สัมผัสประทับใจ ทีสร้างแรงใจฮึกเหิม ใน “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยุทธหัตถี”

      มีให้ติดตามกันทุกฉากทุกตอนจนจบกันเลยทีเดียว สำหรับ “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยุทธหัตถี เรียกได้ว่าทุกเหตุการณ์ล้วนมีความสำคัญไปหมด
รวมทั้งฉากที่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสมเด็จพระเอกาทศรถ เรียกขวัญกำลังใจให้กับไพร่พล
ขุนศึก ทั้งหลายก่อนที่จะออกไปทำศึก รับมือกับทัพพม่าที่ยกพลมากันเรือนแสน โดยมีพระมหาอุปราชา
คุมทัพมาด้วยตัวเอง หมายขยี้อโยธยาให้ราบเป็นหน้ากลอง
และยืนยันจะไม่ยกทัพกลับถ้าไม่ชนะในศึกครั้งนี้ ก่อนที่ในท้ายที่สุดทั้งสองพระองค์จะเกิดอภิมหาสงครามยุทธหัตถีอันลือลั่นในประวัติศาสตร์นั่นเอง
โดยฉากนี้ ท่านมุ้ย ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล และทีมงาน ระดมเหล่านักแสดงหลักฝั่งไทยแทบทั้งหมดเข้าฉากโดยพร้อมเพรียงกัน
ไม่ว่าจะเป็น ผู้พันเบิร์ด พันโท วันชนะ สวัสดี, ผู้พันต๊อด พันเอกวินธัย
สุวารี
,แอฟ ทักษอร
ภักดิ์สุขเจริญ (เตชะณรงค์)
, ต๊อก ศุภกรณ์
กิจสุวรรณ, ปราบต์ปฏล สุวรรณบาง, พันโทคมกริช
อินทรสุวรรณ, ยาโน่ คาซูกิ, นาวาอากาศตรีกัมปนาท
อั้งสูงเนิน, ธนา สินประสาส์น
ฯลฯ ที่รับบทเป็นเหล่าขุนศึกคู่ใจที่ร่วมกรำศึกกับพระนเรศวรมาโดยตลอด
พร้อมด้วยนักแสดงสมทบนับพันคน รวมไปถึงบรรดาม้า และช้างศึกที่เข้าฉากกันอีกจำนวนมาก
ซึ่งในฉากนี้เราจะได้เห็นพระองค์ในฐานะองค์พระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว
สะท้อนความเป็นผู้นำทัพในการศึกครั้งนี้ ถึงแม้พระองค์จะตระหนักว่าจำนวนของทหารกล้าไพร่พลสหายศึกตลอดจนยุทโธปกรณ์ในการศึกจะเป็นรองทางฝั่งทัพของพระมหาอุปราชาก็ตาม

     “การถ่ายทำฉากนี้พระนเรศวรจำเป็นจะต้องแสดงออก ถึงความเป็นผู้นำอย่างสูง
ถึงแม้ว่าตัวเองจะกังวลหรือว่ากลัว แต่ผู้นำจะแสดงออกให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเห็นไม่ได้
เรามีอย่างเดียวคือเราต้องปลุกขวัญให้กำลังใจไพร่พลให้ต่อสู้
ถามว่าพระองค์สู้มั้ย.. สู้ แต่ก็มีความกังวลอยู่ในใจด้วย
และรู้ด้วยว่าศึกครั้งนี้หงสาวดีเอาแน่ เขาต้องไม่ปล่อยให้เราเป็นเอกราชแน่ๆ
ความสำคัญของมันคือ เป็นเครื่องยืนยันว่าเราจะเป็นเอกราชต่อไปอีกนานไหม หรือว่าถ้าเราเสียเอกราช
เราจะกลายเป็นเมืองขึ้นเขาต่อไปอีกนานเช่นเดียวกัน คำพูดที่พูดออกไปพยายามปลอบขวัญกำลังคนให้รุกรบ
มันเป็นความสำคัญเช่นเดียวกับการประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง
มันเป็นความสำคัญเช่นเดียวกับการที่ราจะนำกำลังพลข้ามแม่น้ำสะโตง
สิ่งเดียวที่ยอมได้ก็ต่อเมื่อเราตายเท่านั้น เพราะฉะนั้นทุกคนต้องพลีกายถวายชีวิต เพื่อให้เราเป็นเอกราชให้ได้
ถ้าประเทศชาติอยู่ไม่ได้ เราอยู่ไม่ได้ เป็นความหมายเดียวกัน
ผมเองโตมากับครอบครัวทหาร การปลุกขวัญกำลังพล
การพูดเพื่อให้กำลังพลมีใจที่จะเป็นนักรบ
และสู้ยอมถวายชีวิตทำให้ในระหว่างที่เราพูดไปเราก็รู้สึกได้ว่าขนมันจะลุกเป็นจังหวะๆ
แล้วในฉากนี้เวลาที่ผมพูดมันเป็นการพูดที่ประกอบไปกับความกล้ำกลืนฝืนทน ประกอบไปกับความเศร้าจริงๆ
แล้วการรบครั้งนี้เรารบหลังจากพ่อเพิ่งตายไม่นาน
แล้วยังต้องรบกับคนที่เราเคยรู้จัก กับคนที่เราเคยเป็นพี่น้องกันมาก่อน
ต้องรบกับบ้านเมืองที่เราไม่ต้องการให้เป็นศัตรู เราไม่ต้องการที่จะไปรุกรานใคร
ซึ่งถ้าเลือกได้ขอตายคนเดียวให้คนอื่นรอด แล้วอยุธยาเป็นเอกราช.. เรายอม
ผมเชื่อพระนเรศวรเองท่านต้องการเห็นอยุธยาเป็นเอกราชด้วยสายตาตัวเองจริงๆ


