มาติดตามเรื่องราวความรักของดาราหนุ่มและผู้จัดฯสาวทายาทตระกูลดังแห่งวิกช่อง วิน มาวิน ทวีผล” และ “ตู่ ปิยวดี มาลีนนท์ ที่เรียกได้ว่าต้องฝ่าฟันกับข่าวมากมาย โดยเฉพาะประเด็นมองลูกสาวของเจ้านายแต่ก็สามารถจับมือกันเดินได้อย่างมั่นคง

วิน : “วันแรกที่เรา เจอกันคุณวดี(คุณตู่)คลานเข่าเข้ามาหาผมเลยครับศิโรราบ” คุณตู่อมยิ้มแบบรู้ทันแล้วต่อความว่า “เวลาพูดเรื่องนี้เขาจะเล่าแบบนี้ตลอดคือตู่คลานเข่าเข้าไปหาเขาจริงๆ ค่ะเพราะวันนั้นเป็นวันครอบครูของ ช่อง3ทุกคนนั่งกับพื้นจะลุกไปไหนมาไหนก็ต้องคลานเข่า” วินเล่าต่อความจริงผมเล็งเขามาหลายปีแล้วครับแอบส่องลูกนายชอบจังเลยแต่ไม่กล้ายุ่ง เพราะตอนนั้นทั้งผมและเขามีแฟนอยู่แล้วอีกอย่างผมรู้สึกว่าไกลเกินเอื้อม กระทั่งวันหนึ่งในงานครอบครู ตอนนั้นผมโสดแล้วก็สะกิดรุ่นน้องให้ดูว่าคนนี้โคตรน่ารักเลย แล้วเขาหันมาพอดีผมก็ได้แต่ก้มหน้าไม่กล้าสบตาปรากฏว่าพอครอบครูเสร็จเขาก็คลานเข้ามาหาผมเพื่อชวนไปเล่นละครผมทั้งตกใจทั้งตื่นเต้นยกใหญ่เลยได้คุยกันต่อ

สุดท้ายก็ได้พินบีบีมาครับ(ยิ้ม)แล้ววันนั้นเราถ่ายรูปคู่กัน คุณตู่ให้เลขาฯถ่ายให้พอกลับบ้านคุณตู่ก็ส่งรูปคู่มาให้อีก ผมก็เพ้อเลยลืมนึกไปว่าเขาคงทำกับทุกคน”(คุณตู่พยักหน้าบอกว่าใช่’)“ผมไฟลุกโชติช่วงมากว่าโอกาสของเรามาแล้วหลังจากนั้นก็คุยบีบีกับเขาทุกวันถือคติว่าถ้าไม่หล่อเราต้องตลก

ตู่ : พอเราเริ่มไปไหนมาไหนด้วยกันก็เริ่มเป็นข่าวที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนเลยคือตอนที่มีข่าวกอสซิปลงรูปเราเดินอยู่ในห้างด้วยกันหลังจากนั้นมีผู้หญิงโทร.หาตู่เยอะมาก ส่วนใหญ่โทร.มาเตือนด้วยความเป็นห่วงแล้วก็เล่าเรื่องวินให้ฟังใหญ่เลย บางคนถึงขนาดจะนัดเจอเพื่อมาคุยไม่ใช่แค่นี้แม้กระทั่งผู้ใหญ่ในช่องก็พากันเป็นห่วง” ณวินรีบพูดต่อแต่ผมบอกเลยว่าไม่ทันกินหรอกเพราะก่อนที่จะเป็นข่าว เราคบกันมา3เดือนแล้ว ระหว่างนั้นผมใช้เวลา3วัน ในการเล่าทุกเรื่องในชีวิตตั้งแต่มัธยมจนถึงวันที่เราเจอกันแบบหมดเปลือกเพราะผมอยากให้เขารู้จากปากผมเอง ถ้าเขารับได้เราก็คบกันถ้ารับไม่ได้ก็เป็นเพื่อนกันดังนั้นคุณตู่มีวัคซีนแล้วเรียบร้อย

ตู่ :  ก็จริงของเขานะคะเพราะทุกเรื่องที่ผู้หญิงแต่ละคนโทร.มาเล่าให้ฟังไม่มีอะไรเซอร์ไพร้ส์เลย เป็นเรื่องที่ตู่รู้แล้วจึงถามตัวเองว่าเราจะเชื่อวินหรือไม่เชื่อถ้าไม่เชื่อก็เลิกคุย จบ แต่ถ้าเชื่อก็ต้องลองให้โอกาสเขาจึงตัดสินใจไม่รับโทรศัพท์ใครอีก” ณวินขออธิบายบ้าง “คือแต่ก่อนผมมีข่าวนู่นนี่นั่นเยอะพอเป็นข่าวแล้วผมก็เลือกที่จะไม่พูดอีกคิดว่าปล่อยให้เงียบไปเองภาพที่ออกไปจึงกลายเป็นว่าผมผิดบางครั้งแค่เดินไปส่งใครที่รถก็เป็นข่าวแต่กลายเป็นว่ายิ่งปล่อยเงียบยิ่งมีชนักติดหลังเต็มไปหมด

