใน 7 ช่อง จากการสำรวจของเอซีนีลเส็น-คนอาจมองว่าเป็น “น้องใหม่” ในสถานีประเภทข่าวแต่ทีมงานไทยทีวีล้วน “มือเก๋า” ทั้งสิ้น ทุกคนทำงานอย่างเข้มข้น… จึงได้ความสำเร็จมา
ที่ไทยทีวี-เป้าหมายหลักคือทุกช่องที่เป็นรายการข่าว-ต้องเป็นข่าวคุณภาพจริงๆ ข่าวเดียวกันถ้าดูจากไทยทีวีมันต้องแตกต่างจากเรื่องอื่นๆ เพราะคนข่าวที่มี-คือ มืออาชีพ ที่สำคัญคือมีพัฒนาการไม่หยุดยั้ง
สงครามทีวีดิจิตอล-การแข่งขันที่แท้จริงคือ 14 ช่องวาไรตี้ที่ต้องตอบโจทย์และหาจุดขายตัวเองให้ได้ว่า การจะเป็นเบอร์ 1 ในประเภทของตนที่ประมูลมาต้องทำอย่างไร…ไม่ใช่เอะอะอะไรก็ซีรีส์เกาหลี, ซีรีส์ฝรั่งจนเกลื่อนจอ ถามว่าระยะยาวจะสร้างมาตรฐานให้ตัวเองอย่างไร.
Tony Aigner
by TVPOOL ONLINE