เงิบทั้งโซเชี่ยล! “แพทย์” ออกโรงชี้แจง หอมแก้ม “น้องดิสนีย์”

เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร
กดติดตาม “ทีวีพูล”
เพิ่มเพื่อน

เเรงมากสำหรับกระเเสราม่าต่อเนื่องสำหรับสาวอุ้ม ลักขณาหลังจากที่พาครอบครัวไปร่วมแสดงความยินดีงานฉลองงานแต่งงานของ สาวใบเตย และดีเจแมนพัฒนพลแล้วเจ้าตัวได้กลับมาโพสต์ข้อความระบายลงในอินสตาแกรมของตัวเองจนเกิดเป็นกระแสที่ทำให้ชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์….เมื่อวันก่อนในงานแต่งงานของใบเตย….

เมื่อวันก่อนในงานแต่งงานของใบเตยและคุณแมน คุณอุ้ม ลักขณา ก็พาน้องการ์ตูน ลูกสาวคนโต และน้องดิสนีย์ ลูกสาวคนเล็กมาร่วมแสดงความยินดีด้วย แต่หลังจากงานคุณอุ้ม ก็ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับลูกคนเล็กไว้น่าคิดโดยพ่อหมอตัดทอนลงให้กระชับดังนี้…

“ด้วยความน่ารัก หนูโดนหอมโดนจับมือจับแก้มตลอดเวลา แม่ขอเถอะนะคะ มือเราบางทีไปจับอะไรมาละไม่ได้ล้างมือแล้วมาจับมือน้องมาหอมแก้มน้องมันมีแต่เชื้อโรคไง เด็กยังไม่มีภูมิคุ้มกันแล้วน้องก็เป็นผื่นคันทั้งหน้า ดีไม่ดี น้องอาจติดเชื้อในกระแสเลือดได้เลย เดี๋ยวนี้โรคระบาดมันเยอะ อย่าหาว่าแม่กระแดะหวงลูกมากไปนะคะ คนมีลูกถึงจะเข้าใจเวลาที่เค้าเจ็บป่วย

คนบางคนไม่เข้าใจมาจับมือน้องอยู่นั่นแม่เอาออกก็ดึงไปจับอีก จะให้พูดตรงๆ เดี๋ยวก็หาว่าไม่ดี คนเค้ารักเค้าเอ็นดูลูกเรา เวลาลูกเราป่วยมาเอ็นดูกับเรามั้ยล่ะ บางคนถามขอจับหน่อยนะคะ แม่ยันไม่ทันตอบมือมาถึงแล้วจ้า ที่พูดนี่รวมถึงเด็กๆ ทุกคนด้วย เราเอ็นดูเค้าได้แต่อย่าไปจับลูกเค้าเลย แม่ๆ ด้วยกันคงเข้าใจทีสุด เฮ้อออออ ข่าวก็ออกเยอะแยะเรื่องเชื้อโรคที่มาจากผู้ใหญ่จับหอมเด็กเนี่ย อ่านบ้างงงง”

 

และแน่นอน หลายคนอ่านข้อความนี้เข้าไปก็หาว่า ถ้าไม่อยากให้คนอื่นกอดหอม ก็อยู่บ้านไปไหม หาว่าเป็น ลูกเทวดาแตะต้องไม่ได้ บลาๆ ตัดภาพมาที่พ่อหมอ และเหล่าคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายครับ “เอ้า ! ปรบมือให้คุณอุ้มสิครับ รออะไร” พูดแทนหมอเด็กและคุณพ่อคุณแม่ได้ถูกต้องและเห็นภาพที่สุดแล้ว ผู้ใหญ่คือตัวนำพาเชื้อโรคชั้นดีมาให้เด็กอยู่เสมอมา เพราะผู้ใหญ่ภูมิคุ้มกันดีกว่า สัมผัสเชื้ออาจไม่มีอาการ แต่พอส่งต่อมาให้เด็กสัมผัสเชื้อ บางทีเรื่องใหญ่ครับ

ไม่งั้นเราคงไม่เห็นเด็กเล็กจิ๋วที่ไม่เคยออกจากบ้านไปไหนติดเชื้อ RSV คาบ้านหรอกครับ เชื้อเหล่านี้มันไม่เก่งขนาดแทรกซี่กรงหน้าต่างมาหาเด็กได้เองหรอก มันต้องมีคนพาเชื้อมาให้เด็ก จริงอยู่ที่ว่าเชื้อไวรัสส่วนใหญ่สามารถลอยอยู่ได้ในอากาศ แต่มันก็ต้องออกมาจากสารคัดหลั่งที่ไอจามมาให้เด็กสัมผัส และมันก็มีรัศมีของมัน ครับ ไม่กี่เมตรหรอกจ้ะ ไม่ใช่ไอที่ระยอง แล้วจะกระจายไปติดคนถึงตราดในทีเดียว จริงไหมครับ มันต้องมีคนพาเชื้อมาให้เด็กครับ

ฟังตรงนี้ดี ๆ ครับ เราพาลูกเราออกจากบ้าน เรารับรู้ความเสี่่ยงที่ลูกต้องสัมผัสคนป่วยหรือเชื้อโรค อยู่แล้ว นั่นคือสิ่งที่พ่อแม่อย่างเรายอมรับความเสี่ยงนั้น ชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียดีแล้ว จึงพาลูกออกจากบ้าน เพื่อให้เขาเจอที่ใหม่ ๆ คนใหม่ ๆ กิจกรรมใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาการที่ดีของลูกเรา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะยอมรับความเสี่ยงจาก มือ ปาก น้ำลาย ของคนทั่วไปใครก็ไม่รู้ที่พอเห็นลูกเราน่ารักก็พุ่งตัวเข้ามาจับ กอด หอมกันอย่างตามอัธยาศัยมากไปมั้ง เอาไว้ทำกับญาติตัวเองก็แล้วกันเนอะ เวลาป่วยก็ไปช่วยเขาดูแลด้วยนะจ๊ะ แฟร์ ๆ

ย้ำว่า มีเด็กป่วย และตายจากการกอดหอมมาไม่น้อยแล้ว โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ไข้หวัดใหญ่ยับระบาด RSV ยังมาเรื่อย ๆ มือเท้าปากเพิ่งเริ่มซาลงไป ไม่ใช่ญาติ อย่าไปกอดหอมลูกใครดีที่สุดนะจ๊ะ แม้จะเป็นญาติก็ควรล้างมือก่อนสัมผัสเด็กอยู่ดี เพราะนั่นคือความปลอดภัยที่เราหยิบยื่นให้เด็กได้ครับ เรื่องง่าย ๆ ที่ถึงไม่ได้เป็นพ่อแม่ก็ควรเข้าใจ

สมัยลูกยังแก้มยุ้ย ๆ เป็นเบบี๋ เคยพาลูกไปตลาด แล้วแม่ค้าพุ่งตัวเข้ามาจะหอมแก้มลูกโดยที่ไม่ขออนุญาต ด้วยสัญชาตญาณจึงเอี้ยวตัวหลบอย่างไว แล้วบอกไปว่า “ไม่หอมนะครับ เด็กเล็กป่วยง่ายน่ะครับ” แต่ในใจคิดว่า “ถ้าป่วยขึ้นมา ป้าจะมาช่วยดูแลเรอะ สนิทกันแค่ไหน แค่ชื่อเรายังไม่รู้จักกันเลย” หยอกล้อทักทายกันได้ครับ แต่ขอไม่จับไม่กอดหอมเด็กเล็กเนอะ มารยาทนิดนึง”

 

[fbcomments width="100%" count="off" num="5" countmsg="wonderful comments!"]