กองทัพเตรียมใช้ สวนสนฯ-หาดเจ้าสำราญ-รร.การบิน เป็นพื้นที่กักโรคผีน้อย 5 พันคน

เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร
กดติดตาม “ทีวีพูล”
เพิ่มเพื่อน

พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผบ.ทอ. เปิดเผยถึงการจัดเตรียมสถานที่กักกันโรคสำหรับแรงงานผิดกฎหมายที่เดินทางกลับมาจากประเทศเกาหลีใต้ หรือผีน้อยว่า…

กองทัพอากาศเตรียมพื้นที่โรงเรียนการบินกองทัพอากาศ กำแพงแสน ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะสามารถรองรับแรงงานที่จะเดินทางมาได้ประมาณเท่าใด ซึ่งทั้งหมดจะชัดเจนในวันที่ 6 มี.ค. หลังกองทัพประชุมร่วมกระทรวงสาธารณสุข แต่เบื้องต้นรัฐบาลประสานทุกเหล่าทัพให้เตรียมพื้นที่สนับสนุนรองรับแรงงาน

รายงานข่าวจากกองทัพแจ้งว่า กองทัพจัดเตรียมพื้นที่ควบคุมในพื้นที่กองทัพ อาทิ พื้นที่กองทัพไทย ใช้ที่หาดเจ้าสำราญ หรือบ้านพักรับรอง , ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ กองทัพไทย ที่แหลมแท่น จ.ชลบุรี ,กองทัพบก ใช้พื้นที่สวนสน 1 จ.ประจวบคีรีขันธ์ , กองทัพอากาศ ใช้โรงเรียนการบิน ส่วนกองทัพเรือ ใช้อาคาร 3-8 อ่าวดงตาล อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ขณะที่พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงขั้นตอนการดำเนินการของกองทัพในการจัดพื้นที่ว่า ได้กำหนดขั้นตอนการปฏิบัติระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนส่งมายังพื้นที่ควบคุมโรคของกองทัพที่จัดเตรียมไว้ 4-5 แห่ง ซึ่งแพทย์ทหารและกระทรวงสาธารณสุขอยู่ระหว่างเข้าสำรวจพื้นที่และจัดแบ่งจำนวนแรงงานจากเกาหลีใต้ประมาณ 5 พันคน เฉพาะจากเมืองแทกู และเมืองคยองซัง เพื่อเฝ้าสังเกตอาการ 14 วัน แต่หากไม่ผ่านการคัดกรอง มีอุณหภูมิร่างกายเกินกว่าที่กำหนด มีการแสดงการติดเชื้อเบื้องต้นก็จะส่งเข้าไปยังสถานพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขที่กำหนดไว้ทันที

พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า ขั้นต้นทางกระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการตั้งแต่ต้นทางในการตรวจรายชื่อบุคคล ที่จะเดินเข้ามา และเข้าสู่กระบวนการคัดกรองจนถึงประเทศไทย ผ่านสนามบินฯ จะมีการจัดรถไปรับที่ท่าอากาศยานและไปส่งที่พักรับรองของกองทัพที่มีการจัดเตรียมไว้ให้ เหมือนลักษณะเดียวกับที่ดำเนินการจากการรับคนไทยกลับจากเมืองอู่ฮั่น และนำมาอยู่ในบ้านพักรับรองอ่าวดงตาล กองทัพเรือ และหากมีใครแสดงการติดเชื้อก็จะส่งไปที่โรงพยาบาลทหารที่กำหนดไว้ ซึ่งอาคารรับรองเหล่านี้คงอยู่ในพื้นที่ภาคกลาง

พล.ต.คงชีพ กล่าวต่อว่า ในส่วนแรงงานที่เดินทางกลับมาก่อนหน้านี้และกลับภูมิลำเนา โดยไม่ได้มีการกักตัวเองในพื้นที่ควบคุม 14 วันนั้น ทางจังหวัดฯ คงจะเรียกแรงงงานเหล่านั้นกลับมากักตัว ตามพ.ร.บ.ควบคุมโรค โดยอาจใช้พื้นที่โรงยิมในสนามกีฬา หรือพื้นที่ที่จังหวัดจัดเตรียมไว้ ส่วนที่มีการกังวลว่าบุคคลเหล่านั้นไปใช้ชีวิตตามปกติ และอาจไปแพร่เชื่อให้บุคคลอื่นก่อนแสดงอาการนั้น ต้องรอผลการกักโรคเพื่อดูอาการฯ ว่ามีการติดเชื้อหรือไม่ ซึ่งหลังจากนั้นก็ต้องตรวจสอบ ผู้ที่คาดว่าจะได้รับการแพร่เชื้อว่ามีมากน้อยแค่ไหน ก็จะต้องกักตัวเพื่อสังเกตอาการณ์ บุคคลที่อยู่ในข่ายต่อไป

“ในภาพรวมสถานการณ์กรณีที่มีบุคคลในข่ายเฝ้าระวังโรคจำนวนมากขึ้น จนพื้นที่ที่เตรียมไว้ไม่เพียงพอก็ต้องใช้พื้นที่ในมณฑลทหารบก หรือ โรงนอนทหาร เป็นพื้นที่ควบคุมโรคตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในสถานการณ์ของระยะ 2 ทั้งนี้ การเตรียมการหากสถานการณ์เข้าสู่ระยะ 3 ก็จะมีการตั้งโรงพยาบาลสนาม ในพื้นที่ของมณฑลทหารบก เพื่อสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุขหากมีการร้องขอ”โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าว

[fbcomments width="100%" count="off" num="5" countmsg="wonderful comments!"]