วิวาห์ชื่นมื่น! อาร์ม-น้ำฝน เผยขอบคุณกันและกัน ที่เสมอต้นเสมอปลายไม่เคยเปลี่ยน!

เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร
กดติดตาม “ทีวีพูล”
เพิ่มเพื่อน

07.00 น. วันที่ 20 มี.ค. ที่ ห้องออเธอร์เล้าจน์ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ได้มีพิธีมงคลสมรสระหว่าง น้ำฝน พัชรินทร์ ศรีวสุภิรมย์ นักแสดงสาวชื่อดัง กับ อาร์ม พิพัฒน์ วิทยาปัญญานนท์ดาราและพิธีกรหนุ่ม หลังทั้งคู่คบหากันมา 4 ปี ก่อนที่ฝ่ายชายจะคุกเข่าขอฝ่ายหญิงแต่งงานเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา

สำหรับในช่วงเช้าเป็นพิธีการเล็กๆ ภายในครอบครัว ประกอบด้วยพิธีหมั้นแบบไทย พิธีจดทะเบียน แบะพิธียกน้ำชา ท่ามกลางความยินดีของครอบครัว ญาติ ผู้ใหญ่ที่เคารพ และเพื่อนสนิทในวงการ

ทั้งนี้ทางเจ้าภาพได้มีมาตรการป้องกันโรคโควิด -19 ที่กำลังระบาดอยู่ในเวลานี้ โดยมีเจ้าหน้าที่ทำการตรวจคัดกรองแขกที่มาร่วมงานอย่างเข้มงวด หากใครที่พบว่ามีอาการไข้ หรือมีภาวะสุ่มเสี่ยง ทางเจ้าภาพได้แจ้งไว้ล่วงหน้าว่า ของดไม่ให้เข้าร่วมงาน เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดแก่ผู้อื่น

ต่อมาเวลา 15.00 น. เจ้าสาว-เจ้าบ่าวป้ายแดง น้ำฝน พัชรินทร์ และ อาร์ม พิพัฒน์ เปิดใจให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์ถึงวันดีๆ ที่จะเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน

บรรยากาศงานช่วงเช้าเป็นยังไงบ้าง?

น้ำฝน – อบอุ่นมากๆ ค่ะ เป็นงานเล็กๆ ง่ายๆ มีภายในครอบครัว แล้วก็ผู้ใหญ่ที่เคารพ และพี่ๆ น้องๆ ที่สนิท ค่ะ

อาร์ม – แล้วก็อาจจะรวดเร็วสักหน่อย มีลัดในบางขั้นตอนบ้าง รวมถึงมีการรักษาความสะอาดตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัยของทุกคนด้วย

น้ำฝน – ในส่วนของพิธีไทยจริงๆ ฝนกับพี่อาร์มทำบุญกันไปตั้งแต่เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว คือวันที่ 20 ธ.ค.2562 เมื่อช่วงเช้านี้ก็เลยเป็นพิธีแห่ขันหมากกันก่อน จากนั้นก็ขึ้นมารับตัวฝนแล้วลงไปทำพิธีสู่ขอและสวมแหวนหมั้น

อาร์ม – แล้วก็มีพิธียกน้ำชาแบบจีน ซึ่งมีการป้องกันในเรื่องของไวรัส อย่างตัวยกน้ำชาจะมีการยกแล้วก็จัดเก็บแก้วออกไปเลย ไม่มีการใช้ซ้ำ และเป็นถ้วยใหม่ทุกใบ

ทราบว่ามีมาตรการในการคัดกรองแขกก่อนเข้างานด้วย?

น้ำฝน – ใช่ค่ะ อันนี้ต้องขอบคุณทางโรงแรมโอเรียนเต็ลด้วย เนื่องจากมีมาตรการที่ดีมากๆ ก่อนที่แขกจะทำงานก็จะมีการวัดอุณหภูมิให้ รวมถึงเจลแอลกอฮอล์ที่มีอยู่เยอะมากรอบงาน นอกจากนี้ยังมีการสอบประวัติ ถ้าสมมุติว่าแขกท่านใดที่อาจจะเพิ่งไปในประเทศที่สุ่มเสียงก็อาจจะขอความกรุณาไม่ได้เข้าร่วมงาน

พอต้องมาเจอสถานการณ์ของโรคไวรัสโควิด-19 ทำให้พิธีแตกต่างหรือปรับเปลี่ยนไปจากที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้ไหม?

