เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

ประกวดแล้วได้อะไร

ตกรอบแล้วไปไหน

    "ที่ไหนมีการประกวด ที่นั่นมีเส้น" … นี่คือความจริงจากเส้นทางสู่ดวงดาวทั่วโลก ไม่ว่าเวทีใหญ่หรือเวทีเล็ก ไม่ว่าเวทีประกวดนางงาม, เวทีประกวดนางแบบ, เวทีประกวดดารา, หรือแม้แต่เวทีประกวดนักร้อ

     จะสวย, จะมีความสามารถ, จะเสียงดี, จะหุ่นดี แคาไหนถ้าคิดจะขึ้นเวทีประกวด "ต้องมีเส้น" ประกันความอุ่นใจ คนที่หน้าตาดี เพียบพร้อมมักจะตกรอบในรอบต้นๆ เสมอ เหมือนพาลูกเข้าโรงเรียนดังๆ ถึงลูกจะเรียนเก่งแค่ไหนสิ่งที่ผู้ปกครองไม่ลืมทำคือ ต้องวิ่งเส้นก่อน ไม่มีเส้น เรียนเก่งแค่ไหนก็ไม่มีโอกาสได้เรียน

     ความจริงของวงการบันเทิงมันเป็นซะอย่างนี้ เพราะยุคสมัยมันเปลี่ยนไป อย่าคิดว่าสิ่งที่เราเป็นหรือการเห็นอดีต จะเป็นเช่นนั้นอยู่ ไใ่จริงเลย ถ้าจะอยู่กับโลกปัจจุบันให้มีความสุขต้องก้าวทันโลก ต้องปรับตัวเข้ากับโลกสมัยใหม่ให้ได้

     ถ้าสวยด้วย, เก่งด้วย, มีเส้นด้วย โอกาสจะรุ่งและเกิดในวงการค่อนข้างจะ 100% เช่นกัน ถ้าคุณสวย เก่ง มีความสามารถรอบด้าน แต่ไม่สามารถไปถึงดวงดาวได้ อย่าไปโทษใครเพราะเหตุผลก็อย่างที่ผมบอกไว้นั้นแหละ

     คนที่ตัดสินใจเข้าประกวด ทุกคนมั่นใจว่าตัวเองหน้าตาดีทั้งนั้น ทุกคนมั่นใจว่าตัวเองเสียงดีพอที่จะชนะใจกรรมการได้ ลืมคิดไปว่า "เวทีประกวดมีอะไรซับซ้อนมากกว่านั้น" เพราะจากเวทีประกวดสมัยใหม่ มันขยายผลไปสู่งานแขนงอื่นๆ เยอะแยะจากนางงามไปเป็นดารา, ไปเป็นนักร้องได้ จากนักร้องไปเป็นดาราก็ได้

    คุณภาพของนักแสดงในปัจจุบัน ยืนอยู่ที่คนมีชื่อเสียงมากกว่าความสามารถ ความสามารถทางการแสดงเกิดได้ไม่ยาก แค่มีฌอกาสแสดงบ่อยๆ ชินกล้อง ชิ้นทีมงาน คุณก็สามารถแสดงเก่งขึ้นได้ ดาราที่เห็นแสดงเก่งๆ ระดับเทพเริ่มเข้าวงการ 2-3 ปี ก็แข็งทื่อเหมือนกันหมด

     ประเด็นอยู่ที่ เจ้าของละครผู้กำกับหรืออิทธิพลเส้นเขาเปิดโอกาสให้คุณแสดงความสามารถมากน้อยแค่ไหน ตัวคุณเองจะเป็นคนรู้ดีว่า ประกวดแล้วได้อะไร ตกรอบแล้วไปไหน

     หลายคนมุ่งหน้าสู่ความฝันที่จะได้โลดแล่นในวงการบันเทิงไทย โดยเลือกที่จะตระเวนประกวดตามเวทีต่างๆ เพื่อเป็นใบเบิกทาง แต่ก็ต้องยอมรับว่า หากไม่ได้คว้าตำแหน่งชนะเลิศหรือรองอันดับที่ 1 และ 2 ประตูที่เปิดไปสู่ความฝันอาจจะเปิดช้ากว่าเหล่าผู้ชนะหรือไม่ประตูบานนั้นอาจจะไม่เปิดให้ก้าวข้ามไปเลยด้วยซ้ำ!!

