ลิเดีย-แมทธิว เล่าชีวิตสู้โควิด ที่หลายคนคาดไม่ถึง

“แมทธิว ดีน” และ “ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ ดีน” หลังออกมายืนยันว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และได้รับการรักษาตัวอย่างเร่งด่วน จากนั้น “สาวลิเดีย”ได้ออกมาอัพเดทอาการของเธอและสามีว่า“อาการล่าสุดของ Covid -19 เรานะ.. จากที่ล่าสุดโพสไป ทั้งคู่ร่างกายยังรู้สึกดีนะ ค่อนข้างปกติ มีผลข้างเคียงจากยาบ้างเล็กน้อย (วันนี้กินวันสุดท้าย ครบ10วันละ) ต่อจะรอเช็ก X-ray ปอดอีกรอบเพื่อความชัวร์ และที่สำคัญ รอให้ผล Test Covid กลับมาเป็นลบ ถึง2ครั้งติดกัน ซึ่งวันก่อนตรวจไปและผลมาเมื่อคืนว่ายังบวกอยู่  การตรวจเจอ หมายความว่ายังพบเชื้อในร่างกายเรา แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าเชื้อนี้ยัง Active หรือไม่ Active แล้ว…แต่ไม่เป็นไรครับ เราอยู่ด้วยกันก็ไม่เหงาแค่คิดถึงลูก2คน  แล้วกำลังใจจากเพื่อนๆพี่ๆน้องทั่วประเทศทำให้เรามีพลังทุกวันจริง  เมื่ออยู่ตรงนี้แล้วได้เห็นถึงการทำงานของคุณหมอ และพยาบาลแบบไกล้ชิด พวกเค้ารักงานที่เค้าทำและเสียสละหลายอย่าง เพื่อดูแลรักษาสุขภาพคนไทยทุกคน ช่วยพวกเค้ากันนะครับ อยู่บ้านไปก่อนช่วงนี้ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่อาจเบื่อง่าย อย่าคิดสั้นแค่อยากไปเจอเพื่อน มันอาจจะมีผลต่อครอบครัวนะครับสู้ๆทุกคนเราจะผ่านมันไปด้วยกัน” 

“เข้ามาแรกๆแมทธิว มีอาการไข้ จากนั้นก็เช็ก ปอด เลือด ออกซิเจน อาการถือว่าน้อย น่าจะปล่อยให้หายเองได้ น่าจะหายเองได้ในไม่กี่สัปดาห์ หมอตัดสินใจว่าคงไม่ต้องกินยา อยู่โรงพยาบาล 2 วัน ไข้หาย แต่พอวันที่ 5 มีอาการท้องเสียและไข้กลับมาที่อุณหภูมิ 37 ต้นๆ คุณหมอจึงให้ เอกซเรย์ปอด แล้วก็เจอเชื้อโควิดในปอดจริงๆ ที่ด้านขวา จากที่ตอนแรกไม่มี พบว่าลงปอดและเริ่มอักเสบ เมื่อมีความเสี่ยงจึงตัดสินใจทำการรักษาโดยจัดยาให้กิน”

“ส่วนลีเดีย มีไข้ตลอด ตั้งแต่เข้าโรงพยาบาลอุณหภูมิไข้ที่ 37-38 ต้นๆ คุณหมอเช็กทุกอย่างก็เคลียร์ ฟังเสียปอดโอเค ออกซิเจนที่วัดปกติ สิ่งเดียวที่ผิดปกติคือไข้แต่ก็ไม่ได้สูงมาก ทุกอย่างน่าจะโอเค อาการคัดจมูก เจ็บคอก็ไปหมด ไม่มี จึงคิดว่าร่างกายเราคงขับไวรัสออกหมดแล้ว แต่พอวันรุ่งขึ้นคุณหมอก็สั่งทำ ลีเดีย ซีทีสแกน และพบว่าปอดทั้งสองข้างเริ่มอักเสบแล้วไวรัสเข้าไปในปอด ทำให้ปอดเป็นสีขาวๆ ทั้งสองข้าง หมอเลยให้เริ่มยาทันที เพราะไม่ควรเสี่ยงถ้าขยายไปทำให้ปอดอักเสบเพิ่มเติมก็จะเป็นเรื่องหนัก”

“ทั้งคู่ต้องย้ายเข้าไปอยู่ห้องไอซียู เพราะถ้าลุกลามที่ปอดมากกว่าเดิมก็จะได้มีอุปกรณ์ที่ช่วยเราได้ แมทธิว อยู่ไอซียู 2-3 วัน ลีเดียอยู่ 5 วัน และกินยา หลังกินยารู้สึกว่าได้ผลชัดเจน มียา 4 ตัว เป็นยาต้าน HIV มาลาเรีย และยาไวรัสต่างๆ กินแล้วไข้หาย ปอดดีขึ้นเรื่อยๆ ยาต้องกินครบโดสต่อเนื่อง 10 วันและมื้อนึงกิน 10 เม็ด แต่ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากกินยา เพราะมีผลข้างเคียง แต่ทั้งคู่มีอาการชัดเจนก็เลยต้องกิน คุณหมอไม่เสี่ยง ยามีเอฟเฟกต์กับแมทธิวน้อย มีผลต่อร่างกายนิดหน่อยคือท้องเสีย แต่ลีเดียตัวเล็ก ผลข้างเคียงมากหน่อยจะเบลอๆ คลื่นไส้ เวียนหัวท้องเสีย ไม่อยากกินอะไรเลย ตามัว มองอะไรแล้วเหมือนใส่แว่นขยาย”

“ทางกายไม่มีปัญหา แต่มีปัญหาเรื่องความรู้สึก คือการต้องอยู่กับความกังวล ว่าจะลามปอดหรือไม่ ไข้จะกลับมามั้ย จะหายเมื่อไหร่ คุณหมอยังไม่สามารถตอบได้ว่าเลิกทานยาจะกลับมามั้ย ทำให้เรากังวลตลอดเวลา แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะคุณหมอทุกท่านมีความรู้รักษาเราอย่างเต็มที่ อัตราการหายจะโรคนี้ก็ดีมากๆ”

“ทั้งคู่ก็มีความหวังว่าเราจะค่อยๆ ดี ฟื้นตัว ไม่อยากให้คนอื่นมาเจอสภาพแบบนี้ ห่างลูก ห่างครอบครัว ต้องมาอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมตลอดเวลาสิ่งมีผลต่อสภาพจิตใจก็ไม่อยากให้เขามาเจอกับเรา”

[fbcomments width="100%" count="off" num="5" countmsg="wonderful comments!"]