เรียกได้ว่า การประกวด Miss Universe 2017 ได้จบลงไปแล้ว แต่กระแสเรื่องของนางงาม Miss Universe ยังคงร้อนแรงและไม่หมดลงง่ายๆ ซึ่งตัวแทนสาวงามจากประเทศไทยอย่าง “มารีญา พูนเลิศลาภ” จะไม่สามารถคว้ามงกุฏมาครองได้สำเร็จ แต่เธอก็สามารถเข้ารอบลึกได้มาถึงรอบ 5 คนสุดท้ายเลยทีเดียว แต่งานนี้หลังประกวดเสร็จมีการวิพากษ์วิจารณ์ ถึงสาเหตุที่ สาวมารีญา ไม่ได้มงกุฏทั้งที่ติดโพลอันดับหนึ่งมาตลอดว่าเป็นเพราะชุดที่ใส่อยู่ไม่สวยนั่นเอง
จนทำให้เจ้าของผลงาน ดีไซเนอร์แบรนด์ดัง อย่าง หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา หรือ หมู อาซาว่า ออกมาประกาศจะเลิกทำชุดนางงาม ซึ่งทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นอีกครั้ง ล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาเปิดใจถึงประเด็นดังกล่าวในรายการ คุยแซ่บ Show ทางช่อง one31 ซึ่งมี บุ๋ม-ปนัดดา และ เบนซ์-พรชิตา เป็นพิธีกร โดยมีนางงามรุ่นพี่อย่าง นาตาลี เกลโบวา มาร่วมพูดคุยด้วย
โดย หมู อาซาว่า เปิดใจว่า “ปีนี้เป็นปีที่ 3 ที่ได้รับการติดต่อจากคุณแดง (สุรางค์ เปรมปรีดิ์) และคุณออน (ชิชญาสุ์ กรรณสูต) ด้วยความสัตย์จริง เสื้อผ้าเราไม่ได้เป็นเสื้อผ้าสายนางงาม แต่ทางคุณแดงยืนยันว่าอยากให้เราทำ เราก็บอกว่าอยากทำในแบบที่เราอยากนำเสนอ มิสยูนิเวิร์ส ไม่ได้มีแค่ความสวยความงาม เพราะนางงงามที่ไปเปรียบเสมือนทูตวัฒนธรรม ทำยังไงก็ได้ให้เข้าใจ ว่าวัฒนธรรมเราเป็นยังไง แต่ความร่วมสมัยจะถูกนำมาเสนอในรูปแบบไหน การนำเสนอจะแตกต่างไปในแต่ละปี ซึ่งปกติเสื้อผ้าของอาซาว่า เป็นเสื้อผ้าเรียบๆ เท่ๆ ไม่ได้เข้ารูป เซ็กซี่ แต่ถ้าชุดแรกที่ได้ออกแบบออกมาเป็นชุดน้องแนท-อนิพรณ์ มีความเป็นผู้หญิงมากขึ้น ใช้เรื่องงานปัก ให้มีความโก้ ความสง่างาม”
ชุดของมารีญา กับสีหน้าไม่มั่นใจบนเวที? “ผมตอบแทนน้องไม่ได้ แต่ถ้าใครเห็นตอนน้องเดินรอบ 5 คนสุดท้ายก็ไม่มีตรงไหนแสดงความไม่มั่นใจเลย พิธีกรยังบอกอีกว่าน้องเดินแบบไม่ต้องจับชุดเลยก็ดูสง่า ต่อให้น้องกระโดดตีลังกาสามตลบก็ยังไม่หลุด เราฟิตติ้งอย่างดีด้านในเหมือนใส่เสื้อยืดอีกตัว เป็นเนื้อตาข่ายผ้าไหมมีความละเอียดมาก เป็นเทคนิคการตัดเสื้อผ้าขั้นสูงเพื่อน้องมารีญาโดยเฉพาะ เป็นชุดสไบสองชาย ชุดนี้ก็ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบจากชุดของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อีกเช่นกัน”
