ข้อควรรู้ก่อนเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวเขาช้างเผือก

เขาช้างเผือก  สถานที่ท่องเที่ยวสุดท้าทาย เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีหัวใจรักการผจญภัย กึ่ง ๆ ปนหวาดเสียวหน่อย ๆ หลายเหตุผลที่ทำให้นักท่องเที่ยวอยากเดินทางไปที่นั่น เพราะเขาช้างเผือกไม่ได้เปิดให้เดินทางได้ตลอดทั้งปี (หรือบางปีก็ไม่เปิดให้เข้าไปเลยก็มี) รวมถึงยังจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวอีกด้วย เหล่านี้ยิ่งทำให้เขาช้างเผือกดูมีเสน่ห์และน่าค้นหามากขึ้นกว่าเดิม แต่ก็มีอีกหลายเสียงหนาหูเช่นกันที่บอกว่า การเดินขึ้นเขาช้างเผือกไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เลยนะ วันนี้เราเลยขนเอาข้อน่ารู้ก่อนไปเที่ยวเขาช้างเผือกกัน ไว้เมื่อเพื่อน ๆ ได้มีโอกาสไปเที่ยวเมื่อไร จะได้ตักตวงความสนุกกันได้แบบเต็มเหนี่ยว

1. ยอดเขาช้างเผือก มีความสูงจากระดับน้ำทะเลอยู่ที่ 1,249 เมตร โดยรวมแล้วถือเป็นยอดเขาที่ไม่สูงมาก สามารถเดินได้ ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและความฟิตของแต่ละคนล้วน ๆ

2. เขาช้างเผือกจะเปิดให้เที่ยวประมาณช่วงเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ หากแต่ก็มีบางปีที่ปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวขึ้นไป เนื่องจากสภาพอากาศ เส้นทางเดิน รวมถึงช้างป่าที่อาจทำอันตรายแก่นักท่องเที่ยว

3. อุทยานจำกัดนักท่องเที่ยวที่จะขึ้นไปเที่ยวเขาช้างเผือก เพียงวันละไม่เกิน 60 คนเท่านั้น

4. การเดินทางขึ้นเขาช้างเผือก นักท่องเที่ยวจะต้องเดินขึ้นจากบ้านอีต่อง (ไม่ใช่ในที่ทำการอุทยาน) เริ่มจากการเดินเรียบ ๆ แล้วหลังจากนั้นก็ขึ้นเขาไปเรื่อย ๆ ไปตามสันเขา ลงบ้าง ขึ้นบ้าง ระหว่างทางไม่ค่อยมีต้นไม้ใหญ่ เพราะจะต้องเดินอยู่บนสันเขานั่นเอง

5. มีบริการลูกหาบ ใครรู้ตัวว่าแบกสัมภาระไม่ไหว แนะนำว่าให้จ้างลูกหาบจะดีกว่า เพราะไม่ใช่แค่เขาจะช่วยแบกสัมภาระให้เราเท่านั้น ยังคอยช่วยกางเต็นท์ ก่อไฟ หรือต้มน้ำให้ด้วย โดยสามารถติดต่อขอใช้บริการลูกหาบและเจ้าหน้าที่นำทางได้ที่ทำการอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ

6. เส้นทางการเดินป่านั้นระยะทาง 8 กิโลเมตร โดยระยะเวลาที่ใช้ในการเที่ยวเขาช้างเผือกจะอยู่ที่ 2-3 วัน ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 6 ชั่วโมง

7. ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกบนยอดเขา ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีร้านค้า ระหว่างเดินขึ้นนักท่องเที่ยวควรพกน้ำไว้กับตัวด้วยสัก 2-3 ขวด ไว้สำหรับดื่ม หรือเอาไว้ใช้ปรุงอาหารตามจุดแวะพักต่าง ๆ

8. ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ใครที่ติดโซเชียลมีเดียอาจจะต้องเตรียมตัวทำใจแต่เนิ่น ๆ เพราะบนเขาช้างเผือกเรียกได้ว่าสัญญาณโทรศัพท์แทบขึ้นตามไปไม่ถึง จะมีสัญญาณก็เพียงบางจุดหรือบางค่ายก็เท่านั้น คุณอาจจะต้องตัดขาดจากโลกภายนอกสักวันสองวัน แต่เพื่อแลกกับความสวยงามที่ต้องเจอ รับรองว่าคุ้มค่า

9. เตรียมอุปกรณ์จำเป็นส่วนตัวต่าง ๆ เช่น เต็นท์, ถงนอน, แผ่นปูนอน, เสื้อแขนยาว, กางเกงขายาว (ยีนส์) , หมวกปิดคอ, รองเท้าผ้าใบ, ทิชชูเปียก, ไฟฉาย, เสื้อกันฝน, ยารักษาโรค, อุปกรณ์การตั้งแคมป์ต่าง ๆ, เครื่องมือประกอบอาหาร (หม้อ, จาน, ชาม, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และของกินเล่น) เป็นต้น

