วันไร้‘โอ วรุฒ’ ครอบครัวทำบุญครบ 1 ปี ไม่มีวันไหนไม่คิดถึง ร้านกาแฟเงียบเหงา!

“พ่อแรม” นายแรม วรธรรม อายุ 86 ปี ดาราอาวุโส และนางอรพิน วรธรรม อายุ 84 ปี พ่อและแม่ อดีตพระเอกชื่อดัง โอ วรุต วรธรรรม พร้อมญาติสนิทและคนใกล้ชิด ร่วมจัดพิธีทำบุญระลึกถึงและอุทิศส่วนกุศลให้ โอ วรุฒ ในโอกาสครบรอบ 1 ปีการเสียชีวิต ในวัย 49 ปี เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2561
โดยพิธีจัดอย่างเรียบง่าย นิมนต์พระสงฆ์ 5 รูป ทำพิธีสวดทำบุญ พร้อมรับถวายสังฆทานและฉันเพลที่บ้าน ซึ่งอาหารที่เลี้ยงเพลพระสงฆ์นั้น เป็นก๋วยเตี๋ยวเรือสูตรเด็ดที่พี่สาวลูกพี่ลูกน้องของ “โอ วรุฒ” เดินทางจากกรุงเทพฯ มาปรุงให้โดยเฉพาะ เนื่องจากเป็นก๋วยเตี๋ยวเรือที่จะทำให้กินเฉพาะคนในครอบครัว หรือคนสนิทเท่านั้น ซึ่ง โอ ชื่นชอบเป็นอย่างมาก เคยกินมากที่สุดถึง 6 ชามในครั้งเดียว เมื่อครั้งที่ไปเที่ยวหาที่กรุงเทพฯ และเคยรับปากว่าจะมาทำให้กินที่เชียงใหม่ แต่ โอ ได้เสียชีวิตไปเสียก่อน
คุณพ่อแรม วรธรรม แม้จะอายุมากถึง 86 ปี แต่ก็ยังแข็งแรงแม้ว่าเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาพ่อจะประสบอุบัติเหตุล้มในห้องนอนจากอาการหน้ามืดอ่อนเพลีย จนได้แผลที่แขนขวา แต่ตอนนี้ก็อาการดีขึ้นยังแข็งแรงเดินไปไหนมาไหนด้วยตนเอง ยังมีความสุขอารมณ์ดีเช่นทุกครั้งที่มีคนมาเยี่ยมเยือน คุณพ่อเล่าว่าทุกวันนี้ยังคิดถึงลูกชายเสมอ ยังคิดว่าเค้าไม่ได้จากไปไหน ตื่นเช้ามาหรือก่อนนอนก็ยังทักทายรูปภาพของโออยู่ทุกวัน ส่วนห้องนอนของโอ ก็ยังเก็บข้าวของและทุกสิ่งอย่างไว้เหมือนเดิมทุกประการเช่นเดียวกันกับวันที่โอจากไป เหมือนกับเวลาในห้องนอนของโอ ถูกหยุดไว้ ทั้งข้าวของเครื่องใช้ แม้แต่ปฏิทินยังเป็นเดือนปีที่เป็นช่วงสุดท้ายในชีวิตของโอ คือเดือนกันยายน 2561
ขณะเดียวกันคุณพ่อแรม วรธรรม เล่าว่าทุกวันนี้ร้านกาแฟบ้านวรุฒ ยังเปิดอยู่ โดยมีน้องหมวยที่มาช่วยดูแลคุณพ่อคุณแม่ บ้าน และร้านกาแฟ แต่ก็มีคนมาอุดหนุนไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นแฟนผลงานของโอ ที่เดินทางมาเที่ยวเชียงใหม่ก็แวะเวียนมาอุดหนุนและมาเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่ รวมทั้งเพื่อนๆ ของโอ โดยเฉพาะนีโน่ ก็จะติดต่อโทรศัพท์มาถามสารทุกข์สุขดิบของคุณพ่อคุณแม่ตลอด และช่วงไหนที่แวะเวียนมาเที่ยวเชียงใหม่ก็จะมาเยี่ยมเสมอ ทั้งนี้ก็ยืนยันว่าพ่อแม่จะเก็บร้านกาแฟบ้านวรุฒนี้ไว้ตลอด สำหรับต้อนรับผู้ที่จะแวะเวียนมาเยี่ยมเยือน ขณะเดียวกันคุณพ่อแรม วรธรรม กล่าวถึงงานแสดงบอกว่ายังไหวอยู่ยังรับงานแสดงไหว แต่เข้าใจผู้จัดว่าหากต้องไปแสดงที่กรุงเทพฯ ก็จะเป็นภาระของทีมงาน แต่หากแวะเวียนมาถ่ายทำที่เชียงใหม่ก็พร้อมจะไปร่วมงานได้เสมอ

แสดงความคิดเห็น