เรื่องกระแสดราม่า? “ผมคิดว่าคนที่มีทัศนคติในเชิงลบทำอย่างไรก็แก้ไขไม่ได้ และดีใจที่มีชาวต่างชาติชื่นชมชุดเรา ส่วนในกระแสลบที่มีมากมาย เราก็มีพลังบวกเกิดขึ้นเยอะมาก มีคนอีกจำนวนหนึ่งเยอะแยะมากมายที่ให้กำลังใจเรา”
ด้าน นาตาลี เกลโบวา มิสยูนิเวิร์ส 2005 ก็ได้มาวิเคราะห์กลางรายการเกี่ยวกับกรณีดราม่าเดือดครั้งนี้ โดยบอกว่า การประกวดคล้ายกันทุกปี แต่คำถามในปีนี้ยากกว่า ซึ่งตัวเธอได้ทำโพลนางงามออกมาทุกปี แล้วในปีนี้ไม่ได้เก็งนางงามจากแอฟริกาใต้ไว้ แต่ปรากฎว่า ผลออกมา นางงามจากแอฟริกาใต้ได้ตำแหน่ง มิสยูนิเวิร์ส เลยทำให้กลับไปดูว่าทำไมถึงได้ ซึ่งเวทีปีนี้ต้องการนางงามที่มีความมั่นใจ แล้วในช่วงของการตอบคำถามเธอได้นำเปอร์เซ็นต์มาตอบเลย มุมกล้องก็ยังมั่นใจ ในขณะที่คนอื่นยังมีหลุดๆ บ้าง เลยทำให้ได้ตำแหน่งนี้ไป
ในส่วนของคำถามของ มารีญา ถ้าพูดถึงก็เป็นประเด็นที่ยากพอสมควร แต่ในปีนี้เวทีมิสยูนิเวิร์สอยากได้ความเท่าเทียมกันทางเพศ ซึ่งมารีญาอาจยังไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ ในส่วนเรื่องชุดสีเข้ม นาตาลีมองว่า จะไม่มีใครชนะในเรื่องสีเข้มสักเท่าไหร่ แต่ในเมื่อมารีญาได้ผ่านเข้ารอบมา 5 คนแล้ว เรื่องชุดก็ตัดออกได้เลย น่าจะเกี่ยวกับคำตอบของมารีญามากกว่า ถ้าจะมีตัวแทนประเทศไทยในปีหน้า ก็ขอให้ประกวดกันนานๆ หน่อย เพื่อให้น้องได้เตรียมตัว และที่สำคัญให้ไปเทรนด์กับเธอได้ เพราะเธออยู่ในประเทศไทย แล้วยังได้ตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สมาอีกด้วย อีกทั้งยังเปิดโรงเรียนสอนบุคลิกภาพเพื่อให้ผู้หญิงมีความมั่นใจขึ้น การเป็นมิสยูนิเวิร์สนั้น 90% มาจากสิ่งที่คิดในสมองและสิ่งที่เป็นพลังของหัวใจ ส่วนเรื่องชุดนั้นเป็นแค่ส่วนประกอบเท่านั้นเอง
ถ้าหากจะให้ตอบคำถามเดียวกับ มารีญา บนเวทีนั้น มาตาลี ได้ตอบว่า เทคโนโลยีที่มีส่วนสำคัญกับชีวิตเรา ทำให้กลุ่มหลายกลุ่มที่ไม่เคยได้รับความสนใจ หรือกลุ่มย่อยๆ ที่อาจจะถูกลืมในสังคม มีเสียงที่กว้างขึ้นหรือเสียงที่เท่าเทียมกันขึ้น ทำให้เกิดความเท่าเทียมกันในสังคมหรือทางเพศนั่นเอง
by TVPOOL ONLINE

















