หนุ่มโพสต์เตือน จามเป็นเลือด แสบคอ-จมูก เชื่อส่วนหนึ่งเป็นผลจากเจอฝุ่นละออง PM2.5

สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ที่ปกคลุมหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงอยู่ในระดับที่เกินมาตรฐาน ส่งผลให้คุณภาพอากาศแย่ และโดยรวมหลายพื้นที่อยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ หรือมีผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว ซึ่งประชาชนจำนวนมากพากันตื่นตัวและหาซื้อหน้ากากอนามัย หรือหน้ากาก N95 มาใส่ แต่ก็ยังมีประชาชนที่ยังประมาทและไม่คิดว่าจะมีผลกระทบต่อสุขภาพ

ล่าสุด (15 ม.ค. 62) หนุ่มผู้ใช้ เฟซบุ๊ก Nutthawut Sirichainarumit ได้ออกมาโพสต์เตือนพี่น้องประชาชนว่าอย่าเห็นเรื่องฝุ่น PM2.5 เป็นเรื่องเล่นๆ เนื่องจากตนเองไม่ได้ใส่หน้ากากอนามัย จนเริ่มมีอาการป่วย แสบคอ คัดจมูก กระทั่งจามเป็นเลือด ซึ่งคาดว่าเป็นผลกระทบต่อสุขภาพ หลังเผชิญกับภาวะมลพิษ PM2.5 ระบุว่า เมื่อ 2 วันก่อน ตนตื่นมาพร้อมอาการคอแห้งและมีเสมหะในคอ จึงคิดว่าเป็นไข้ทั่วไป ไม่ได้เกี่ยวกับละอองฝุ่น และออกไปใช้ชีวิตข้างนอกปกติ พอตกเย็นก็มีอาการไข้ขึ้น ๆ ลง ๆ คอเริ่มแห้ง จึงได้กินยาแก้ไข้ดักไว้ พร้อมกับยานอนหลับ หวังว่าตื่นมาจะดีขึ้น

เช้าวันต่อมา ตนมีอาการแสบคอ และแสบจมูกทุกครั้งที่หายใจหรือกลืนน้ำลาย ส่วนไข้ก็ยังขึ้น-ลงต่อเนื่อง จึงไปหาซื้อหน้ากากอนามัยมาใส่ หลังจากใส่แล้วอาการแสบจมูกหายเป็นปลิดทิ้ง นั่นทำให้เห็นว่าอากาศข้างนอกมันแบบแย่มากแค่ไหน อยากให้ทุกคนรีบดูแลสุขภาพกันด้วย เพราะหลังใส่หน้ากากทุกอย่างดีขึ้นมาก 

จนเมื่อคืน ตนเริ่มคันจมูกและจามหลายครั้ง ตั้งแต่สองทุ่มกว่ายันตีสี่ และเมื่อตื่นเช้ามา กำลังจะออกไปทำงาน การจามของเราก็มีผลลัพธ์ที่เปลี่ยนไป ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่จามมีเลือดปนออกมามากขนาดนี้ ตนไม่รู้ว่าเรากำลังเป็นอะไรแน่ อาจจะเป็นหวัดจากฝุ่น แล้วจามถี่จนเส้นเลือดฝอยแตกข้างใน หรืออาจจะเป็นอย่างอื่นก็ได้ จึงอยากเตือนทุกคนอย่าเห็นเป็นเรื่องเล่น ๆ จะยังไงก็แล้วแต่ ต้องดูแลตัวเองให้มาก ๆ อย่ารอให้ต้องเป็นแบบตนเอง *ภัยที่มองไม่เห็นอันตรายที่สุด

 

แสดงความคิดเห็น