“ณวัฒน์” ฟ้องกลับ “บ.ออแกไนซ์” 100 ล้าน งัดโชว์หลักฐานลิขสิทธิ์มิสเอิร์ธ

       วงการขาอ่อนวุ่นวายกันอีกแล้ว เมื่อ “บริษัท ออแกไนเซอร์” ยื่นฟ้อง “ณวัฒน์ อิสรไกลศีล” เรียกค่าเสียหาย 48 ล้านบาท! ฐานละเมิดลิขสิทธิ์ “มิสเอิร์ธ”    ด้านฟาก “ณวัฒน์” ซัดกลับ เตรียมงัดหลักฐานแฉความจริง แถมจ่อฟ้องกลับเรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท!! 
       
       จากกรณี “นางสาว กัลช์ฎาภรณ์ ศิริเยี่ยม” กรรมการ บริษัท ออแกไนเซอร์ ไอคิว จำกัด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง “ณวัฒน์ อิสรไกรศีล”พิธีกรชื่อดังและบริษัทฮอลิเดย์ เทเลวิชั่น จำกัด ฐานละเมิดสิทธิการจัดการประกวด “มิสแกรนด์ไทยแลนด์” และการประกวด “มิสเอิร์ธ 2014” โดยอ้างว่าบริษัทตนเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว และจะเรียกร้องค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินถึง 48 ล้านบาท และได้เดินทางไปเป็นโจทก์ยื่นฟ้องณวัฒน์พร้อม “พอลลี่ ปุณิกา กุลสุนทรรัตน์” นางงามเจ้าของตำแหน่งเวทีมิสเอิร์ธ 2013 ในฐานะพยาน ณ ศาลแพ่ง รัชดา โดยนางสาวกัลช์ฎาภรณ์ได้ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่าตนมีสัญญาการเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์การประกวดแต่เพียงผู้เดียว
       
       “สาเหตุที่ต้องฟ้องเนื่องจากทางเรามีสิทธิ์ในสัญญา เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์มิสเอิร์ธทั้งหมด 5 ปีตั้งแต่ปี 2013 จนถึงปี 2017 เรามีสิทธ์อย่างถูกต้องแล้วเราจ่ายค่าลิขสิทธิ์ไปเรียบร้อยแล้ว”
       
       “เขารู้อยู่แล้วว่าเรามีสิทธิ์นี้เพราะว่าเขามาขอซื้อแล้วแค่เราไม่ขายแล้วก็คุยกันจนถึงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาก่อนที่จะมาฟ้องเราก็ส่งจดหมายไปถึงเขาว่าห้ามเผยแพร่ว่าตัวเองเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แล้วเขาก็บอกว่าเขามีสิทธิ์ เพราะฉะนั้นเราก็เลยขอให้เขาช่วยแสดงสิทธิ์ให้เราเห็น โดยเราก็แสดงจริงใจโดยการเปิดเผยสิทธิ์ของเราเหมือนกัน แต่ทางนั้นเขาบอกเขามีสิทธิ์ในทางการค้า เพราะฉะนั้นเราก็เลยขอพึ่งบารมีของศาล คือตอนที่เราส่งเอกสารไปให้ทางคุณณวัฒน์เราก็ได้แนบสัญญาของเราไปด้วย จริงๆ ถึงแม้ว่าเราไม่ส่งไปยังไงเขาก็ต้องรู้อยู่แล้ว เพราะทุกคนในวงการก็รู้ว่าเรามีสิทธิ์ตรงนี้ 5 ปี”
       
       ลั่นการทำธุรกิจต้องพิสูจน์ด้วยหลักฐาน
       “การที่เขาประกาศไปแล้วว่าเขามีสิทธิ์ อันนั้นมันเป็นเรื่องทางวาจานะคะคือในเรื่องของการทำธุรกิจมันจะต้องพิสูจน์กันด้วยหลักฐานหรือเอกสารซึ่งเรามีเอกสารมีสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการรวมถึงเราได้จ่ายค่าลิขสิทธิ์แล้ว และเราก็ได้พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่าเราเป็นเจ้าของสิทธิ์จริงๆ เนื่องจากอาทิตย์ที่แล้วเราได้ทำการประกวดแล้วเราก็ได้น้องพอลลี่ซึ่งคนไทยก็น่าจะภาคภูมิใจนะคะเพราะเธอได้ตำแหน่งรองอันดับ 2 ของโลกมาให้คนไทย”
       
       ยืนยันทำถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนเรื่องไกล่เกลี่ยต้องขอพึ่งบารมีศาล
       “แน่นอนเพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้องพิสูจน์กันด้วยเอกสารหลักฐานค่ะอันนี้มันเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดจะคุยกันด้วยวาจาไม่ได้ ก็ไม่อยากฟันธงว่าลิขสิทธิ์ทับซ้อนหรือไม่ เพราะทุกอย่างเราก็ต้องดูจากเอกสารเนื่องจากเรายังไม่เห็นเอกสารของเขาเลยก็เลยไม่รู้ว่าความจริงมันเป็นยังไง ก็ขอเปิดเผยในชั้นพิจารณาคดี”
       