อาร์ม – จริงๆ ไม่ต่างครับ เพียงแต่ว่าก่อนหน้าจะถึงวันงาน คือบางทีเราอาจจะรู้สึกว่าจะแต่งงานก็ต้องแจกการ์ด แล้วก็ผ่านไป 1-2 เดือนแล้วค่อยมาเจอกัน แต่คราวนี้มันพิเศษตรงที่ว่าด้วยสถานการณ์แบบนี้กลายเป็นว่าผมกับฝนต้องโทรศัพท์ไปหาคนที่เราแจกการ์ดไปแล้ว อย่างเช่นญาติๆ โดยเฉพาะผู้ใหญ่ เราก็ต้องถามเขาว่าสะดวกมั้ย เนื่องจากผู้ใหญ่ก็มีโอกาสเสี่ยงที่สูง รวมถึงมีการสอบถามว่าก่อนหน้านี้เขาได้ไปไหนมาด้วยหรือเปล่า เพราะส่วนหนึ่งเราก็เป็นห่วงแขกท่านอื่นด้วย คือต้องมีการถามตรงๆ เลย ว่าถ้าหากสุขภาพไม่แข็งแรงหรือว่าช่วงนี้ไปไหนมาก็ไม่เป็นไรนะครับ คือด้วยใจจริงๆ บางคนแค่ยกหูมาหาเราก็ดีใจแล้ว งานก็เลยดีขนาดย่อมลงมาอีก จากเดิมที่ตั้งใจว่าจะเป็นย่อมๆ อยู่แล้ว

บ่าวสาวเครียดไหม สถานการณ์แบบนี้?

อาร์ม – ก็มีเครียด แต่จะเป็นเรื่องสถานการณ์นี่แหละ แล้วก็เป็นกังวลแทนพี่ๆ แล้วก็ครอบครัว เพราะว่าการจัดงานแต่งงานขึ้น แน่นอนว่าอีกมุมหนึ่งของสังคมมองว่า เอ๊ะ! เราสุ่มเสี่ยงมั้ย จะมีอันตรายอะไรมั้ย มันก็ทำให้เราพยายามจะระมัดระวังมากขึ้น

น้ำฝน – ตอนแรกฝนก็ไม่เครียด จนวันนี้แต่งหน้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ช่างแต่งหน้าบอกว่าฝนเมื่อก่อนไม่เคยมีสิว วันนี้แอบมีสิวขึ้นตรงคาง พี่เขาก็บอกว่าแอบเครียดใช่มั้ย คือเครียดนิดหนึ่ง พอมันใกล้วันปุ๊บ สถานการณ์มันก็ค่อนข้างจะเครียด เราก็พยายามจัดให้งานเราเล็กลงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ

อาร์ม – ใส่หน้ากากบ่อยด้วยไง มีวันนี้แหละที่อาจจะเอาออกนะครับ ทุกทีก็พกใส่ตลอดครับ

เคยมีคุยกันไหมว่าอยากจะเลื่อนงานออกไปก่อน?

อาร์ม – เคยคุยเหมือนกันว่ายังไงดี

น้ำฝน – ปรึกษากัน เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญมากๆ แล้วพอเราคุยกันไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกว่าโอเค…งานเรามันไม่ได้คนห้าร้อยคน พันคน ส่วนใหญ่ก็เป็นญาติๆ ทั้งนั้นค่ะ แล้วเรื่องมาตราการความปลอดภัยที่เราโทร.ถามทีละคนด้วย เราก็เลยโอเค งั้นเราจัดเหมือนเดิมนะ

โมเมนต์ในงานซาบซึ้งใจกันอย่างไรบ้าง มีน้ำตาไหลบ้างไหม?