ใช่ ช่วงนั้นข่าวเยอะมากเราเองก็ต้องมีภูมิต้านทานสูงเหมือนกัน ตู่ใช้วิธีตั้งสติถ้าเรื่องไหนไม่สบายใจก็จะถามตรงๆถาม ให้เคลียร์จะได้ไม่เก็บไปคิดมากซึ่งสุดท้ายเราก็ผ่านมาได้ค่ะ” ณวินแซวกลับบ้างว่าแต่ช่วงนั้นตู่ก็ฮ็อตมากนะมีดาราจีบเยอะเหมือนทุกคนคิดว่าถ้าวินจีบได้ พวกเขาก็มีสิทธิ์ถามว่าผมรู้สึกไหมรู้สึกมากแต่ทำอะไรไม่ได้ผมรู้ตัวว่าต้นทุนเรามีแค่นี้ ถ้าคนอื่นดีกว่าเขาก็ไปได้เพราะเรื่องความรู้สึกคงห้ามกันไม่ได้แต่โชคดีที่เขาเลือกเรา

ผ่านด่านแรกไปแล้วก็เข้าสู่ด่านที่สอง คือสารพัดคำถามถึงความต่างของทั้งคู่คุณวินบอกว่าแน่นอนว่าต้องมีคำครหาอยู่แล้ว สามปีแรกนี่โดนตลอดประดังมาทุกทิศ แต่ผมโชคดีที่ตู่เข้าใจและยอมรับคือผมมาจากครอบครัวปานกลาง มีบ้างแต่ไม่มากขนาดจะไปห้าดาวกับเขาได้ ตู่ก็จะคอยให้กำลังใจตลอดว่าหมู สู้ๆ นะช่วงนั้นเราใช้วิธีเก็บตัว ออกไปเจอผู้คนให้น้อยที่สุดอยู่ด้วยกันให้มากที่สุด พอเข้าปีที่4–5 เรื่องก็ค่อยๆซาไป ยิ่งตอนนี้8ปีเข้าไปแล้วไม่มีใครว่าอะไรแล้วครับ รือแม้กระทั่งเรื่องงานที่ผมไปเป็นครีเอทีฟในออฟฟิศของตู่เพื่อดูแลเรื่องการทำบทละคร ช่วงแรกๆก็มีคำถามว่าเส้นหรือเปล่า ซึ่งผมยอมรับว่าในจุดเริ่มต้นนั้นตู่เป็นคนให้โอกาส แต่ตู่บอกเสมอว่าถ้าตู่ให้ทางแล้ว วินต้องเดินเองให้ได้ด้วยนะ ถ้าเดินไม่ได้เขาก็ช่วยไม่ได้ซึ่งผมว่าเวลาเป็นตัวพิสูจน์ว่าไอเดียในการคิดพล็อตมาจากเราเยอะ ตราบใดที่เราทำงานได้จริงทุกคนก็จะค่อยๆยอมรับ พอเราเดินได้ด้วยตัวเองแล้วก็ทำให้เราเดินอยู่ข้างๆ เขาได้อย่างสบายใจ

ตู่ :  แต่วินก็ช่วยเปลี่ยนตู่ไปในทางที่ดีขึ้นด้วยนะคะ เขาช่วยสอนตู่ในเรื่องการใช้ชีวิตกับคนในกองถ่ายและการเป็นผู้จัดฯ จริงๆด้วยความที่เขาเฟรนด์ลี่ คุยเก่งและเป็นนักแสดง เคยทำงานมาหลายกองรู้จักคนเยอะ หน้า ผม สวัสดิการ ครัว ช่างไฟ เขาก็จะไปสืบราชการลับมาให้หมดเลยทำให้เรารู้ปัญหาจริงๆของงาน ซึ่งเราไม่มีทางเข้าถึงยังคิดอยู่เลยว่าถ้าไม่ใช่วินจะเป็นใคร

ด่านสุดท้ายคือการพิสูจน์ตัวเองกับครอบครัวของฝ่ายหญิงที่น่าจะหนักไม่แพ้กันเรื่องนี้คุณวินสารภาพเต็มปากเต็มคำ “กดดันแบบมหากดดันเลยวันแรกที่ไปบ้านเขา คิดว่าจะโดนตีตั้งแต่หน้าบ้านแต่ก็ผ่านได้โดยไม่มีอะไรยอมรับว่าช่วงแรกผมตลกไม่ออกเจอหน้าผู้ใหญ่ก็ก้มหน้าอย่างเดียวเลย แต่หลังๆผมก็ใช้ความตลกเข้าสู้พอเนียนๆ ไปได้