       ผู้พันเบิร์ด ซึ่งกล่าวความรู้สึก และอินขนาดนี้
จึงไม่น่าแปลกใจที่ทุกครั้งที่ถ่ายทำฉากสำคัญถึงทำให้เหล่าบรรดาเพื่อนนักแสดง และทีมงานทั้งที่มีคิว
และไม่มีคิวเข้าฉาก ถึงมาร่วมให้กำลังใจตลอดระยะเวลาที่ร่วมงานกันมาตลอด 10 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แอฟ ทักษอร เองก็อดใจไม่ได้

               

        อย่างที่บอกว่าพวกเราร่วมงานกันมานาน และก็สนิทกันมากอย่างใน
ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชยุทธหัตถี ฉากนี้ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง ฉากที่ยิ่งใหญ่ในทุกๆ
ด้าน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของนักแสดงที่มาเข้าร่วม
ในเรื่องของความสำคัญในส่วนของบท แม้กระทั่งตอนถ่ายทำเองทุกคนก็จะรอดูว่าพี่เบิร์ดแสดงจะเป็นยังไง
แอฟเชื่อว่าไม่แค่พี่เบิร์ดเองนะคะที่ตื่นเต้น เพราะคนอื่นๆก็เตื่นเต้นค่ะ
ยิ่งเวลาพี่เบิร์ดแสดงจะรู้สึกถึงพลัง คือด้วยตัวไดอาล็อคเอง ทุกอย่างรวมกัน แล้วบวกกับบรรยากาศยิ่งทำให้เราเชื่อมากแล้วก็ขนลุกค่ะ
ยิ่งเวลาที่พี่เบิร์ดพูดปลุกระดมให้ทหารมีกำลังใจให้มีความฮึกเหิม
ซึ่งสำหรับแอฟแล้วนอกจากความฮึกเหิมที่เกิดขึ้น
มันยังเหมือนกับว่าเรามีอีกความรู้สึกหนึ่งที่แทรกเข้ามาคือความรู้สึกซาบซึ้ง
คือพอเราเป็นคนที่มองกลับไป คนสมัยก่อนเขาจะต้องเสียสละขนาดไหน หรือแม้กระทั่งทหารทุกคนแน่นอนใจลึกๆต้องแอบมีความกลัว
แล้วผู้นำที่จะปลุกทุกคนให้ฮึกเหิมขึ้นมาละ เขาก็ต้องแอบมีความกลัว
อยู่ด้วยเหมือนกันสมเด็จพระนเรศวรอาจไม่ได้กลัวว่าชีวิตตัวเองจะสิ้นไป
แต่ว่ากลัวชาติเรานี่แหละที่จะสิ้น  ซึ่งทุกๆคนล้วนแล้วแต่ต้องเสียสละ”

          ทั้งอินในบทบาทและลึกซึ้งในความรู้สึกจนทำให้ทุกๆ คนที่ได้ชมการถ่ายทำในฉากนี้ต่างซาบซึ้งไปพร้อมๆ
กัน และนี่เป็นอีกหนึ่งฉากสำคัญที่ผู้ชมจะได้สัมผัสไปพร้อมๆ กันใน “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยุทธหัตถี” 29 พฤษภาคม นี้ทุกโรงภาพยนตร์

สัมผัสประทับใจ ทีสร้างแรงใจฮึกเหิม ใน “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยุทธหัตถี” สัมผัสประทับใจ ทีสร้างแรงใจฮึกเหิม ใน “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยุทธหัตถี” สัมผัสประทับใจ ทีสร้างแรงใจฮึกเหิม ใน “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยุทธหัตถี” สัมผัสประทับใจ ทีสร้างแรงใจฮึกเหิม ใน “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยุทธหัตถี”
สัมผัสประทับใจ ทีสร้างแรงใจฮึกเหิม ใน “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยุทธหัตถี” สัมผัสประทับใจ ทีสร้างแรงใจฮึกเหิม ใน “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยุทธหัตถี” สัมผัสประทับใจ ทีสร้างแรงใจฮึกเหิม ใน “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยุทธหัตถี”

แสดงความคิดเห็น