อู๊ด เป็นต่อ ลมแทบจับ โควิดทำพิษ ชาบู 60 สาขา เสียหายร่วมล้าน

เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร
กดติดตาม “ทีวีพูล”
เพิ่มเพื่อน

    ถ้าพูดถึงนักแสดงสายฮาที่มีวลีฮิตติดปากว่าพี่น้องครับหลายคนต้องคิดถึง อู๊ด เป็นต่อ ซึ่งช่วงหลังจะเห็นเจ้าตัวรับงานน้อยลง แต่ที่เพิ่มขึ้นก็คือชาบูอู๊ดเป็นต่อที่มีแทบทุกที่ในประเทศไทย จนเป็นที่กล่าวขานไปทุกภาคกว่า 60 สาขา  แต่ใครจะไปรู้ว่าเส้นทางสู่ความสำเร็จกลับไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบ กว่าจะเป็นอู๊ดวันนี้ผ่านมาหลายต่อหลายอาชีพ ทั้งยังมาเจอพิษโควิด ที่ทำให้ต้องปิดร้านไปทั้งหมด มูลค่าความเสียหายถึง 7 หลัก งานนี้ อู๊ด เล่าหมดเปลือกเมื่อผู้สื่อข่าวออนไลน์ ได้เข้าสัมภาษณ์ถึงเรื่องราวชีวิตดังกล่าว ในงานแถลงข่าว เป็นต่อ Uncensored สำมะเล เพลย์บอย ที่ เพลย์บอย สตูดิโอ

ชีวิตกว่าจะเดินทางมาเป็นอู๊ดเป็นต่อ เรียกว่าตลอดทางเจอแต่ถนนขรุขระ

อุ๊ด : ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเลย มีถนนลาดยางแค่นิดเดียว ถือว่ามาเร็วแล้วก็มาไกล แต่ถ้าหากว่าย้อนกลับมาดู ไม่ได้อยู่ที่ว่าการมาไกลมาใกล้ มันอยู่ที่ว่าเราผ่านอะไรมาบ้าง สิ่งที่ผ่านมามันเป็นความรู้สึกดี หรือว่าความรู้สึกไม่ดี เราก็จะเอามาปรับเรื่อยๆเป็นสเต็ปๆ

ส่วนลึกๆแล้วมันอยู่ที่ตัวเราเอง ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงใหม่ก็ชั่ง นักแสดงเก่าก็ชั่ง บางคนมาแป๊บๆ แต่บางคนเหมือนจะไปแล้วแต่ยังโผล่มาเรื่อยๆ การที่เราได้วางตัวอย่างเหมาะสมแล้วว่าเราจะวางแผนอนาคตยังไงกับขั้นบันไดต่อไป

ถ้าเกิดเราคิดว่าเรามีชื่อเสียงแล้ว จะพูดจะคิดอะไรก็ได้มันไม่ใช่ครับ แล้วยิ่งมาจากโซเชียลที่เป็นดาบสองคม เพราะทุกวันนี้มีทั้งคนที่รัก และไม่รักเรา อย่างผมมีสองฝั่งทั้งผู้ใหญ่ที่เรานับถือ เพื่อน พ่อแม่ พี่น้อง ฉะนั้นเราอยู่ตรงนี้เราต้องอยู่ให้เป็นเลย เราไม่ต้องหาคนผิด เราลงมือด้วยตนเองเลยว่าเราจะช่วยตัวเองได้แค่ไหน ผมจะคิดว่าตัวเองผิดไว้ก่อนผิดที่ไม่ทำไว้ “

ก่อนเป็นอู๊ดเป็นต่อ ทำอะไรมา

อุ๊ด : ทำหลายอย่างเลยครับ อันดับแรกเราเล่นดนตรี ร้องเพลง ช่างซ่อมนาฬิกา ขายน้ำอัดลม ขายไอติม เด็กเก็บของ คนขับรถ เด็กเสิร์ฟเราก็เป็น แต่การเป็นนั้น ถ้าเราเป็นทุกอย่างแปลว่าเราไม่ได้เลือก มันอยู่ในภาวะจำยอม และต้องปรับตัวให้ได้

อย่างเด็กเสิร์ฟไม่ใช่สักแต่เสิร์ฟ เราต้องรู้ว่าวิธีการเสิร์ฟเป็นยังไง ให้ลูกค้าประทับใจ รายละเอียดเล็กๆน้อยๆทุกอาชีพสำคัญหมดเลย อย่าดูถูกอาชีพตัวเองเพราะการที่คุณมีอาชีพคุณได้มีเงินเลี้ยงตัวเอง เลี้ยงที่บ้าน หลๅยคนมีคำถามว่า แล้วถ้าต้นทุนไม่เหมือนกัน ผมมีคำตอบให้ ยิ่งต้นทุนไม่เหมือนกัน คุณยิ่งขยันคุณยิ่งโตเร็ว

ริเริ่มด้วยตัวเองจนจับงานใหญ่เป็นชาบูเป็นต่อ

อุ๊ด : เริ่มแรกเลยมันเกิดจากการที่เราคิดว่าอาชีพนักแสดงมันไม่มั่นคงกับเรา ไม่ใช่แค่อาชีพนักแสดงนะ ทุกอาชีพก็ไม่มั่นคงถ้าคุณไม่ซื่อสัตย์กับมัน เลยคิดว่าในยุคที่เป็นต่อหยุดไปช่วงนึง เราก็คิดว่าถ้าเราไม่มีอาชีพสำรองเราจะทำยังไง เลยมองหาอาชีพที่สามารถต่อยอดให้กับลูกกับหลๅนทุกคน เพราะอาชีพนักแสดงมันเป็นเสน่ห์ส่วนตัว

