ฝันเป็นจริง! “ฟ้าใส ปวีณสุดา” คว้ามงกุฎ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019

มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 29 มิ.ย. จัดการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 รอบตัดสิน เพื่อเฟ้นหาตัวแทนสาวไทยเข้าประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2019 เวทีตระการตาจัดเต็มด้วยแสงสีที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความงดงามที่ไม่สิ้นสุดของจักรวาล

โดยสาวงามที่ผ่านเข้ารอบ 5 คนสุดท้ายสู่รอบตอบคำถามรอบแรก ได้แก่ หมายเลข 3 เบลล่า น.ส.ธนัชพร บุญแสง อายุ 25 ปี, หมายเลข 9 เฟิร์ส น.ส.ภัทราพร หวัง อายุ 24 ปี, หมายเลข 19 ฟ้าใส น.ส.ปวีณสุดา ดรูอิ้น อายุ 25 ปี, หมายเลข 22 คิมมี่ น.ส.คิม โดเชคาโลวา อายุ 19 ปี และหมายเลข 31 มิเรียม น.ส.มิเรียม ศรพรหมมาศ อายุ 24 ปี

จากนั้นพิธีกรประกาศผลสาวงามผู้ผ่านเข้ารอบ 3 คนสุดท้ายที่เปี่ยมไปด้วย Empowering Beauty หรือความงามที่ทรงพลังอย่างมีคุณค่ามากที่สุด ได้แก่ หมายเลข 3 เบลล่า น.ส.ธนัชพร บุญแสง, หมายเลข 31 น.ส.มิเรียม ศรพรหมมาศ และหมายเลข 19 ฟ้าใส น.ส.ปวีณสุดา ดรูอิ้น โดยทั้งสามได้รับคำถามเดียวกัน

กระทั่งนาทีสำคัญมาถึง พิธีกรประกาศผลการตัดสิน สาวงามผู้คว้ามงกุฎมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 ได้แก่ หมายเลข 19 ฟ้าใส น.ส.ปวีณสุดา ดรูอิ้น อายุ 25 ปี สาวงามลูกครึ่งแคนาดา ความสูง 180 ซ.ม. จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหว University of Calgary ประเทศแคนาดา เจ้าของตำแหน่งรองอันดับ 2 มิสยูเวิร์สไทยแลนด์ 2017 ปีเดียวกับที่มารีญา พูลเลิศลาภ คว้ามงกุฎมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 รับรางวัลเงินสด 1.5 ล้านบาท รถยนต์ประจำตำแหน่ง โฟล์กสวาเกน รุ่น The New Caravelle T6 มูลค่า 3,830,000 บาท โดยบริษัท ไทยยานยนตร์ จำกัด คอนโดมิเนียม A Space I.D. อโศก-รัชดา มูลค่ากว่า 12 ล้านบาท

รองอันดับ 1 ได้แก่ หมายเลข 31 น.ส.มิเรียม ศรพรหมมาศ ความสูง 185 ซ.ม. จบการศึกษาจาก Bethel school of supernatural ministry สหรัฐอเมริกา รับรางวัลเงินสด 7 แสนบาท และรองอันดับ 2 ได้แก่ หมายเลข 3 เบลล่า น.ส.ธนัชพร บุญแสง ความสูง 174 ซ.ม. จบปริญญาตรีจากคณะโบราณคดี เอกภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยศิลปากร รับรางวัลเงินสด 3 แสนบาท

ในรอบตอบคำถามที่ว่าคุณคิดเห็นอย่างไรกับการที่พ่อแม่ต้องหย่าร้างกัน ผู้หญิงต้องอยู่เพื่อลูกเพราะลูกยังเด็กอยู่โดยที่ไม่ได้รักสามีแล้ว ฟ้าใส ปวีณสุดา ตอบเป็นภาษาอังกฤษว่า “มันเศร้ามากที่ผู้หญิงพวกนั้นต้องผ่านความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมานและไม่มีใครที่จะพูดคุยและช่วยเหลือพวกเขาจากสถานการณ์เหล่านั้นได้เลย ดิฉันเชื่อว่าการตั้งองค์กรเพื่อช่วยเหลือผู้หญิงเหล่านี้จะช่วยให้พวกเขาไม่ต้องทรมาน พวกเขาจะได้ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานและใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ จะได้มีความสุขและมีอิสระ และไม่ต้องเข้าไปอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น”

แสดงความคิดเห็น