น้ำฝน – กลัวหน้าไม่สวย(หัวเราะ) จริงๆ คือกลัว ตอนแรกก็คิดเหมือนกันว่าถ้าร้องไห้ไป เดี๋ยวตาจะเลอะ เลยพยายามตั้งใจตั้งแต่แรกแล้ว ว่าอยากให้เป็นวันดีๆ ที่มีแต่รอยยิ้ม ถึงแม้ว่าสถานการณ์มันอาจจะเครียดกดดันยังไงก็แล้วแต่ เราก็ตั้งใจ ฝนก็บอกกับพี่อาร์มตั้งแต่แรกแล้ว ว่าไม่ว่างานจะเป็นตามที่เราคิดมั้ย คนมามากน้อยแค่ไหน ทุกอย่างก็ขอให้เราสองคนมีความสุข แล้วก็ยิ้มไว้อย่างเดียวเท่านั้นจบ”

อาร์ม – แต่ผมร้องไห้นะ คือผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า…

น้ำฝน – ดีใจละสิ(หัวเราะ)

อาร์ม – คือผมเชื่อว่ายุคนี้ บางทีเราอาจจะตัดบางประเพณีออกไป ผมเองเป็นคนไทยเชื้อสายจีนก็มีประเพณียกน้ำชา มันก็ไม่ต่างกับการรดน้ำสังข์ ก็คือรับคำอวยพร เลยกลายเป็นโมเมนต์ที่ว่าเรามีโอกาสได้เจอแขกที่เราเชิญมา แล้วเขาก็อวยพรกับเราแบบซึ่งๆ หน้า แต่ก็มีเว้นระยะห่างนะ(หัวเราะ) เขาก็อวยพรในตัวตนที่เราเป็น กับสิ่งที่เขาอยากให้เรามีกันและกันแบบนี้ คือผมเชื่อว่าบางงานอาจจะมีผู้ใหญ่ยศสูงๆ มาอวยพร แต่มันอาจจะแตกต่างจากที่คนใกล้ชิดเรามาอวยพร

มีคำมั่นสัญญามอบให้กันยังไงบ้าง ?

น้ำฝน – เหมือนกับที่ฝนบอกพี่อาร์มไปทุกๆ ครั้งค่ะว่า ขอบคุณพี่อาร์มที่เป็นพี่อาร์มที่น่ารักแบบที่ทุกคนเห็นมาตลอด พี่อาร์มเป็นแบบนี้กับฝนมาตั้งแต่วันแรกที่เรารู้จัก จนถึงวันนี้พี่อาร์มก็ยังคงพูดเพราะกับฝนเสมอ ซึ่งฝนมองว่ามันเป็นสิ่งดีๆ ที่เรามีให้กัน ดังนั้นฝนจึงไม่ขออะไรพี่อาร์มมากนอกจากขอให้พี่อาร์มเหมือนเดิม เป็นพี่อาร์มแบบนี้ตลอดไป

อาร์ม – เหมือนกันครับ ขอให้ฝนเหมือนเดิมนะ ขอให้เหมือนเดิมก็ดีแล้ว อย่าเปลี่ยนไป(ยิ้ม)

แพลนมีน้องล่ะ คิดๆ ไว้บ้างหรือยังว่าจะเริ่มเมื่อไหร่?

น้ำฝน – ตอนนี้ต้องรอปิดละคร 2 เรื่องก่อนค่ะ ซึ่งเอาจริงๆ นะความตั้งใจแรกของฝนก็คือแต่งงานแล้วจะพยายามมีน้องเลย แต่ด้วยความที่ก่อนหน้านี้มันมีงานติดต่อเข้ามาและพอได้ขอคำปรึกษาจากพี่อาร์ม พี่อาร์มก็บอกว่าให้ทำงานไปก่อน ดังนั้นแพลนของฝนก็เลยเปลี่ยนว่าเป็นละคร 2 เรื่องจบเมื่อไหร่ก็จะพัก และลองมีน้องทันที อาจจะเป็นช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้าก็ได้ รวมถึงดูสถานการณ์โควิดด้วยให้ทุกอย่างปลอดภัยที่สุดก่อน

วิวาห์ชื่นมื่น! อาร์ม-น้ำฝน เผยขอบคุณกันและกัน ที่เสมอต้นเสมอปลายไม่เคยเปลี่ยน! วิวาห์ชื่นมื่น! อาร์ม-น้ำฝน เผยขอบคุณกันและกัน ที่เสมอต้นเสมอปลายไม่เคยเปลี่ยน! วิวาห์ชื่นมื่น! อาร์ม-น้ำฝน เผยขอบคุณกันและกัน ที่เสมอต้นเสมอปลายไม่เคยเปลี่ยน! วิวาห์ชื่นมื่น! อาร์ม-น้ำฝน เผยขอบคุณกันและกัน ที่เสมอต้นเสมอปลายไม่เคยเปลี่ยน!
[fbcomments width="100%" count="off" num="5" countmsg="wonderful comments!"]