10. สำหรับใครที่ไม่ได้เตรียมอุปกรณ์กางเต็นท์มา ทางอุทยานมีบริการให้เช่า ทั้งเต็นท์ แผ่นรองนอน ถุงนอน และอุปกรณ์ต่าง ๆ เมื่อขึ้นไปข้างบน ลูกหาบจะช่วยเรากางเต็นท์

11. จุดกางเต็นท์บนเขาช้างเผือกมีเพียงจุดเดียวเท่านั้น เพราะจุดอื่นไม่อนุญาตให้กางเต็นท์ได้ โดยจุดนี้จะมีห้องน้ำ ซึ่งเป็นแบบส้วมหลุม และไม่สามารถอาบน้ำได้

12. เสื้อผ้าที่เหมาะสำหรับใส่เดินขึ้นเขาช้างเผือกควรเป็นเสื้อแขนยาว ระบายความร้อนได้ดี รองเท้าผ้าใบ เพราะเนื่องจากต้องเดินฝ่าคมหญ้า ซึ่งอาจบาดเนื้อตัวได้

13. ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเดินขึ้นเขาช้างเผือกไม่เกิน 08.00 น. จะดีที่สุด (อย่าลืมพกหมวกไปด้วย) เนื่องจากระหว่างทางเดินขึ้นค่อนข้างร้อน เพราะแทบไม่มีต้นไม้บังแดดเสียเท่าไร

14. ไฮไลต์วัดใจของเขาช้างเผือก คือ “สันคมมีด” หรือ “สันวัดใจ” มีลักษณะเป็นสันเขาบาง ๆ แคบ ๆ นักท่องเที่ยวจะต้องเดินแถวเรียงหนึ่งขึ้นไป ถึงจะไม่สูงมากแต่ก็เล่นเอาหลายคนใจสั่น เพราะเมื่อมองออกไปทั้งสองข้างจะเห็นเขาลาดลึกลงเป็นเหว งานนี้อาจมีคนใจสั่นก้าวขาไม่ออกก็มี

15. ถ่ายรูปกับป้ายผู้พิชิตยอดเขา หลังจากที่เดินผ่านช่วงไฮไลต์สันคมมีดมาแล้ว จะเป็นเนินเขาให้เดินต่อไปจนถึงจุดสูงสุด ซึ่งเป็นจุดที่สามารถเห็นวิวได้โดยรอบ ไม่มีอะไรมาบดบัง ใครมาถึงจุดนี้แล้ว ต้องมายืนถ่ายรูปคู่กับป้าย เพื่อเป็นสักขีพยานการเดินทางพิชิตสันคมมีดได้สำเร็จ

16. ฟิตร่างกายมาให้พร้อม การเดินป่าขึ้นเขาช้างเผือกควรเตรียมตัวฟิตร่างกายมาให้แข็งแรง และออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องสักหนึ่งเดือนก่อนออกเดินทาง

17. ช่วงที่สวยงามที่สุดของเขาช้างเผือกคือปลายฝนต้นหนาว เพราะเป็นช่วงที่บนเขาช้างเผือกสวยมาก ๆ มองไปทางไหนจะเห็นแต่สีเขียวสด กลางคืนอากาศหนาว ๆ มีหมอกให้เห็น ทำเอานักท่องเที่ยวอย่างเราประทับใจสุด ๆ

18. ว่ากันว่าเสน่ห์ที่น่าหลงใหลของเขาช้างเผือก นั่นคือ วิวที่สวยงามแบบอลังการ บวกกับไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้มากนัก และการจองที่แสนยาก สิ่งเหล่านี้กลายเป็นเสน่ห์ของเขาช้างเผือก ที่ใคร ๆ ก็อยากมาสัมผัสดูสักครั้ง

19. ปฏิบัติและเชื่อฟังคำสั่งเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ไม่เดินออกนอกเส้นทางหรือเดินทางตามลำพัง เพราะนั่นหมายถึงความเสี่ยงที่คุณจะได้พบกับอันตรายไม่คาดฝัน

ถึงแม้ว่าการเดินทางพิชิตเขาช้างเผือกจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างลำบากอยู่เสียหน่อย แต่เชื่อว่าไม่น่าจะเกินความสามารถของนักท่องเที่ยวที่มีหัวใจท้าทายและรักการผจญภัยอย่างแน่นอน เพราะความงดงามสองข้างทาง รวมถึงประสบการณ์ที่ได้ รับรองว่าคุ้มค่าหาไม่ได้จากที่ไหน

ใครกำลังมีข้อสงสัยว่าจะเดินทางไปอย่างไร และเปิดช่วงไหนบ้าง สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ โทรศัพท์ 098 252 0359, 034 510 979 หรือ เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

แสดงความคิดเห็น