       “เรื่องไกล่เกลี่ยทางที่บอกไปว่าเราได้ให้ทางทนายความยื่นหนังสือไปถึงเขาแล้ว เพื่อให้เขาได้ส่งเอกสารมาให้เราดูว่าตกลงเป็นยังไงแต่เนื่องจากเขาไม่เปิดเผยทั้งที่เราแสดงความจริงใจเปิดเผยสัญญาของเราให้ดูว่าเรามีจริงๆ และทุกคนก็น่าจะทราบว่าเราเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์จริงๆ เพราะไม่อย่างนั้นเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเราคงจะจัดการประกวดมิสเอิร์ธ 2013 ได้ เรื่องไกล่เกลี่ยยังไม่สามารถพูดได้ ตอนนี้ต้องพึ่งบารมีศาลและก็ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาล ในข้อหาใช้สิทธิ์โดยไม่สุจริตละเมิดสิทธิ์แล้วก็ทรัพย์สินผู้อื่น”
       
       ยื่นฟ้อง 48 ล้าน ! ตีตามมูลค่าที่สูญเสียไปจากการโดนละเมิดลิขสิทธิ์
       “48 ล้านบาทเป็นทางมาร์เก็ตติ้งของเราทางพีอาร์ที่เขาทำการบ้านว่าจะให้สิทธิประโยชน์ตอบแทนกลับผู้สนับสนุนมากน้อยเท่าไหร่ก็ต้องตีตามมูลค่าที่เราสูญเสียไปจากการที่ถูกละเมิดลิขสิทธิ์ตรงนี้
       
       “ผลกระทบที่เกิดกับเรามีมากมายค่ะเพราะเรากำลังทำเจรจาตกลงแต่ในเมื่อมีการแถลงข่าวออกมาแบบนี้ทำให้ลูกค้าเกิดความไม่มั่นใจเพราะว่าสิทธิในการประกวดมิสเอิร์ธมีได้เพียงคนเดียวเท่านั้นในแต่ละประเทศ”
       
       เผยสาเหตุที่ไม่ออกมาพูดตั้งแต่ตอนแรกเพราะอยู่ในระหว่างยื่นโนติสถึงอีกฝ่าย 
       “ก็เนื่องจากตอนนั้นเราอยู่ในขั้นตอนของการยื่นโนติสไงคะ (เป็นการสร้างกระแสให้คนรู้จักเวทิมิสเอิร์ธ) คงไม่หรอกค่ะ เรื่องคดีความไม่มีใครอยากสร้างกระแสหรอกค่ะ ส่วนศาลจะเรียกคู่กรณีมาเคลียร์ตอนไหนอันนี้ก็ไม่ทราบค่ะ ขึ้นอยู่กับท่านพิจารณา สิ่งที่เราอยากได้ในตอนนี้คืออยากให้เขาหยุดการละเมิดลิขสิทธิ์หยุดการเผยแพร่โฆษณาว่าเขาเป็นผู้มีสิทธิ์จัดประกวดมิสเอิร์ธ”
       
       รับปีนี้จะมีการถ่ายทอดสดการประกวด ส่วนใครวิจารณ์ว่าผิดกติกาตนถือว่าเป็นการกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรม
       “เราจะมีการแถลงข่าวการประกวดอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 สิงหาคมแล้วจะจัดการประกวดขึ้นประมาณในวันที่ 28 กันยายนแต่รายละเอียดของนำเสนอในวันที่เราแถลงข่าว ส่วนจะเป็นการจัดซ้อนกันหรือไม่ นี่แหละค่ะเราถึงมาได้ขอพึ่งบารมีศาล (เวทีใหญ่ขอให้ถ่ายทอดสด) ไม่ได้ระบุนะคะในสัญญา ใครที่มองว่าเราผิดกติกาเราถือว่าเป็นการกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง เป็นการกล่าวหาที่ผิดกฎหมายด้วยเพราะไม่เคยมีใครบอกว่าเราจัดการประกวดที่ผิดกติกาแม้กระทั่งต้นสังกัดก็ไม่เคยพูดอย่างนั้น ในทางกลับกันทางโลกเขากล่าวชื่นชมประเทศไทยที่จัดการประกวดได้ดีมาก แล้วก็สามารถคัดเลือกคนที่มีคุณภาพไปประกวดที่ฟิลิปปินส์เมื่อปีที่แล้ว ส่วนประเด็นเคลียร์กันหรือไม่เคลียร์ เราต้องให้เกียรติศาลนะคะเราคงไม่มีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจอะไร ก็ปล่อยให้ทางศาลตัดสิน”
       
       และหลังจากที่บริษัท ออกาไนเซอร์ ไอคิว จำกัด ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในช่วงบ่ายเสร็จสิ้นไปแล้วนั้น ด้าน “ณวัฒน์ อิสรไกรศีล” ผู้อำนวยการกองประกวดมิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2014 ก็ได้ร่อนจดหมายเชิญสื่อมวลชนร่วมรับฟังความจริง ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ ในวันที่ 13 มิถุนายน 2557 เวลา 13.00 น. พร้อมหอบหลักฐาน “สัญญาฉบับจริง” ในฐานะ “เจ้าของลิขสิทธิ์ มิสเอิร์ธประเทศไทย” คนใหม่ รวมถึงเอกสารยกเลิกสัญญาเดิมที่ “เจ้าของลิขสิทธิ์มิสเอิร์ธ” ส่งมาให้เป็นหลักฐานแฉถึงเหตุที่ต้องฉีกสัญญาเก่าว่าเป็นเพราะอะไร และงานนี้ณวัฒน์ก็ได้เตรียมฟ้องกลับคู่กรณี เรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาทอีกด้วย

“ณวัฒน์”  ฟ้องกลับ “บ.ออแกไนซ์” 100 ล้าน งัดโชว์หลักฐานลิขสิทธิ์มิสเอิร์ธ “ณวัฒน์”  ฟ้องกลับ “บ.ออแกไนซ์” 100 ล้าน งัดโชว์หลักฐานลิขสิทธิ์มิสเอิร์ธ

แสดงความคิดเห็น