ผู้พันเบิร์ด เปิดใจเมื่อครั้ง เห็นพระพักตร์ในหลวงร.9

เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร
กดติดตาม “ทีวีพูล”
เพิ่มเพื่อน

นับว่าเป็นเกียรติสูงสุดของผู้รับใช้ชาติบ้านเมืองที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ “พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” “พันเอก (พิเศษ) วันชนะ สวัสดี” หรือที่หลายคนรู้จักในนาม “ผู้พันเบิร์ด” ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงกลาโหม รองผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมและตุลาการศาลทหารกรุงเทพฯ และคุ้นหน้าคุ้นตานักแสดงนำในภาพยนตร์เรื่อง “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ทั้ง 6 ภาค

ซึ่งครั้งนึง “ผู้พันเบิร์ด” เคยเผยภาพความประทับใจตอนที่เข้าพิธีมอบกระบี่พระราชทานเมื่อปี 2541 และได้บอกเล่าความรู้สึกถึงความประทับใจที่เคยได้เข้ารับพระราชทานกระบี่จากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ว่า

“ความประทับใจแรกที่ผมได้มีโอกาสเห็นพระพักตร์พระองค์ท่านใกล้ๆ มากที่สุดก็คือในปี 2541 ตอนนั้นผมได้รับพระราชทานกระบี่จากพระองค์ท่านที่ได้จบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ ซึ่งการรับกระบี่ในครั้งนี้ผมรู้สึกว่าเหมือนพระองค์ท่านได้มอบภาระหน้าที่ ภารกิจที่ทหารอย่างผมสามารถที่จะทำได้ก็คือมอบหมายเป็นสัญลักษณ์ว่ากระบี่ที่มอบให้ไปเนี่ยภาระหน้าที่ของผมและเพื่อนๆ ในกองทัพจะต้องทำงานเพื่อประชาชน เพื่อทำงานสนองพระองค์ท่านให้ได้ครับ”

เมื่อผู้สื่อข่าวได้ถามต่อว่าพระบรมราโชวาทของในหลวงร.9ที่ได้ยึดถือปฏิบัติมา คืออะไร? ผู้พันเบิร์ดกล่าวว่า “สำหรับพระบรมราโชวาทที่ตัวผมเองได้ยึดถือปฏิบัติมาตลอดในส่วนของงานเป็นส่วนรวมในปี 2544 พระองค์ท่านได้พระราชทานพระบรมราโชวาทในครั้งที่ทหารรักษาพระองค์สวนสนามที่ลานพระราชวังดุสิต พระองค์ท่านได้พูดถึงภารกิจหน้าที่ของกองทัพว่าชาตินั้นประกอบด้วยผืนแผ่นดินและประชาชน การทำให้ประชาชนอยู่อย่างมีความสุขนั้นเนี่ยคือการทำ 2 อย่างคือการทำให้ผืนแผ่นดินมีความอุดมสมบูรณ์และสองคือทำให้ประชาชนมีความสุข มีความภาคภูมิใจที่ได้อยู่บนผืนแผ่นดินนี้ เป็นผืนแผ่นดินที่ประเสริฐสุด ผมถือว่าพระบรมราโชวาทครั้งนั้นได้กลายมาเป็นภารกิจหน้าที่ของทุกกองทัพ ทุกเหล่าทัพ ว่าเรามีหน้าที่อะไร ทหารก็เปรียบเสมือนอาวุธแห่งการพัฒนาของพระองค์ท่าน ดังนั้นผมคิดว่าภาระหน้าที่ของทหารโดยการน้อมนำเอาสิ่งที่พระองค์พระราชทานมาอันนั้นสามารถทำได้จริงคือยุทธศาสตร์ของการพัฒนา”

“ในส่วนตัวและครอบครัว ผมยึดหลัก2ประการที่น้อมนำมาใช้ในชีวิตก็คือหนึ่งความเพียร สองเรื่องของความพอเพียง คุณสมบัติ 2 ข้อนี้ที่ทรงพระราชทานมานั้นรวมทั้งพระองค์ก็ได้ปฏิบัติเป็นแบบอย่างให้เราด้วย 2 อย่างนี้เป็นคุณสมบัติเฉพาะที่จะทำให้ทุกคนประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ชีวิตครอบครัว ซึ่งหลังจากที่ผมได้นำยุทธศาสตร์ 2 ข้อนี้มาใช้ชีวิตผมมีความสุข หลายคนคิดว่าไม่เคยได้ถวายงานท่าน บางคนอยู่ต่างจังหวัดก็คิดว่าอยู่ห่างไกลพระองค์ท่านแต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ครับ บางทีคนต่างจังหวัดได้ใกล้ชิดพระองค์ท่านกว่าคนกรุงเทพฯเสียอีก เพราะว่าคนที่อยู่ต่างจังหวัดได้ใช้ยุทธศาสตร์พอเพียงของพระองค์ท่านไปปฏิบัติ” 

“แนวความคิดของคนเราสำคัญว่าพระองค์จะอยู่กับเราหรือไม่อยู่ที่ใจ ถ้าเราคิดว่าพระองค์อยู่กับเราพระองค์ก็จะอยู่กับเราตลอดไปครับชั่วนิรันดร์ ส่วนจะใกล้ชิดพระองค์ท่านขนาดไหนง่ายนิดเดียวครับคือการน้อมนำเอาแนวพระราชดำรัส ,แนวพระราชดำริ ,พระจริยวัตรของพระองค์ท่านมาปฏิบัติให้เกิดผมได้อย่างเป็นรูปธรรม เราก็ได้เดินตามเบื้องพระยุคลบาทแล้วครับ” 

[fbcomments width="100%" count="off" num="5" countmsg="wonderful comments!"]