เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

              ‘โตโน่ รับหอบผ้าแยกทางห่าง แตงโม’    ยันชันต้นตอทะเลาะ ไม่ใช่เพราะมือที่ 3

                โดนเม้าท์มอยมาซักระยะแล้ว สำหรับประเด็นความสัมพันธ์ของคู่รัก “โตโน่-ภาคิน” กับสาว “แตงโม-ภัทรธิดา” หลังจากมีข่าวสือหนาหูว่าคู่นี้เริ่มทะเลาะกันมาซักพัก จนกระทั้ง “หนุ่มโตโน่” หอบผ้าหอบผ่อนออกจากบ้าน “สาวแตงโม” ในที่สุด หวายยย!! อย่างไงล่ะเนี่ยคู่นี้ “โตโน่” ชี้แจงกับประเด็นนี้ให้ชัดเจนหน่อย

                “ต่างฝ่ายต่างทำงาน ตอนนี้ได้เจอกันน้อยลง งานหนักทั้งคู่ เวลาไม่ตรงกันด้วย การทะเลาะกันก็มีบ้าง น้อยใจที่ไม่เข้าใจกัน ผมคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรหน้าที่ความรับผิดชอบเรายังต้องเดินต่อไปครับ”

.           สาเหตุที่ทะเลาะกันมาจากเรื่องอะไร

            “คงจะเป็นเรื่องเวลาครับ ที่ผมห่างกันไม่ได้เกี่ยวกับข่าวแตงโมก่อนหน้านี้เลย ไม่ว่าจะข่าวไหน 2 ปี ที่ผ่านมาผมว่าชัดเจนนะ ว่าข่าวไม่ได้มีผลต่อความรู้สึกของผมเลย ถ้าจะมีปัญหาจริงๆ จะไม่ใช่เพราะคนอื่น แต่จะเป็นเรื่องเวลา หน้าที่ของแต่ละคนที่ต้องทำให้เต็มที่ เพราะเราไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้คนเดียว มีอีกหลายคนที่เราต้องทำเพื่อพวกเขาครับ”

             มีข่าวลือมาว่า “เฌอเบลล์” รู้เรื่องทุกอย่าง

            “อันนี้มั่วมาก ไม่เกี่ยวแน่นอนและไม่มีทางจะมีมือที่สาม สำหรับการย้ายออกจากบ้านโม คือคุณแม่ผมมาอยู่ด้วยเท่านั้นเอง”

                ณ ตอนนี้ยังพยายามจูนกันอยู่ใช่ไหม

            “ก็อยู่ในช่วงพูดคุยกัน พยายามทำความเข้าใจ อันนี้ตัวผมเองก็ยังไม่ทราบว่าจะเป็นยังไงต่อไป บางครั้งชีวิตส่วนตัวเกิดปัญหา แต่หน้าที่ยังต้องรับผิดชอบทำงานต่อไป เรื่องนี้ไม่ได้มีใครถูกใครผิด มันมีหลายอย่างเป็นองค์ประกอบ ทั้งผมและโมทำงานหนักมาก ต้องมีความอดทนสูงกับภาวะต่างๆ ที่เกิดขึ้น เรามีวันนี้ได้เพราะแฟนๆ เขาโหวต เขาเลือกที่จะรักเรา เลยอยากจะรับผิดชอบความรู้สึกของพวกเขาด้วยการทำงานให้เต็มที่ ส่วนเรื่องส่วนตัวผมคิดว่าเป็นธรรมดาที่มีทั้งตอนที่เข้าใจและไม่เข้าใจ แต่ก็ยังมีคุยกับโมบ้าง”

            ยังเรียกว่าเป็นคู่รักคู่ชีวิตกันอยู่ไหม ณ ตอนนี้

            “ผมว่าได้นะ เพราะไม่ใช่เรื่องของการหมดรัก แต่มันเป็นเรื่องทัศนคติการใช้ชีวิต ผมเชื่อว่าทุกคู่ต้องเจอแบบนี้เหมือนกัน แต่เราจะผ่านไปแบบไหนนั้น เรื่องอนาคตผมก็ยังไม่ทราบเหมือนกัน ถ้ากลับไปเหมือนเดิมแล้วโมมีความสุข ผมก็มีความสุข ผมคิดว่าก็ไม่ใช่ปัญหาที่จะกลับมาคบ แต่ถ้าทั้ง 2 ฝ่ายต่างก็ทำเต็มที่แต่มันยังปรับกันไม่ได้ก็คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคต เพราะไม่ใช่แค่วันหรือสองวันที่เราจะพูดได้ในตอนนี้ สำหรับข่าวนี้ใครที่ไม่รู้จริง หรือข่าวลือต่างๆ ผมรู้สึกว่าไม่แฟร์กับความรู้สึกของเรา”

