ธงไชย แมคอินไตย์ รับตนรู้สึกใจหายทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าวันนึงน้องต้องจากไป แต่พอน้องต้องไปจริงๆ มันทำใจไม่ค่อยได้ ตนผ่านการสูญเสียมาเยอะ ครั้งนี้เป็นน้องที่คลุกคลีตีโมงมาด้วยกัน น้องเป็นคนดีมาก ตั้งใจทำงาน ไม่เคยบ่นหรือท้อเลย อยู่ด้วยแล้วมีความสุข วันนี้น้องไม่ต้องเจ็บและต้องทรมานอีกแล้วเพราะว่าโรคนี้เมื่อเข้าไปถึงกระดูกคงจะมีการเจ็บปวดอย่างมาก วันที่ตนได้มาทำดอกไม้จันทน์ถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 วันนั้นเป็นวันสุดท้ายที่ได้เจอกับน้อง ซึ่งน้องเงยหน้าขึ้นมาแล้วถามกับตนว่า “น้องเป็นใคร” ตอนแรกก็คิดว่าน้องเล่นมุขกับตนหรือเปล่า แต่มองตาแล้วก็รู้ว่าน้องไม่ได้เล่นมุข อาจจะเป็นอาการของยาที่น้องกำลังทนอะไรอยู่ ยอมรับว่าตนรู้สึกเป็นห่วงแหวนมากเพราะผิวพรรณก็เปลี่ยนไป วันนั้นจึงพยายามมองและประกบติดตลอด ไม่คิดว่าน้องจะไปเร็วขนาดนี้
พอรู้ว่าน้องป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล ตนยังพูดกับพี่นกน้อยเลยว่าถ้าเว้นจากการอัดเสียงวันไหนจะรีบไปหาน้องเลย แต่ก็ไม่ทันแล้ว แต่ก็ต้องพูดว่าดีใจเพราะว่าน้องไม่ต้องเจ็บไม่ต้องปวดอีก เนื่องจากทุกครั้งที่เจอน้องจะแสดงให้เห็นตลอดเวลาว่าตัวเองไม่เป็นอะไร ใส่วิกอันนี้สวยไหม ทุกอย่างน้องจะมองไปในแง่บวกหมดเลยทำให้ตนไม่ต้องห่วงเขา ซึ่งมารู้ตอนหลังว่าน้องต้องสู้กับอาการเจ็บปวดมากแค่ไหนก็เลยรู้สึกสงสาร ถือว่าดีแล้วที่วันนี้น้องจะได้พัก
บอกเมื่อสักครู่กอดน้องปันปัน ก็บอกไปว่าแม่ไม่เหนื่อยแล้ว แม่ไม่เจ็บแล้ว หนูเป็นคนดี เป็นเด็กดีนี่แหละคือรางวัลของแม่เขา สำหรับตนมองบทบาทความเป็นแม่ของแหวนว่า เขาจะพลีชีพเพื่อชาติมาก จะดูแลลูกอย่างดี ถึงขนาดยอมวางไมค์ไปดูลูก ให้ความสำคัญกับการเลี้ยงดูลูก ลูกถึงเป็นเด็กดีแบบนี้ เปรยรู้จักพี่แหวนหลายปีแล้ว เท่าที่รู้จักแหวน ฐิติมา เขาเป็นคนถ่อมตัว เขาไม่เคยคิดว่าเขาเป็นใคร ไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่ง ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นร็อคเกอร์สาว เขาไม่เคยพรีเซนต์ตัวเอง หรือทำให้เกิดปัญหาอะไรเลย ทำให้มีคนรักเขามากมาย เขาสามารถทำทุกอย่างได้ ทั้งที่ถนัดหรือไม่ถนัด เขาก็ทำทั้งหมดเลย เราอยู่ด้วยกันแล้วมีความสุข อะไรมีปัญหาก็ช่วยแก้กัน
by TVPOOL ONLINE