ตู่ : ช่วงแรกที่บ้านก็มีถามเหมือนกันค่ะถึงครอบครัว เราจะทำงานบันเทิงแต่ยังไม่เคยมีใครมีแฟนเป็นนักแสดงเลยจึงต้องใช้เวลา โดยที่บ้านสังเกตจากตัวตู่เป็นหลัก ดูว่าเราเอนจอยไลฟ์ไหมงานเสียไหม ซึ่งพอคบกับวินไปเรื่อยๆเขาก็เห็นว่าเรามีความสุขรับผิดชอบงานได้และสามารถทำงานได้ดีขึ้นเรื่อยๆทำให้เห็นว่าการคบกันไม่มีอะไรเสียหาย ที่บ้านจึงเริ่มเปิดใจจากตรงนั้น

ตอนหลังพอเริ่มมีงานที่บ้านเขาก็บอกให้ลองชวนวินมาทุกวันนี้คุณแม่จะพูดตลอดว่าวินมาหาแม่ที่บ้านบ้างนะมาคุยกับแม่ เวลามางานรวมญาติแม่ก็จะบอกให้วินนั่งกับแม่ ตู่ก็จะแซวว่าเดี๋ยวดูลูกด้วยหรืออย่างพี่สาวตู่ก็รักวินมาก เวลาเจอกันเขาคุยกับวินมากกว่าคุยกับตู่อีกวินเขาน่ารักตรงที่เข้ากับคนรอบข้างของเราได้หมดเพื่อนๆ เราก็ชอบเขา

วิน : สำหรับผมเขาคือคนที่ใช่แล้วนะพูดตรงๆว่าการคบกับตู่ทำให้ผมนิ่งและจริงจัง มากขึ้นเวลามองไปข้างหน้าก็พอเห็นภาพว่าเราจะไปทิศทางไหนด้วยกันซึ่งผมไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน เรื่องนี้แม่ผมรู้ดีเพราะที่ผ่านมาผม คบใครก็พอผ่านๆไม่เคยจริงจังแต่กับตู่ผมบอกรักเขาทุกวัน” คุณตู่ยิ้มหวาน “เขาบอกรักตู่ทุกวันแต่ตู่ไม่ค่อยพูดนานๆ พูดทีซึ่งเขาจะดีใจมาก เขาบอกว่าเธอไม่ได้บอกรักฉันมาสองเดือนแล้วคือตู่อาจจะไม่ได้พูดมาก แต่รู้สึกว่าคนนี้แหละใช่เพราะเราอยู่กับเขาได้ในทุกสถานการณ์โดยที่เราไม่ต้องเป็นคนอื่นนอกจากตัวเอง

สิ่งหนึ่งที่ตู่รู้สึกว่าวินตอบโจทย์คือ ตู่ติดแฟน ซึ่งวินก็ให้เวลากับตู่มาก ตารางของเรามาก่อนของเขาเสมอ เขาสามารถนั่งรอเราทำผม ทำเล็บ แต่งหน้าหลายชั่วโมงได้โดยไม่บ่น หรือถ้าเราอยากให้ไปไหนด้วย เขาก็ไปด้วยได้หมด แล้วเขาจะเป็นมนุษย์ขั้นกว่าคือ เวลาเรามีอะไรไม่สบายใจ เขาจะทุกข์กว่า ต้องหาทางเคลียร์ให้เราให้ได้ หรือถ้าเราดีใจ เขาก็จะดีใจกว่า ดังนั้นไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไรในชีวิต ตู่จะรู้สึกว่าไม่เป็นไร อย่างน้อย ยังมีเขาที่เข้าใจและคอยเป็นแบ็กอัพให้เรา ซึ่งตู่ว่ายากมากนะที่จะได้เจอคนแบบนี้

วิน : ผมไม่อยากเห็นเขาทุกข์ สงสาร โดยเฉพาะเรื่องงาน เพราะเขาแบกรับคนไว้เยอะ ถ้าช่วยอะไรเขาได้ก็อยากช่วย แค่เห็นเขายิ้มได้ ผมก็โอเคแล้ว ส่วนเรื่องอนาคต มีคุยกันไว้บ้าง แต่คงจะเป็นแบบนี้ไปอีกสักพักใหญ่ๆ เพราะยังติดเรื่องงานทั้งคู่ ยังหยุดไม่ได้จริงๆ “สำหรับผม แค่รู้วันนี้เขาคือคนที่ใช่ก็แฮปปี้แล้วครับ

และล่าสุด ถึง ตอนนี้ ทั้งคู่ก็ครองรักกันมาถึง 10 ปีแล้วค่ะ ซึ่ง ตู่ ได้เขียนว่า

ลุ้นข่าวดี!! รักหวาน 10 ปี คู่รักมาราธอนคนบันเทิง!! ลุ้นข่าวดี!! รักหวาน 10 ปี คู่รักมาราธอนคนบันเทิง!! ลุ้นข่าวดี!! รักหวาน 10 ปี คู่รักมาราธอนคนบันเทิง!!
[fbcomments width="100%" count="off" num="5" countmsg="wonderful comments!"]