ใหม่ ดาวิกา เครียดบ้านหมุน สิ่งที่กลัวมากที่สุด กลัวเป็นโรคนี้ไม่หาย

เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร
กดติดตาม “ทีวีพูล”
เพิ่มเพื่อน

หลายๆ คนแอบเป็นห่วงสำหรับนางเอกสาว ที่เป็นอาการนี้มาสักพักยังไม่หาย จากกรณี ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ ป่วยด้วยอาการหินปูนในหูหลุด จนทำให้เกิดอาการบ้านหมุน เครียดกลัวมากจะเป็นโรคนี้ไม่หาย โดยเจ้าตัวทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวด้วยว่า ใครเคยเป็นบ้านหมุน/หินปูนในหูหลุดแล้วผ่าตัดบ้างคะ???มีมั้ยคะ?:) #บ้านหมุนติ้วๆ

ล่าสุดเจ้าตัวบอกด้วยว่าสิ่งที่กลัวมากที่สุดตอนนี้ คือกลัวเป็นโรคนี้ไม่หาย แล้วจะกระทบกับงาน เครียดเรื่องนี้สุดแล้วตอนนี้ หลังจากโพสต์ข้อความออกไปต่างมีเพื่อนๆ และแฟนๆ แสดงความเป็นห่วง และเข้ามาให้คำแนะนำมากมาย

 

โดยนายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ และ โฆษกกรมการแพทย์ เปิดเผยเกี่ยวกับรายละเอียดของอาการหินปูนในหูหลุดหรือโรคตะกอนหินปูนในหูชั้นในหลุดว่าสาเหตุ ปกติ ภายในหูชั้นในมีอวัยวะควบคุมการทรงตัว และการได้ยิน ซึ่งอวัยวะควบคุมการทรงตัว จะมีตะกอนหินปูน เคลื่อนไปมาแต่ไม่หลุด และเมื่อมีสาเหตุบางประการทำให้ตะกอนหินปูนดังกล่าวหลุด ตะกอนหินปูนก็จะ เคลื่อนที่ไปมา และกระตุ้นให้เกิดอาการเวียนศีรษะแบบหมุนขึ้นมาได้

โดยสาเหตุที่ทำให้ตะกอนหินปูนหลุดนั้น มาจากปัจจัยหลายประการ ยกตัวอย่างเช่น

การเคลื่อนไหวศีรษะซ้ำๆ เช่น การทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งจำเป็นต้องก้มๆ เงยๆ อยู่บ่อยครั้ง

เกิดอุบัติเหตุบริเวณศีรษะ

การติดเชื้อ

ความเสื่อมไปตามวัย

การผ่าตัดหูชั้นกลาง หรือหูชั้นใน

อาการ

เวียนศีรษะ บ้านหมุน รู้สึกโคลงเคลง หรือเสียการทรงตัว

คลื่นไส้ อาเจียน

ตากระตุก ทำให้มอง หรืออ่านไม่ชัด

มักจะนานประมาณวินาที หรือนาที หลังมีการเคลื่อนไหว หรือมีการเปลี่ยนท่าทางของศีรษะ

หมายเหตุ : ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ จะไม่มีอาการหูอื้อ ไม่มีแขนขาชาหรืออ่อนแรง

การรักษา

โรคตะกอนหินปูนในหูชั้นในหลุด สามารถรักษาได้ด้วยวิธีการ1.รักษาด้วยยา2.การทำกายภาพบำบัด และ3.การผ่าตัด ซึ่งโรคตะกอนหินปูนในหูชั้นในหลุด เป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด แม้แพทย์จะรักษาผู้ป่วย จนผู้ป่วยไม่มีอาการเวียนศีรษะแล้ว แต่ผู้ป่วยอาจกลับมามีอาการได้อีก ซึ่งก็สามารถควบคุมอาการได้ด้วยยาและกายภาพบำบัด

วิธีป้องกันเบื้องต้น

เวลานอน ควรหนุนหมอนสูง เพื่อหลีกเลี่ยงการนอนราบ

ตอนตื่นนอนตอนเช้า ควรลุกขึ้นจากเตียงนอนช้าๆ

หลีกเลี่ยงการก้มเก็บสิ่งของ

ไม่ควรออกกำลังกาย ที่มีการเคลื่อนไหวของศีรษะ หรือลำตัวมาก

เวลานอน หลีกเลี่ยงการนอนหงาย ในท่าเงยคอ และหันไปทางหูด้านที่จะทำให้เกิดอาการ

 

 

 

ภาพและข้อมูลจาก @DavikaH , ch3thailandnews

[fbcomments width="100%" count="off" num="5" countmsg="wonderful comments!"]