“คลื่นลูกเก่า – คลื่นลูกใหม่”
สัจธรรมเป็นสิ่งจริงแท้
มีคนถามผมบ่อยๆ ว่าถ้า “คลื่นลูกใหม่” เป็นความหวังของวงการบันเทิง แล้ว “คลื่นลูกเก่า” ไปอยู่ตรงไหนล่ะ เป็นคำถามที่ดูเหมือนว่า “ตอบง่าย” แต่ถ้าจะให้ตอบจริงๆ นั้น ยากมากๆ สัจธรรมของ “คลื่นลูกใหม่” กับ “คลื่นลูกเก่า” ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะวงการบันเทิงเท่านั้น แต่เป็นทุกวงการที่เมื่อมี “คนใหม่” เกินขึ้นมาทดแทน “คนเก่า”
เมื่อประมาณยี่สิบปีเศษๆ มาแล้ว เราต่างรู้จัก “จินตหรา สุขพัฒน์” เวลานั้นเธอเป็นนางเอกหน้าใหม่ของวงการบันเทิง แสดงหนังทุกเรื่องของค่ายไฟว์สตาร์ คงจะจำกันได้ นางเอกไว้ผมหน้าม้า หน้าตาน่ารัก เล่นหนังได้ถูกใจประชาชน และมีพระเอกคู่ขวัญที่เล่นหนังแทบจะทุกเรื่องด้วยกันเสมอ นั่นคือ “สันติสุข พรหมศิริ”
“จินตหรา สุขพัฒน์” เป็นนางเอกในยุคเดียวกับ “สินจัย เปล่งพานิช, นาถยา แดงบุหงา” นะครับ ถ้าหนังเรื่องไหนมีนางเอกสามคนนี้ไปแสดงด้วยแล้ว รับรองขายสายหนังได้ตั้งแต่ยังถ่ายทำไม่เสร็จ
ช่วงเวลาที่นางเอกสามคนนี้เข้ามาในวงการบันเทิง เป็นช่วงท้ายๆ ของยุค “จารุณี สุขสวัสดิ์” นางเอกขายดีในยุคนั้นเช่นกัน
ในขณะเดียวกันทางค่ายไฟว์สตาร์ก็ปั้นโครงการ “NEW KIDS” ขึ้นมาด้วย คัดเลือกจากเด็กที่สมัครมาทางจดหมายบ้าง หาจากโมเดลลิ่งที่ยังมีไม่เกลื่อนเมืองเหมือนเวลานี้บ้าง และสร้างหนังขึ้นมาเรื่อง “อนึ่ง คิดถึงพอสังเขป” มีดาราจากโครงการ “NEW KIDS” แสดงทุกคน หนึ่งในนักแสดงของหนังเรื่องนั้นที่กลายเป็นนางเอกเบอร์หนึ่งของวงการบันเทิงในวันนี้เธอชื่อ “แอน ทองประสม”
“แอน ทองประสม” เล่นทั้งละครเล่นทั้งหนัง ด้วยความที่ซื่อสัตย์ต่อสถานภาพตัวเอง อยากจะดำรงอาชีพนักแสดงให้ยาวนานที่สุด “แอน” จึงเลือกรับแสดงแต่บท “นางเอก” เท่านั้น ถ้าไม่ใช่ “นางเอก” ไม่เล่นบท “นางเอก” ที่ “แอน” เล่น ต้องเป็นบทที่เธอคิดว่า “เหมาะ” และ “ใช่” บท “นางเอก” ที่ “แอน” แสดงมาตลอดระยะเวลายี่สิบปีนั้น ถือเป็นความคาดหวังของคนดู เป็นความคาดหวังของสถานี เป็นความคาดหวังของผู้จัดและความคาดหวังของเอเยนซีโฆษณา จนเธอได้รับฉายา “เจ้าหญิงวงการบันเทิง”
แต่เมื่ออายุมากขึ้นก็ต้องทำใจเหมือนนางเอกที่เคยโด่งดังในอดีตหลายคน เวลานี้เราจึงได้เห็น “จินตหรา สุขพัฒน์” มารับบทเป็นแม่บ้าง พี่สาวบ้าง แม้จะไม่ใช่บทนางเอก แต่ก็ถือว่าเป็นบทเด่น เพราะผู้จัดละครต่างให้เกียรติในความเป็น “นางเอก” ของ “จินตหรา”
“แอน ทองประสม” จึงเริ่มที่จะผันตัวเองไปเป็น “ผู้จัดละคร” เพื่อต่อยอดบทบาทความเป็น “นางเอก” ของเธอ และดูเหมือนว่าเธอจะทำได้ดีซะด้วย เพราะจากละครเรื่องแรก “ปัญญาชนก้นครัว” นั้น เป็นละครที่เรียกเรตติ้งได้สูงมากๆ