     แต่ใครหลายคนก็พร้อมจะรับความเสี่ยงเหมือนกับเนื้อเพลง "เล่นของสูง" ท่อนหนึ่งที่ร้องว่า "รู้ว่าเสี่ยงแต่คงต้องขอลอง รู้ว่าเหนื่อยถ้าอยากได้ของที่อยู่สูงยังไงจะขอลองดูสักที หรือ "เพื่อดาวดวงนั้น" จากเวที เดอะสตาร์ "สะพานเชื่อมดาว" ของ "เคพีเอ็นอวอร์ด" หรือ "นักล่าฝัน" จาก "ทรู อะคเดมี่ แฟนเทเซีย" เพลงธีมที่สร้างพลังใจให้ผู้เข้าประกวด ที่หวังว่าหากเป็นผู้ชนะเลิศหรือรองชนะเลิศแล้วโอกาสมากมายจะมากองอยู่ตรงหน้า

     บางคนก็มีความสามารถหลายด้านทั้งการร้องเพลงและการแสดงอย่างเช่น บี้สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว, กันนภัทร อินทร์ใจเอื้อ, อ๊อฟปองศักดิ์ รัตนพงษ์, บี้ธรรศภาคย์ ชี และ โรสอลิสชาเบธ สิทธิเจริยยศ บ้างก็ขออยู่ในวงการบันเทิงในฐานะ "ศิลปิน" เช่น รุจศุภรุจ เตชะตานนท์, แก้มวิชญาณี เปียกลิ่น, ซานินิภาภรณ์ ฐิติธนการ, ณัฎฐ์ ทิวไผ่งาม, ณัฐ ศักดากร ฯลฯ แต่หลายคนก็มุ่งมาทางสาย "การแสดง" อาทิ รอนภัทรภณ โตอุ่น, โตโน่ภาคิน คำวิลัยศักดิ์, แกรนด์พรรณวรท ด้วยเศียรเกล้า

     ส่วนคนที่พลาดหวัง แม้จะไม่ได้เห็นหน้าค่าตากันตามช่องฟรีทีวี แต่พวกเขาและเธอก็ยังมีงานอื่นๆ รองรับอยู่ เช่น การเป็นดีเจ., วีเจ หรือทำงานเบื้องหลังรวมถึงบางคนที่ไม่ได้รับโอกาสในวงการฯ ก็ยังได้พบปะกับแฟนคลับในงานมีทติ้งที่จัดขึ้นเอง แต่ก็มีบางคนที่ไม่ติด 1 ใน 3 หากมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวก็อาจกลายเป็นดาวได้ ในทางกลับกันบางคนที่ติด 1 ใน 3 แต่เส้นทางแห่งฝันก็สิ้นสุดเร็วกว่ากำหนด

     สุดท้ายแม้ผลลัพธ์จะไม่เหมือนดังความฝันที่หวังเอาไว้ กระนั้นหลายๆ คนก็ขอ "ลอง" แม้ว่าโอกาสจะมีเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ก็ตาม!!

     สิ่งที่เข้าใจผิดคือ คิดว่าการประกวดต้องเอาตัวเข้าแลก เพื่อให้ได้ตำแหน่งมาไม่จริงเลย ยุคสมัยนี้คนมีอิทธิพลสูงสุดคือเจ้าของเวทีประกวดนั้นๆ รองลงมาก็สปอนด์เซอร์ที่จ่ายเงินสนับสนุนหรือแม้แต่กรรมการที่ตัดสินหลายเวทีแทบไม่มีความหมาย ให้คะแนนอีกคน แต่คนเข้ารอบเป็นอีกคนถมเถไป

     เพราะฉะนั้นหลายๆ คน ที่ผ่านเวทีนางงามมา มักจะระอากับความไม่เสมอภาคของเวทีประกวด การขุดคุ้ยเบื้องหลังนางงามจนกระทั่งถูกถอดมงกุฏก็มี เหตุผลก็คือเพราะมีคนรู้เบื่องหลังแล้วเอามาแฉกันเองเห็นหรือยังว่าเวทีต่างๆ ซึ่งเป็นบันไดสู่วงการบันเทิง ขวากหนามมันเยอะกว่าที่คุณคิดมหาศาล ตัวคุณจะรู้เองว่า ประกวดแล้วได้อะไร ตกรอบแล้วไปไหน!?!

TONY AIGNER

by TVPOOL ONLINE

TV Pool Online