ทำไม! ทายาทธุรกิจหมื่นล้าน ถึงอยากจะมาลงเล่นการเมือง ให้ตัวเองต้องลำบาก

เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร
กดติดตาม “ทีวีพูล”
เพิ่มเพื่อน

“ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ทายาทธุรกิจหมื่นล้าน ในตำแหน่งรองประธานกรรมการบริหาร ไทยซัมมิท กรุ๊ป จากที่เคยอยู่อย่างสุขสบาย ทำไมต้องยอมมาทนลำบาก ลงเล่นการเมือง กลายเป็นคนมีคดี มีแต่คนด่าว่า เค้าทำเพื่ออะไร?

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เชื่อว่าตอนนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักคนๆนี้ ซุปเปอร์สตาร์ในฐานะนักการเมืองรุ่นใหม่ ที่ทุกจังหวะรุกคืบนักการเมืองรุ่นเก่ายังตามไม่ทัน ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จากเด็กเที่ยวไฮโซ ได้มีโอกาสเข้ามาเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย ทำให้คนหนุ่มอย่างธนาธรออกมาเจอโลกกว้าง จนได้พบเส้นทางสำคัญ และทำให้หนุ่มสาวในสมัยนั้น ต่างเรียกขานเขาว่า “แอคทิวิสต์ซ้ายจัด”(นักกิจกรรมฝ่ายซ้าย)

ด้วยความที่เป็นลูกไฮโซ ตระกูลดัง มั่งคั่งมากมี โปรไฟล์ดี ร่ำเรียนในรั้วธรรมศาสตร์ จึงทำให้ภาพฉายของธนาธรในสายตาใครบางคน คงจะเป็นการแต่งเนื้อแต่งตัวด้วยแบรนด์เนมชั้นนำ กินหรูดูแพง ถึงตัวยาก แต่ความจริงแล้วมาดของลูกไฮโซคนนี้ คือ ผมยาวเซอร์ สวมเสื้อผ้าฝ้าย นุ่งกางเกงเล ใส่รองเท้าผ้าใบเก่าๆ เปื้อนๆ สะพายกระเป๋าขาดๆ ที่ผ่านการใช้งานมาซ้ำๆ ไม่หยุดไม่หย่อน และสูบบุหรี่จัด

ธนาธร ได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนให้เป็นอุปนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) ในปี 2542 และธนาธร ได้พาตัวเองไปทำกิจกรรมนอกรั้วมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมของสมัชชาคนจน, กรรมกรไทยเกรียง, เครือข่ายสลัม 4 ภาค, การประท้วงกรณีท่อก๊าซไทย-มาเลย์ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังเป็นแนวหน้าให้ชาวบ้านสมัชชาคนจนที่ปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจระหว่างปีนทำเนียบเรียกร้องให้รัฐบาลชวน หลีกภัย เปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูลด้วย

ครั้งหนึ่ง สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำกลุ่มสามมิตร ประธานยุทธศาสตร์ภาคอีสาน พรรคพลังประชารัฐ (หนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี) หรือในอีกบทบาทหนึ่ง เขาก็คือ อาแท้ๆ ของธนาธร ที่เลือกเดินคนละข้างกับหลานชาย เคยกล่าวถึงหลานคนนี้ไว้ว่า

“ช่วงที่เขา(ธนาธร)เป็นนักศึกษา เขาจึงเห็นแก่ประเทศชาติ มีความเป็นประชาธิปไตยเต็มที่ ตอนที่ผมอยู่กับ(อดีต)นายกฯทักษิณ คุณธนาธรก็ไปที่ธรรมศาสตร์ ขึ้นเวทีวิจารณ์ท่านนายกฯ ทักษิณ คุณแม่เขาไปขึ้นเวทีไทยรักไทย นี่เรื่องจริงเลยนะครับ ท่านนายกฯ ทักษิณ ก็มาถามผมว่า “ทำไมคุณคุมหลานไม่ได้” ผมบอกกลับไปว่า “คุณแม่เขายังคุมไม่ได้เลยครับ” คุณแม่เขาก็ไปทางนี้ หลานก็ไปทางนั้น