            กับปัญหาที่เกิดขึ้น เราเจอมานานรึยัง

            “ทุกอย่างมันก็เกิดปัญหากันมาหมด อย่างที่บอกตั้งแต่ตอนแรกมันเป็นเรื่องชีวิตคู่ ถ้าคนสองคนอยากจะอยู่กันไปจนแก่เท่า มันต้องปรับจูนต้องเข้าใจกันมากโดยเฉพาะคู่ของผม ทั้งในเรื่องลักษณะนิสัย ความฝัน ทัศนคติ จุดยืน ถ้าเราอยากจะไปให้ถึงจุดนั้นได้เราต้องใช้ความอดทน เพราะผมก็บอกตั้งแต่แรกแล้วว่า ใครเป็นแฟนผมต้องอดทนครับ (ยิ้ม)”

                เรายังรักกันอยู่ไหม

            “ครับ คืออย่างที่ผมบอกไปตั้งแต่แรกว่าบางที่ความรักไม่ใช่แค่เรื่องของความรู้สึก แต่ความรักคือเป็นเรื่องของความตั้งใจ ความรู้สึกมันมีเกลียดหรือโกธรมันสามารถลดลงได้ แต่ความรู้สึกรักไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นในสถานการณ์ไหน แต่ถ้าวันข้างหน้าถ้าผมกับโมอาจจะต้องเลิกกันก็ไม่ได้แปลว่าผมไม่ได้รักกัน อย่างไงความรักก็เป็นสิ่งที่สวยงามแต่ทุกสิ่งทุกอย่างมันต้องขึ้นอยู่กับหัวใจและความรู้สึกของทั้งสองฝ่าย เรื่องแบบนี้พูดไปคนที่ไม่ได้รู้สึกอาจจะไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมพูด แต่ถ้าใครที่มีความรักที่จริงใจจะเข้าใจในสิ่งที่ผมพูดครับ”

                แล้วถ้าวันหนึ่งคุณแม่ย้ายกับต่างจังหวัด เรามีโอกาสย้ายกลับเข้าไปอยู่บ้าน “แตงโม” ไหม

            “ตอนนี้คุณแม่คงอยู่ยาวครับ ต้องบอกตรงๆ ว่านานมากแล้วเราไม่ได้ใกล้ชิดกับคุณแม่แบบนี้ แล้วผมก็รู้สึกว่าอบอุ่นมาก เพราะมีโอกาสพาคุณแม่ออกงาน ได้เห็นผมถ่ายละคร ได้เห็นผมทำเพลง เรารู้สึกมีความสุขที่แม่ได้มาเห็นความสำเร็จของผม และผมก็คิดว่าเป็นสิ่งที่ควรจะเป็นมานานแล้ว”

            ระยะเวลาที่เรากับ “แตงโม” ห่างกันมานานแค่ไหนแล้ว

            “ถ้าเป็นเรื่องไม่เข้าใจกันประมาณ 3 เดือนแล้ว แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เราห่างกันก็เกือบ 1 เดือนแล้ว จริงๆ ผมมีการคุยกันเรื่อยๆ เพื่อปรับความเข้าใจกัน เพราะเรากว่าจะรักกันได้ กว่าจะฝ่าฟันอะไรหลายๆ อย่างมาด้วยกัน “มันมีค่าครับ” ดังนั้นในวันที่เกิดปัญหาทั้งผมและโมก็ไม่อยากใช้อารมณ์เป็นเครื่องตัดสิน ในเรื่องของไอจีที่โมโพสต์เหมือนปิดประตูแล้วผมไม่รู้จริงๆ เพราะจุดประสงค์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องของคนสองคน รักกันก็บอกรัก เกิดปัญหากลายเป็นข่าวก็ต้องออกมาพูด ดังนั้นทุกประโยคที่พูดก็ต้องนึกถึงใจเขาใจเราของคนอ่านคนฟัง นอกจากความจริงใจของเราที่มีอย่างเดียว”

            โอ้ยยย ทำไมเจ๊มีความรู้สึกชีวิต “เฮียโน่” คล้ายในละคร “สื่อริษยา” จัง อิอิ

by TVPOOL ONLINE