“แอน ทองประสม” กำลังจะกลายเป็น “คลื่นลูกเก่า” อย่างนั้นหรือ? พูดแบบนั้นก็คงไม่ใช่ เพราะเธอยังแสดงบท “นางเอก” ได้อยู่ มีแฟนๆ คอยติดตามผลงานอย่างสม่ำเสมอ แม้จะเล่นไม่ได้ทุกบทแล้วก็ตามอายุในวัยของ “แอน ทองประสม” จึงต้องเฟ้นบทที่ต้องแสดงอย่างมากๆ ในบทที่ “ใช่” และ “เหมาะ” กับตัวเธอเอง
“เคน–ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์” พระเอกหนุ่มที่ยังคงความหล่อไว้ไม่เสื่อมคลาย ก็ไม่ต่างอะไรจาก “แอน ทองประสม” เช่นกันเราจึงเห็นดาราหน้าใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น "หมาก–ปริญ, คิมเบอร์ลี่, ญาญ่า–อุรัสยา, ณเดชน์–คูกิมิยะ, พอร์ช–ศรัณย์, อั้ม–พัชราภา, มิน–พีชญา, กบ–สุวนันท์, ใหม่–ดาวิกา” และดาราช่องอื่นๆ อีกมากมาย ได้รับบทบาทพระเอก–นางเอกในวัยที่ “แอน” กับ “เคน” เคยเล่นมาตั้งแต่เข้าวงการใหม่ๆ
“พจน์ อานนท์” ผู้กำกับชื่อดัง ที่อดีตเคยเป็นบรรณาธิการและนักปั้นเด็กมาก่อน ก็ยอมรับในจุดนี้เพราะอย่าลืมว่า แต่ก่อน “พจน์ อานนท์” เป็นแมวมอง และ บก.หนังสือวัยรุ่นที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก ไม่มีใครไม่รู้จัก “พจน์ อานนท์” โดยเฉพาะการไปมองหาเด็กหน้าตาดีๆ เพื่อเข้าวงการบันเทิงที่สยามเซ็นเตอร์และสยามสแควร์
“ต้องยอมรับได้นะว่าเรื่องของ ‘คลื่นลูกเก่า – คลื่นลูกใหม่’ มันเป็นสัจธรรมอย่างยุคก่อนหน้านี้ ตอนที่พี่ยังเป็นนักปั้นเด็ก อย่าลืมว่าพี่มีชื่อเสียงโด่งดังมากๆ ใครๆ ต่างยกเป็น Idol แต่ในยุคนี้ที่พี่ผันตัวเองมาเป็นผู้กำกับ ก็ต้องยอมรับว่ายุคนี้เป็นยุคของ เอ – ศุภชัย เขาจริง”
“เอ–ศุภชัย” ที่ “พจน์ อานนท์” พูดถึงก็คือ “เอ–ศุภชัย ศรีวิจิตร” ผู้จัดการส่วนตัวดารา ที่เริ่ดที่สุดในประเทศไทยนั่นเอง
“แต่วันหนึ่ง ‘เอ–ศุภชัย’ ก็ต้องนยอมรับตัวเองให้ได้ว่า จะต้องมีคลื่นลูกใหม่มาแทนที่เขา เพราะไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า” “พจน์ อานนท์” กล่าวเสริม
ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า “กราฟชีวิต” ของดารานักแสดงแต่ละคนต่างขึ้นลงไม่เท่ากัน ไม่ว่าจะเป็น “คลื่นลูกเก่า” หรือ “คลื่นลูกใหม่”
เส้นกราฟชีวิตของคนบางคนขึ้นเร็วมากๆ แต่บางคนค่อยๆ ไต่ และเส้นกราฟชีวิตของคนบางคนก็ค่อยๆ ไป แต่มั่นคง
“คลื่นลูกเก่า” ที่ยังคงเวียนว่ายอยู่ในวงการบันเทิง ก็ต่างเป็น “ปูชนียบุคคล” เป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ “คลื่นลูกใหม่” ได้นับถือ ได้ศึกษา ได้นำไปเป็นแบบอย่าง
ในขณะเดียวกัน “คลื่นลูกใหม่” ก็เป็น “ความหวังใหม่” ของวงการ เป็น “ดาวดวงใหม่” ของเส้นทางบันเทิง แต่เมื่อวันหนึ่งก็ต้องยอมรับให้ได้ว่า “ความสำเร็จที่หอมหวาน” ครั้งที่ยังเป็น “คลื่นลูกใหม่” นั้น ก็ต้องค่อยๆ จางหายไปในวันที่ตัวเองกลายเป็น “คลื่นลูกเก่า” ไม่มีใครยึด “บัลลังก์ดาว” ไว้ได้อย่างถาวรนิรันดร์
เพราะเรื่องราวของ “คลื่นลูกเก่า – คลื่นลูกใหม่” นั้น มันคือ “สัจธรรมที่จริงแท้และแน่นอน”
TONY AIGNER
by TVPOOL ONLINE
