ดูกันชัดๆ! ข้อมูลโครงการ TO BE NUMBER ONE โปร่งใสหรือไม่โปร่งใส

กลายเป็นกระแสดังจนต้องเป็นเรื่องราวที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ไทยเลยทีเดียว กับการที่ พรรคไทยรักษาชาติ ได้ยื่นพระนาม ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นแคนดิเดต นายกรัฐมนตรี ต่อ กกต. และภายในวันเดียวก็มีพระราชโองการจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ห้ามไม่ให้ทูลกระหม่อมหญิง เข้าไปดำรงตำแหน่งในการเมือง เรียกว่าทำเอาคนทั้งประเทศฮือฮากันไปหลายรอบเลย

แต่ที่ยังไม่จบคือในช่วงที่ทูลกระหม่อมหญิงฯ ถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดต นายกรัฐมนตรี พบว่า นายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ อดีตสื่อมวลชนคนดัง ได้โพสต์เฟซบุ๊ก กล่าวถึงโครงการ To be number one ในเรื่องการใช้งบประมาณว่าไม่โปร่งใส

วันนี้ทีวีพูลเลยจะพาไปรู้จักโครงการ To be number one ว่ามันมีที่มาที่ไปยังไงและมีประโยชน์แค่ไหน

 

โครงการ To be num ber one ได้เกิดจาก ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงมีความห่วงใยต่อประชาชนชาวไทยเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนที่เป็นกลุ่มขนาดใหญ่ เพราะมีจำนวนถึง 21 ล้านคน และเป็นกลุ่มที่มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ นอกจากนี้ยังถือเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการติดยาเสพติดสูง เนื่องจากเป็นวัยที่ต้องการเรียนรู้ในสิ่งต่างๆ แต่ยังขาดวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่ดีพอ รวมทั้งต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกายและจิตใจ

จึงทรงพระกรุณาธิคุณรับเป็นองค์ประธานโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งปัจจุบันได้ใช้ชื่อเพื่อให้ง่ายต่อการรณรงค์ว่าโครงการ TO BE NUMBER ONE เพื่อรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดภายในประเทศให้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ โดยความร่วมมือและรวมพลังจากภาครัฐและเอกชน กระตุ้นและปลุกจิตสำนึกของปวงชนในชาติให้มีความรู้ ความเข้าใจและตระหนักว่าการที่จะเอาชนะปัญหายาเสพติดมิใช่หน้าที่ของบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ทุกคนในชาติจะร่วมแรง ร่วมใจกันเป็นพลังของแผ่นดินที่จะต่อสู้และเอาชนะปัญหายาเสพติดให้ได้โดยเร็ว

โดยทรงมีพระประสงค์มุ่งเน้นการรณรงค์ในกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ วัยรุ่นและเยาวชน โดยกลวิธีสร้างกระแสการแสดงพลังอย่างถูกต้องโดยไม่ข้องแวะกับยาเสพติด การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตให้แก่เยาวชนในชุมชน จัดระบบการบำบัดรักษารองรับภายใต้โครงการ “ใครติดยา ยกมือขึ้น

ทั้งนี้เพื่อคืนคนดีสู่สังคมและป้องกันการกลับมาเสพซ้ำ ตลอดจนการสร้างเครือข่ายสมาชิกและชมรม TO BE NUMBER ONE เพื่อร่วมกันรณรงค์และจัดกิจกรรมป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นเสมือนการเติมสิ่งที่ดีให้กับชีวิต เพื่อให้เกิดค่านิยมของการเป็นหนึ่งโดยไม่ต้องพึ่งยาเสพติด ดังพระราชดำรัสในวโรกาส การแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “TO BE NUMBER ONE” เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2545 ณ ห้องประชุมกระทรวงสาธารณสุข ความว่า “กิจกรรมในโครงการ TO BE NUMBER ONE จะเบนความสนใจจากการหาความสุขชั่วครั้งชั่วคราวจากยาเสพติด อยากให้โครงการนี้สำเร็จด้วยดี แต่จะทำคนเดียวไม่ได้ จึงขอความร่วมมือจากทุกคน ”

โดยมีคำขวัญโครงการคือ

“ เป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด ” ความหมายคือ การเป็นหนึ่ง ทุกคนเป็นได้ เพราะทุกคนต่างมีดีอยู่ในตัวเอง หากค้นพบสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบ สนใจและมีความถนัด สามารถฝึกฝนและทำจนเป็นผลสำเร็จได้ ทำแล้วมีความสุข มีความเชื่อมั่นและมีความภาคภูมิใจ

และสิ่งที่โครงการทำไม่ได้มีแค่การส่งเสริมให้เด็กมีกิจกรรมทำ เช่น เต้น ประกวดเต้นประกวดร้องเพลงเท่านั้น แต่ยังมีกิจกรรมอื่นๆอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรมร่วมปลูกป่า อบรมอาชีพให้เด็กมีทักษะในการทำงาน บลาๆ สารพัด และที่สำคัญคือมีการตรวจสุขภาพ และตรวจสารเสพติดให้กับเด็กและเยาวชนเป็นระยะ ถ้าพบใครที่ติดยา ก็จะไปเข้าโครงการ ใครติดยายกมือขึ้น ที่ทางทูบีนัมเบอร์วัน ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข พาเยาวชนไปบำบัดยาเสพติดใน รพ สังกัดสาธารณสุขทุกแห่งทั่วไทย (ทำได้หมดเพราะส่วนมากมีพยาบาลหรือหมอที่ผ่านการเทรนบำบัดยาเสพติดประจำอยู่ละ)

ซึ่งโครงการนี้ก็ทำมาร่วมสิบกว่าปีละ และทูลกระหม่อมท่านเคยกล่าวไว้เมื่อตอนปี 45 ว่า

“กิจกรรมในโครงการ TO BE NUMBER ONE จะเบนความสนใจจากการหาความสุขชั่วครั้งชั่วคราวจากยาเสพติด อยากให้โครงการนี้สำเร็จด้วยดี แต่จะทำคนเดียวไม่ได้ จึงขอความร่วมมือจากทุกคน ”

แต่กลับกลายเป็นว่า โครงการดีๆแบบนี้ กลับถูกนำมากล่าวหา และใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง จากฝีมืออดีตสื่อมวลชนคนหนึ่ง ว่างบที่โครงการได้มา มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ทักษิณ ชินวัตร

วันนี้เราเลยมาแบ่งปันข้อมูล ในโครงการ To be num ber one ที่สามารถเข้าไปดูได้ใน ที่นี่ เว็บลงเอกสารการจัดซื้อจัดจ้าง งบประมาณทั้งหมดของโครงการย้อนหลังไว้หลายปีแล้ว จะได้ดูกันไปเลยว่าโปร่งใสแค่ไหน

 

แสดงความคิดเห็น