บางคนเขาอาจจะไม่ชอบ บางคนเขาอาจจะชอบแต่ว่าเขาไม่มีเสน่ห์ ไม่ได้มีสิ่งดึงดูดให้คนอื่นมาดู มาชอบ เขาไม่มีคาแร็กเตอร์ เราจะยัดเหยียดให้เขาเป็นนักแสดงไม่ได้ เราเลยคิดว่าสักอๅชีพนึง เพราะเราก็เป็นคนชอบอาหาร ชอบกินอยู่แล้ว ที่สำคัญตอนนั้นบ้านภรรยาก็ทำอาหารอยู่แล้ว

คุณป้าก็เป็นครูสอนคหกรรม เราคิดว่าชาบูมันกินง่าย กินได้ทั้งครอบครัว แต่อะไรที่เป็นแรงจูงใจให้คนมากินของๆเรา อย่างแรกต้องรสชาติ ต้องมีการวัดชั่งตวง มีการทดสอบรีเสิร์ช จนมาเป็นชาบูเป็นต่อ ก็ริ่มจากการบอกกต่อเนี่ยแหละครับ ตอนนี้รวมก่อสร้างด้วยน่าจะ 60 สาขาแล้วครับ ภายใน 3 ปี เรียกว่ายิ่งก้าวกระโดดยิ่งต้องระวังในเรื่องของรายละเอียดทุกอย่างเลย

รายละเอียดพวกนี้อู๊ดเป็นคนจัดสรรทั้งหมด

อุ๊ด : ใช่ครับ เรามีเทรนเนอร์ที่เราคุยกันไว้ เพื่อเสน่ห์ของร้าน แล้วความสะอาดถูกหลักอนามัย

เราขายแฟรนไชส์ด้วยไหม

อุ๊ด : ใช่ครับ และในหนึ่งแฟรนไชส์เราก็ไม่มีหุ้นส่วน ถ้าจะขายแฟรนไชส์ก็ขายไปเลยพอถึงเวลาเราก็ไปเยี่ยม ไปสร้างสันทนาการให้ ไปคืนกำไรให้ลูกค้า

ช่วงโควิดที่ผ่านมาพี่อู้ดได้รับผลกระทบยังไงบ้าง

อุ๊ด : 1 ใน 77 ล้านคนคือผม โดนเต็มๆปิดทุกร้านวัตถุดิบที่เราสั่งมาและทำเก็บไว้ 1 เดือนมันยังพอโอเค แต่นี่มันถึง 3 เดือน ฉะนั้นมันหมดอายุแล้วเราต้องโล๊ะ แล้วมันไม่ใช่แค่เลข 3-4 หลัก มัน 7 หลักครับ ต้องยอมครับผมไม่อยากหๅคนผิดแม้ตัวเองจะติดลบ ตอนนี้ก็ยังติดลบอยู่ แต่เราก็ไม่ต้องเปิดเผยให้ใครรู้ไหม อย่างเฟสบุ๊คโซเชียลผมก็จะไม่เล่าเรื่องตัวเองมากไป ผมไปในสายบันเทิง เอ็นเตอร์เทรนมากกว่า

เครียดมากน้อยขนาดไหน

อุ๊ด : เครียดที่ไม่รู้ว่ามันจะปลดเมื่อไหร่ เครียดถึงขนาดคิดว่าธุรกิจเราเป็นอย่างนี้เราจะอยู่ยังไง เริ่มหาแผนสำรองละ ว่าถ้ามันเป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆก็นั่งขายที่บ้านเนี่ยแหละ ต้องหาทุกทางครับเพื่อให้มีรายได้ไม่ใช่ไปหาคนผิดให้ใครคนนึงมารับผิดชอบ เราถูกเลี้ยงมาให้ช่วยเหลือตนเองมาตั้งแต่เด็ก

น้องๆยังได้ทำงานกันอยู่ทุกคน

อุ๊ด : ได้ทำงานทุกคน แต่คนที่ต้องกลับไปเพราะเรื่องส่วนตัวบ้าง เรื่องค่าใช้จ่าย เรื่องค่าเดินทางก็ไม่ว่ากัน คนที่มาอยู่กับเราก็ต้องเรียนรู้ว่าจๅนแรกควรเรียงออกมาให้หน้าตาออกมาเป็นยังไง จนเดี๋ยวนี้ผมยกสาขาให้เขาบริหารเลย ผมอยๅกทำให้คนที่มาอยู่กับผม คนเรากว่าจะประสบความสำเร็จมันไม่ใช่ง่ายๆเลย เราต้องทำตามใจทุกคนที่เข้ามา

ตอนนี้สถานการณ์เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

อุ๊ด : ตอนนี้สถานการณ์น้ำท่วมมันเลยปากลงมาละ หายใจได้ แต่ก็ยังลำบากอยู่ ธุรกิจที่มันจะเป็นไปได้คือธุรกิจที่ได้กำไรสุทธิแล้วก็หมุนบริหารให้มันโตขึ้นเพื่อได้เครดิตสเกลใหญ่กว่าเดิม ผมคิดว่ากๅรทำเพื่อลูกหลานเป็นการทำดีมากแล้ว

คิดง่ายๆเลย ถ้าบรรพบุรุษเราไม่แลกด้วยเลือดเนื้อเราจะมีชีวิตจนถึงทุกวันนี้ไหม ลูกหลานก็เหมือนกันถ้าเราไม่เหนื่อยไม่แลกด้วยชีวิตไม่ทุบหม้อข้าวแล้วลูกหลานคุณจะกินอะไร

[fbcomments width="100%" count="off" num="5" countmsg="wonderful comments!"]