คนโคราชไม่ยอม ชี้ดำเนินคดีช่องส่องผี!!

เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร
กดติดตาม “ทีวีพูล”
เพิ่มเพื่อน

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีรายการช่องส่องผี ว่า “คุณย่าโมกับคุณย่าบุญเหลือ ท่านเสียสละเพื่อชาวโคราชและประเทศไทย แล้วจู่ๆวันนี้มีคนไปบิดเบือนสิ่งที่ทำให้กับบ้านเมือง ทำให้ชาวโคราชมีความรู้สึกไม่สบายใจว่า พวกคุณรู้ในประวัติศาสตร์ดีขนาดไหน ถึงได้ไปกล่าวอ้างขนาดนั้น”

นายเทวัญ กล่าวต่อว่า จากที่ได้พูดคุยกับชาวโคราชหลายคน ทุกคนมีความโกรธเคือง แต่เรื่องนี้ต้องให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ซึ่งถือว่าเป็นบทเรียนสำหรับรายการอื่นๆต่อๆไป ที่จากไปอ้างอิงประวัติศาสตร์ ไม่ใช่ทำเพื่อให้รายการโด่งดังเพียงอย่างเดียว ไม่ถูกต้อง “ชาวโคราชต้องการให้ดำเนินคดี ผมก็ต้องการให้ดำเนินการทางกฎหมายต่อไป เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการ ถ้ามีช่องทางทางกฎหมายใดที่จะต้องดำเนินการได้ ก็ให้ดำเนินการ ส่วนเรื่องการขอขมานั่น เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา ตำรวจหรือใครจะไปบังคับให้เขามาขอขมาไม่ได้ เป็นเรื่องสามัญสำนึกของคน ว่าควรจะไปขอขมาหรือไม่ ในบางครั้งเรายังเห็นคนทำผิดไปขอขมา แต่นี่คือดวงใจของคนโคราชเป็นที่เคารพบูชา ก็อยู่ที่เขา เราคงไปบังคับไม่ได้ ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณและความเหมาะสมว่าเขาจะเห็นอย่างไร ในการจะไปขอขมา” นายเทวัญ กล่าว

รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คุณบ๊วยออกมาชี้แจงก็ไม่เห็นมีอะไร เพียงแต่บอกว่าจะไปเปลี่ยนให้รายการไปออกทางเฟซบุ๊ก และยังบอกว่าเขาไม่เคยได้ยินว่าคุณเรนนี่ตายไป 49 วัน ซึ่งอันนั้นตนก็ไม่ทราบว่าใครจะตาย 49 วันหรือวันเดียว แต่ตายก็คือตาย คงไม่มีที่ตายแล้วฟื้น ส่วนเรื่องถอดรายการออกจากช่องแล้วนั้นตนไม่ทราบ แต่สำหรับตนก็ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีไปตามกฎหมาย โดยทางสำนักงานพระพุทธศาสนา (พศ.) ก็ส่งข้อมูลต่างๆไปยังจังหวัด ไปยังกสทช. และกรมศิลปากร ซึ่งดูแลเรื่องหอประวัติศาสตร์ให้ดำเนินการต่อ เบื้องต้นให้พศ.จังหวัด ทั่วประเทศแจ้งไปยังทุกวัดว่า ในกรณีที่จะมีผู้มาถ่ายทำรายการในลักษณะเรื่องผี ให้ทางวัดตรวจสอบและพิจารณาให้รอบคอบที่สุด เพราะถือว่าเรื่องนี้เป็นบทเรียนเรื่องหนึ่ง และกลายเป็นการส่งเสริมความเชื่องมงาย จึงขอให้ทางวัดพิจารณาว่ามีความเหมาะสมขนาดไหน

“การกระทำความผิดเสร็จไปแล้ว เหมือนการขโมยของไปแล้วจะเอามาคืนแล้วขอขมาไม่ได้ ก็ต้องดูข้อกฎหมายด้วยว่าเป็นอย่างไร แต่เรื่องนี้ถือว่าย่ำยีคนโคราชมากเกินไป ชาวโคราชก็ต้องการให้ดำเนินคดีตามกฎหมายจะได้เป็นบรรทัดฐานในครั้งต่อไป เผื่อจะมีใครมาบิดเบือนประวัติศาสตร์อีก จะได้รู้ว่าผลลัพธ์ของการบิดเบือน จะมีอะไรเกิดขึ้น” นายเทวัญ กล่าว

[fbcomments width="100%" count="off" num="5" countmsg="wonderful comments!"]