เมื่อบทนางเอกมันไม่ปัง ลองหันมาเล่นบทนางร้ายจนได้ดี

นักแสดงบางคนเมื่อเป็นนางเอกแล้วไม่รุ่ง ก็ขอผลันตัวมารับบทนางร้ายสุดกู่ แล้วก็ปังมากจริงๆ เรียกได้ว่าดังพลุแตกเลยดีกว่า และนางเอกบางคนแม้จะเล่นได้ดีในบทนางเอกแล้ว แต่พอมาเล่นบทร้ายก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน

ในละครหรือหนังหลายๆเรื่อง ถ้าพุดถึงนักแสดงหญิง ทุกคนอาจจะคิดกันถึงแต่บทของ “นางเอก” หลายคนชอบคิดว่าบท “นางร้าย” เป็นบทรอง ไม่เด่นดังเท่ากับนางเอก แต่ความเป็นจริงกลับไม่ใช่เลย เพราะถ้าละครเรื่องไหนไม่มีนางร้าย ก็คงยากที่จะสนุก และที่สำคัญบางครั้งบทยังโดดเด่นยิ่งกว่าของนางเอกเสียอีกค่ะ ทำให้คนดูจดจำนักแสดงคนนั้นจนติดภาพว่าเป็นตัวละครอยู่ตลอดเวลาเลยก็ยังมี

แพร์ พิชชาภา

สาวสวยหุ่นดี แพร พิชชาภา พันธุมจินดา ที่เข้าวงการมาด้วยบทนางรองในละครเรื่องผู้ดีอีสาน ในบท แตงอ่อน ซึ่งตอนนั้นอาจจะไม่ได้รับการตอบรับที่ดีเท่าไหร่ ซึ่งเรื่องต่อมาละครเรื่องสวยร้ายสายลับ รับบทนางรองเป็น หนูปึก ก็ยังไม่ปังอีก จนล่าสุดกับผลงานละครกรงกรรม ในบท พิไล ที่ร้ายซะจนหลายคนคิดว่าเธออาจจะขึ้นแท่นนางร้ายคนต่อไปก็เป็นได้ เพราะคนดูอินมากถึงกับเกลียดจนหมั่นไส้ทั่วบ้านทั่วเมือง เรียกว่าประสบความสำเร็จในบทนางร้ายไปเลย

มารี เบิร์นเนอร์

ที่แรกเข้าวงการเธอแจ้งเกิดในบทนางเอกสุดแสนน่ารัก แล้วก็หายเงียบออกไปจากวงการพักใหญ่ ใครจะรู้ว่าการคัมแบล็คกลับมาอีกครั้งของเธอนั้น จะกลับมาในฐานะ นางร้าย อย่างกันยา เมียน้อยโรคจิตของธาดา ในเมีย 2018 โอ้วโห้วววเรียกได้ว่า เป็นนางร้ายที่ดังเป็นพลุแตก คนกล่าวถึงทั่วทั้งประเทศ ก็ถือว่าเป็นการคัมแบล็คกลับเข้าวงการอย่างมีชัย และประสบความสำเร็จมากๆนะจ๊ะมารี

พลอย เฌอมาลย์

สาวพลอย เฌอมาลย์ นี้บอกเลยว่านางอยู่ในวงการมานานมาก เพราะนางเข้าวงการตั้งแต่นางอายุ 23 เรื่องการแสดงละครก็ไม่ต้องพูดถึง นางมีละครมาให้ชมกันเยอะมาก ทั้งละคร ภาพยนตร์ มิวสิควิดีโอ และเพลง ซึ่งสาวพลอยก็ได้รับบทนางเอกอยู่เรื่อย จนละครเรื่องระบำดวงดาว สาวพลอยก้ได้รับบทร้ายใน บทของน้ำหวาน

อั้ม พัชราภา

นางเอกตัวแม่ “อั้ม พัชราภา” ที่ถือว่าสอบผ่านบทนางเอกมาแล้วทุกเรื่อง กับบทนางร้าย ที่เรียกได้ว่าสามารถแสดงได้เฉียบขาด ด้วยภาพลักษณ์ หน้าตา ซึ่งบทนางร้ายที่เธอเล่นเรื่องแรกคือ “เมียหลวง” ตัวละครร้ายที่คนดูพูดถึงมากที่สุด และเรื่องล่าสุด “เพลิงพระนาง” เป็นอีกเรื่องที่ตีบทแตก ได้รับคำชมจากคนดูมากมาย ถึงการแสดงเข้าถึงอารมณ์ความร้าย

เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ

สำหรับสาวเจนี่ ที่กำลังมีละครลงจออยู่ตอนนี้อย่างแรงเงา 2 ซึ่งดูกระแสยังไม่ปังเท่ากับภาคแรกซักเท่าไหร่ แต่ถ้าพูดถึงบทนางร้ายของ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ในบทใจเริง จากเรื่องเพลิงบุญ ทางช่อง 3 แล้วละก็คงไม่มีใครลืมแน่นอน เพราะปกติเจนี่มักจะได้รับบทใสๆ แต่เพราะประสบการณ์ที่มากขึ้น ทำให้เจนี่จำเป็นต้องโตขึ้นไปอีกขั้น จึงตัดสินใจที่จะรับเล่นบทนี้ บทหญิงสาวผู้ทะเยอทะยาน มากรักหลายใจ และสุดท้ายแย่งสามีเพื่อน เพลิงบุญไต่ระดับของเรตติ้งได้ไปถึงสุด จึงทำให้ละครเรื่องนี้เป็นพาสเตอร์พีชสำหรับเจนี่เลยล่ะค่ะ

จอย ชลธิชา

นักแสดงและดีเจสาว จอย ชลธิชา ในวัย 35 ปี กลับมารับบทน้องนกคนเดิม ยังแบ๊วหน้าเด็กเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ที่เพิ่มเติมคือความเป๊ะและพัฒนาการความสวย ส่วนเรื่องฝีมือการแสดงก็อย่างที่รู้กัน ร้ายโรคจิตยังไงก็ยังคงเป็นอย่างนั้น ไม่ลดน้อยลงกว่าภาคที่แล้ว มองจากดาวอังคารก็สัมผัสได้ถึงความรัชนก! จอย ชลธิชา นวมสุคนธ์ โด่งดังแจ้งเกิดจากภาพยนตร์เรื่อง “อันดากับฟ้าใส” เป็นนางเอกใหม่แกะกล่องจูงมือพระเอกลูกครึ่งอย่าง อนันดา เอเวอริ่งแฮม เข้าวงการบันเทิงมาพร้อมๆ กันในปี 2540 แต่หลังจากนั้นก็เงียบหายไปนาน จนกลับมาปังอีกครั้งในบท น้องนกในตำนาน ที่ใสๆแต่ซ่อนความร้ายเอาไว้ลึก

เหตุผลที่เธอเหล่านี้ผันตัวมารับบทนางร้ายจนได้ดีนั้น มันมีหลายสาเหตุประกอบกันอยู่ ซึ่งก็แตกต่างกันไป แต่ลองมาดูกันสิว่ามีอะไรกันบ้าง

  • ตัวเนื้อหาบทบาทที่ได้รับ มีการส่งอารมณ์ที่รุนแรง บทบาทมีความร้ายซึ่งคนยุคสมัยนี้ค่อนข้างชอบมากกว่า บทนางเอกใสๆ สื่อถึงคนดูได้มากกว่าจนน่าหมั่นไส้ สังเกตุได้จากกระแสในโลกโซเชียลเลย
  • ด้วยวัยและอายุบางคนนั้นก็เลยลุคของนางเอกไปแล้ว เพราะถ้าบทนางเอกที่ต้องมามีซีนความรักมุ้งมิ้งกับพระเอก แต่ถ้านางเอกดูเป็นผู้ใหญ่เกินไปบางทีมันก็ดูไม่ใช่
  • นางเอกเฟรชชี่วัยใส ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ทำให้การแข่งขันกันในบทของนางเอกค่อนข้างสูง และด้วยความที่ไม่อยากดูหน้าแบบซ้ำซากจำเจ ก็ต้องหาเส้นทางใหม่
  • ความท้าทายในตัวของนักแสดง แม้บางคนจะทำได้ดีในบทของนางเอกอยู่แล้ว แต่อยากได้ความท้าทายใหม่ๆ หลุดจากลุคของนางเอก ฉีกภาพหวานแหววใสๆ ไปเป็นนางร้ายสุดแสบ

 

แสดงความคิดเห็น