“ตอนคุณพ่อเขาไม่สบาย และไปรักษาที่อเมริกา ผมก็ไปเยี่ยม คุณธนาธรก็ต่อว่าผม ตอนนั้นผมเป็น รมว.อุตสาหกรรม ว่า ไปทำโครงการวางท่อแก๊สที่จะนะ ทำลายสิ่งแวดล้อม ต่อว่าผมซะเละเลย ตอนนั้นคารมผมก็สู้เขาไม่ได้ ไม่รู้จะตอบยังไง”

เหตุผลที่ ทักษิณ ถึงกับเอ่ยปากถามสุริยะเช่นนี้ ก็เพราะว่า ในยุครัฐบาลทักษิณ ธนาธร ในฐานะอดีตอุปนายก อมธ. ได้ออกมาแสดงความเห็นอย่างโจ่งแจ้งว่า “นายกฯ(ทักษิณ)สมควรลาออก เพราะหมดความชอบธรรม นอกจากนี้ การชุมนุมของทุกฝ่ายควรดำเนินการด้วยความสงบ ปราศจากความรุนแรง”

กระทั่ง ธนาธร บินลัดฟ้าไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ และเป็นที่รู้จักในบทบาทใหม่ คือ รองประธานกรรมการ กลุ่มไทยซัมมิท อาณาจักรผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่ของไทยที่มีรายได้รวมราว 7.2 หมื่นล้านบาทในปี 2559

และตั้งแต่ที่ “ธนาธร” เริ่มเข้าไปบริหารกลุ่มบริษัทไทยซัมมิท ทำให้บริษัทมีการเติบโตจากการมีรายได้ 16,000 ล้านบาท ในปี 2544 เป็นมีรายได้ 80,000 ล้านบาทในปี 2560 และครอบครัวของ ธนาธร ยังมีธุรกิจในเครือข่ายทั้งอดีตและปัจจุบันประมาณมากกว่าร้อยบริษัท

แม้ในวันที่ ธนาธร จะสวมสูทผู้บริหารไทยซัมมิท แต่ในยามที่เขาถอดสูทออก และหยิบเสื้อผ้าฝ้ายธรรมดาๆ มาสวมใส่ เขาก็ยังออกไปร่วมเดินขบวนอยู่บ่อยครั้งในฐานะประชาชนตาดำๆ ที่ต้องการแสดงสิทธิ์การมีส่วนร่วมทางการเมือง เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนไทย

จนถึงวันนี้ที่ ธนาธร ได้เป็น ส.ส.จากการเลือกตั้งแล้ว แต่ก็ยังไม่หมดปัญหาง่ายๆ เนื่องจากยังมีคดีเกี่ยวกับการถือหุ้นสื่ออยู่อีก จนศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุติปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ของนายธนาธร ซึ่งหลายคนคิดว่าถ้า ธนาธร ไม่ลงการเมืองมาถึงจุดนี้ ทำให้หลายๆคนสงสัยทำไมธนาธรถึงลงมาเล่นการเมือง ซึ่งเคยมีการตอบคำถามนี้ไว้ในรายการนึงที่ธนาธรได้ไปให้สัมภาษณ์ไว้

แต่ก็ยังมีฝ่ายที่มองว่าการที่ธนาธรมาลงการเมืองครั้งนี้ เนื่องจากโหยหาอำนาจ อาจจะเอาไว้เอื้อธุรกิจของตัวเอง แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ถ้าคนรุ่นใหม่อย่าง ธนาธร มาลงเล่นการเมือง เชื่อเลยว่าการเมืองต้องมีการปรับเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน

[fbcomments width="100%" count="off" num="5" countmsg="wonderful comments!"]