ทนายเดชา ออกตัวเตือน เก้า เกริกพล ถอนฟ้อง เจนนี่ ถ้าไม่อยากโดนฟ้องกลับ

เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร
กดติดตาม “ทีวีพูล”
เพิ่มเพื่อน

ยังคงเป็นประเด็นร้อน หลังจาก “ทนายเจมส์” หรือ “นายนิติธร แก้วโต” เดินทางมาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ พร้อม “เก้า เกริกพล เพชรรัตน์” เพื่อยื่นฟ้อง “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” หรือ “นางสาวรัชนก สุวรรณเกตุ” เป็นจำเลยที่ 1 และบริษัทได้หมดถ้าสดชื่น จำกัด เป็นจำเลยที่ 2 โดยมี “เจนนี่” เป็นกรรมการในบริษัทดังกล่าว ใน 2 ฐานความผิด ในการละเมิดลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ตามมาตรา 45 มาตรา 52 มาตรา 64 และการละเมิดลิขสิทธิ์ดนตรีกรรม ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มาตรา 27 โดยวันนี้เป็นการฟ้องร้องทางอาญา

ต่อมาในเวลา 14.40 น. ทีมทนายพร้อม “น้องเก้า” ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน หลังจากได้ยื่นเรื่องฟ้องต่อศาล โดยทนายชื่อดังเผยว่าวันนี้ได้ยื่นฟ้องนักร้องสาว 2 ฐานความผิดในคดีอาญาเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ รวมไปถึงความเป็นไปได้ว่าถ้านักร้องคนดังกล่าวถ้าไม่ยอมมาไกล่เกลี่ย ก็อาจจะยื่นเรื่องไปถึงยูทิวบ์ไทยแลนด์เพื่อขอให้เปิดดูรายได้ของเพลง “เลิกคุยทั้งอำเภอ” และถ้าเจรจาไม่ได้ตามข้อที่ตกลงกันไว้ อาจจะให้ยูทิวบ์ไทยแลนด์ถอดเพลงนี้ออกจากระบบ ส่วนตัวเลขคร่าวๆ 3 ล้านบาทนั้นก็คำนวณมาจาก 70 : 30 ที่ควรจะได้ตามยอดวิวของเพลง รับ “เจนนี่” เคยติดต่อมาเจรจา แต่ตกลงกันไม่ได้ตามตัวเลขที่เรียกไป

ด้านเก้า เกริกพล เผยตอนนี้ทุกอย่างให้ทนายเป็นคนจัดการ ตนเองเจ็บใจและเรื่องนี้กลายเป็นปมในใจมาตลอด ย้ำว่าถ้าอีกฝ่ายออกมาพูดความจริงตั้งแต่แรก เรื่องวันนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น ส่วนเงิน 10,000 บาทอีกฝ่ายบอกเป็นค่าขนมไม่ใช่ค่าจ้าง เผยไม่สนิทใจตั้งแต่วันแรกที่ไปออกรายการด้วยกัน ที่เห็นเฮฮาหน้ากล้องทั้งหมดแค่การแสดง เจ็บจี๊ดได้ค่าเหนื่อยแค่ 500 บาท และในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 เวลา 13.00 น. ศาลจะนัดทั้ง 2 ฝ่ายมาพูดคุยกันอีกครั้ง

ทนายเจมส์ : “วันนี้มายื่นฟ้องให้กับน้องเก้า กรณีการละเมิดสิทธินักแสดง และละเมิดสิทธิทางด้านดนตรีกรรม ยื่นฟ้อง 2 เรื่อง แต่ยังไม่ได้มีข้อเรียกร้อง เพราะเป็นอีกขั้นตอนนึง แต่นี่เป็นฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์เป็นคดีอาญาล้วนๆ ยังไม่มีส่วนของคดีแพ่งเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างประเด็นแรกคือทางนั้นยังไม่จ่ายตอบแทนให้กับนักแสดง ทางกฎหมายมองว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ กำหนดไว้ในมาตรา 52

ในทางของกฎหมาย ให้ทางฝั่งของนักแสดงหากเป็นคนเซ็นเอกสาร ใครที่อ้างว่าให้น้องไปรับจ้าง ต้องให้น้องเซ็นเอกสารในการมอบสิทธิ์เอาไปเผยแพร่ หรือเอาไปแสวงหาผลกำไร การที่ไม่ให้น้องเซ็นเอกสาร น้องได้เปรียบด้วยซ้ำ ซึ่งยังไม่ถึงขั้นตอนการอ้างสิทธิ 70-30 อันนี้เราพูดถึงการละเมิดลิขสิทธิ์อย่างเดียว เรายังไม่ให้การยินยอมให้ไปเผยแพร่ และในกระบวนการต่อไป สามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ แต่ในลักษณะการเจรจาและดำเนินคดีในส่วนของแพ่งมันสามารถไปพร้อมกันได้ แต่ตอนนี้พักในส่วนของแพ่งไว้ก่อน และมามุ่งในด้านของอาญาก่อน ซึ่งถ้าเราคุยกันให้รู้เรื่องกว่านี้ ซึ่งผมเชื่อว่าลึกๆ เราคุยให้รู้เรื่องกว่านี้ น่าจะทำได้แน่นอน”

