เมื่อวงการบันเทิง…ไม่บันเทิงเหมือนชื่อ

ช่วงเดือนที่ผ่านมาวงการบันเทิงถูกจุดกระแสให้กลายเป็นท็อปปิกร้อนๆ ทั้งในโลกโซเชี่ยลและในวงสนทนาของสังคมหลายเรื่องหลายประเด็น ที่ดูจะร้อนแรงที่สุดก็เรื่องของอดีตนักร้องสาววัยรุ่นที่ชีวิตหักเหเป๋ไปเป๋มา สุดท้ายก็ถูกจับพร้อมสามีในคดียาเสพติด ทำท่าว่าคดีนี้จะหนักหนาสาหัสซะด้วย เพราะไม่ใช่แค่ผู้เสพย์ แต่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ค้า

เป็นบทเรียนซ้ำซากที่ไม่เคยจดจำไม่เคยเรียนรู้และไม่เคยเข็ดหลาบของคนบันเทิง เพราะงานนี้ตามมาด้วยการขุดคุ้ยและการเหมาเข่งว่าคนบันเทิงเป็นของคู่กันกับยาเสพติด ทั้งๆ ที่จริงมีคนบันเทิงนอกแถวแบบนี้แค่ไม่ถึงหยิบมือ

หลียวมองวงการภาพยนตร์ไทย ช่วงที่ผ่านมาถือว่าเงียบเหงา พอจะมีกระแสปลุกเร้าให้วงการเป็นข่าวครึกโครมบ้าง ก็กลับเป็นกระแสทางลบ เรื่องก็มาจากดารานำของภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง ไปแสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่ถูกมองว่ากระทบความรู้สึกแฟนๆ ก็เลยทำให้กระแสสะท้อนกลับ ดาราคนดังกล่าวถูกถล่มยับเยิน จนส่งผลถึงภาพยนตร์ที่ร่วมแสดงที่ถูกแอนตี้จากแฟนๆ ด้วยการประกาศไม่ดู พร้อมประชดว่าจะเอาเวลาไปทำมาหากิน

ก็เป็นการย้อนกลับคำพูดของดาราคนดังกล่าวที่เคยโพสต์ในทำนองเดียวกันนี้เมื่อแสดงความเห็นทางการเมือง และกระแสแอนตี้จากปากต่อปากก็กระจายไปกว้างไกลทำเอาโรงภาพยนตร์ร้าง แม้จะมีคนออกตัวว่าอยากให้แบ่งแยกเรื่องผลงานกับเรื่องทัศนะทางการเมือง อย่าใจแคบ แต่เรื่องแบบนี้ละเอียดอ่อนทางความรู้สึกเอามากๆ เมื่อคนเรารู้สึกว่าโดนหยามโดนดูถูก ก็ต้องแสดงออกด้วยการต่อต้านแบบนี้แหละ

ก็เป็นอีกหนึ่งบทเรียนของคนบันเทิงที่ไม่เคยจดจำว่าการแสดงออกทางการเมืองในฟากฝั่งที่เราชื่นชอบไม่มีใครว่า แต่อย่าเอาความชอบของเราไปเหยียดคนอื่นเพราะสิ่งที่จะสะท้อนกลับมาคือความเสื่อมความนิยมที่อาจจะส่งผลต่ออนาคตในวงการบันเทิง

ทีวีพูลฉบับที่ 1447 ประจำเดือนสิงหาคม หน้าปกร่วมฉลองเทศกาลวันแม่ ด้วยซุปตาร์ซูเปอร์มัมของวงการบันเทิง ชมพู่-อารยา เอ.ฮาร์เก็ต คุณแม่ของลูกแฝด สายฟ้าและพายุ ถึงแม้จะลดบทบาทหน้าจอไปทำหน้าที่คุณแม่ แต่ความฮอทนอกจอยังร้อนแรงเหลือเกิน ยังเป็นดาวเด่นงานอีเว้นท์ เดินพรมแดง กระทั่งพรีเซนเตอร์โฆษณา ใครจะสู้แม่ชมได้ล่ะ

ถ้าไม่อยากให้คนอื่นใจแคบกับเรา เราก็อย่าคับแคบทางความคิด”

แสดงความคิดเห็น