“อั้ม อธิชาติ”ยอมถอนฟ้องหมิ่น!

ศาลอาญานัดอ่านคำพิพากษาคดีที่นายอธิชาติ ชุมนานนท์ หรือ “อั้ม-อธิชาติ” ดารานักแสดงชื่อดัง เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บริษัท บลู ริบบอน แอดเวอร์ไทซิ่งจำกัด, นายวินัย เอี่ยมประเสริฐ หรือ “ปอล ดัชชี่” กรรมการผู้จัดการบริษัท ฯ,และนายปฏิภาณ วนัสบดี ที่ปรึกษากฎหมาย เป็นจำเลยที่ 1-3 เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ขอให้ศาลพิพากษาลงโทษตามความผิด และให้พวกจำเลยชดใช้ค่าเสียหาย แก่โจทก์จำนวน 50 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี จากกรณี เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2559 นายปฏิภาณ จำเลยที่ 3 ได้แถลงข่าวในฐานะตัวแทน จำเลยที่ 1-2 ต่อสื่อมวลชน ที่อาคารวอเตอร์ลีฟ ถ.บรมราชชนนี แขวง อรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กทม.ซึ่งเนื้อหามีการกล่าวถึงรายละเอียดการจ่ายค่าจ้างนักแสดงว่ายังมีการค้างจ่าย รวมทั้งข้อความทำนองว่าให้โจทก์ และผู้ที่เกี่ยวข้องมีความจริงใจในการแก้ปัญหาและให้หยุดกระทำการที่ทำให้ บริษัท บลู ริบบอน แอดเวอร์ไทซิ่งจำกัด กับ นายวินัย เอี่ยมประเสริฐ จำเลยที่1-2 เสียหาย และเนื้อความการแถลงข่าวส่วนอื่นซึ่งเป็นการกล่าวหาโจทก์ ทำให้บุคคลอื่นเข้าใจว่า โจทก์เป็นบุคคลประสบปัญหาทางการเงินไม่น่าทำธุรกิจด้วย
วันนี้ฝ่ายโจทก์มีทนายความของ “อั้ม-อธิชาติ” มาฟังคำพิพากษา และจำเลยทั้งสามได้เดินทางมาฟังคำพิพากษา เมื่อถึงเวลานัด ทนายโจทก์ได้แถลงต่อศาลว่า ขณะนี้จำเลยทั้งสามได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขตามที่ตกลงกัน โดยจ่ายค่าเสียหายให้แก่โจทก์จำนวน 1 ล้านบาท และลงโฆษณาขอโทษลงในหนังสือพิมพ์ 3 ฉบับ โจทก์จึงไม่ประสงค์ที่จะดำเนินคดีกับจำเลยทั้งสามอีกต่อไป และขอถอนฟ้องจำเลยทั้งสาม ซึ่งจำเลยทั้งสามแถลงไม่คัดค้าน ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้คู่ความสามารถตกลงกันได้ และโจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยทั้งสาม จึงอนุญาตให้โจทก์ทั้งถอนฟ้องจำเลยทั้งสาม และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบ ภายหลังนายอัคพล แพงลา ทนายความโจทก์ เปิดเผยว่า ในส่วนของคดีอาญาถือว่าจบแล้ว แต่ยังมีคดีที่ฟ้องแพ่งกับบริษัทที่เกี่ยวกับเงินค่าจัดละคร ซึ่งจะมีการไกล่เกลี่ยกันต่อไป
ภายหลังนายอัคพล แพงลา ทนายความโจทก์ เปิดเผยว่า วันนี้คุณอั้ม-อธิชาติติดภารกิจ จึงไม่ได้เดินทางมาศาล แต่ก็มอบอำนาจให้ตนมาถอนฟ้องคดี เพราะเห็นว่าฝ่ายจำเลยได้มีการลงโฆษณาข้อความขอโทษลงในหน้าบันเทิงของหนังสือพิมพ์แล้ว ฉบับลงวันที่ 17-18 ก.ค.ที่ผ่านมา รวม 3 ฉบับ อีกทั้งจำเลยยังได้ชดใช้ค่าเสียหายบางส่วน ซึ่งคุณอั้ม-อธิชาติ ก็พอใจและมาถอนฟ้องคดีหมิ่นประมาท ขณะที่ศาลก็อนุญาตให้ถอนฟ้อง ดังนั้นในส่วนของคดีอาญาถือว่าจบแล้ว แต่ยังมีคดีที่ฟ้องแพ่งกับบริษัทที่เกี่ยวกับเงินค่าจัดละครซึ่งจะมีการไกล่เกลี่ยกันต่อไป

[fbcomments width="100%" count="off" num="5" countmsg="wonderful comments!"]