ทนายเจมส์ : “เจนนี่ก็มีติดต่อมา แต่ตัวเลขตกลงกันไม่ได้ ซึ่งในส่วนของการเจรจาและตัวเลขนั้น มีผู้ใหญ่เข้ามาพูดคุย ก็ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ครับ ถามว่าเจนนี่เสนอเงินน้อยกว่าที่เราเรียกไปไหม ผมมองว่าอยู่ที่หลายๆ อย่าง บางคนอาจจะมองว่าน้อย คนอาจจะมองว่ามาก แต่ผมมองถึงสิทธิที่น้องเขาควรจะได้รับจริงๆ ซึ่งจะมากหรือน้อยนั้น ผมเรียกว่าตามสิทธิ์ที่พึ่งจะได้รับ และหลังจากวันนี้เราได้ยื่นคำขอไปแล้ว ทางฝ่ายนั้นสามารถเจรจา ขอไกล่เกลี่ยได้ตามทุกขั้นตอนตามกฎหมายกำหนด

คือตัวเลขคร่าวๆ เราคำนวณจากรายได้ที่อาจจะเป็น เพราะทุกวันนี้ยังไม่มีใครรู้เลยว่ารายได้ที่เกิดเพลงนี้ 350 ล้านวิวมันได้เท่าไหร่ แต่นี่เป็นการประมาณคร่าวๆ ว่าน่าจะตกอยู่ที่ 30% น่าจะประมาณ 3 ล้าน แต่ในขั้นตอนการเจรจากันไม่ใช่ 3 ล้าน แต่น้อยกว่านี้”

เก้า : “ก็เจ็บใจมาตลอด จนถึงขั้นเป็นปมในใจมาตลอด ผมอยากจะบอกว่าช่วงที่ผมไปอัดรายการในช่วงที่ดังเเรกๆ ผมก็ไม่ได้คุยกันนะ เเม้ว่าจะไปเจอกันตามรายการ ต่างฝ่ายต่างทำงานหน้าที่ของตัวเอง แต่พอหน้ากล้องต่างฝ่ายต่างเฮฮาเหมือนคนรู้จักและสนิทกัน ทุกอย่างคือการแสดง เพราะตอนนั้นเราเองก็ไม่ได้สนิทใจตั้งแต่รายการแรก ก็มีคุยกันบ้าง แต่เจอหน้ากันไม่ค่อยคุยอะไรกันมาก โดยสถานะความสัมพันธ์เริ่มลดลงจากที่ไม่ค่อยคุยกัน ก็หลังจากที่ไปออกรายการแล้วได้ 500 บาท”

จากนั้นไม่นานทางด้าน ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายชื่อดัง เจ้าของเพจ “ทนายคลายทุกข์” ก็ได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ว่า “มีแต่เสนอไม่มีใครสนอง เพราะเจนนี่เขาบอกว่า ถ้าคุณจะเอา70/30 คุณก็ต้องมาอยู่ในสังกัด อยู่ในค่ายได้หมดถ้าสดชื่น เพราะฉะนั้นถ้าคุณไม่ยอมมาอยู่ในสังกัด ก็เท่ากับสัญญาไม่เกิด ข้อเสนอไม่เกิดเขาก็ไม่ต้องจ่ายตังค์ ก็จบแค่นี้ครับ fc เจนนี่ แชร์ไปบอกเจนนี่ด้วยว่า คดีแบบนี้สบายๆเจนนี่ชนะแน่นอน เพราะอะไร ก็เพราะมันไม่ชัดเจน คำสนอง มันไม่เกิดหน้าที่ตามสัญญา มันมีแต่พูดกันไปพูดกันมาว่าไปคุยกันที่บ้าน แต่ไม่มีหลักฐานไง พอไม่มีหลักฐานก็ต่างคนต่างพูด ผมดูแล้วการฟ้องของน้องเก้า ค่อนข้างยาก โอกาสชนะคดีเอาตรงๆมีน้อยนมาก ผมว่ายอก ตอนจะไปแสดงก็เต็มใจ ไม่มีใครใครเอาปืนจี้”

อย่างไรก็ตามล่าสุด ทนายเดชา ก็ออกมาพูดต่อถึงกรณี น้องเก้า เกริกพล ออกมายื่นฟ้อง เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น “สวัสดีครับ สำหรับกรณีที่ น้องเก้า ไปฟ้องคดีอาญา กับเจนนี่ หาว่าละเมิดลิขสิทธิ์ ต้องจำคุก  บอกเลยว่าเป็นเรื่องร้ายแรงมาก คดีแบบนี้ ขะติดคุกหรือไม่ ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้นะครับ คดีน้องเก้ากับเจนนี่ ทะเลาะกัน เราอย่าไปยุยงส่งเสริมให้มีการฟ้องร้องกัน เพราะคดีนี้ มีความสุ่มเสี่ยงมาก ว่าน้องเก้ากับเจนนี่ มีปัญหากัน ก็ตกลงจะแบ่งผลประโยชน์ 30 กันหรือไม่ แล้ว เจนนี่ก็ปฎิเสธว่ามันเป็นการพูดคุยกัน ข้อเสนอ ให้อยู่ในค่ายได้หมดถ้าสดชื่น น้องเก้าก็ไปเอา ก็เท่ากับคำเสนอกับคำสนองไม่ตรงกัน  พอมันไม่ตรงกัน มันก็ไม่เกิดสัญญา ไม่เกิดหน้าที่ในการสัญญาผลประโยชน์ที่เสนอ เมื่อมันไม่ชัดเจนขนาดนี้ หลักฐานก็ไม่มีด้วย แล้วน้องเก้าดันไปฟ้องเป็นคดีอาญาด้วย เพราะฉะนั้นมันเสี่ยงมาก  ผมคุยกับทนายความวันนี้ไปออกกำลังกาย คุยกับเพื่อนๆทนายความหลายคนเขาบอกว่าเสี่ยงมาก เกมส์แบบนี้เสี่ยงมาก มันคือการเอาเด็กคนนึง ไปเล่นเกมส์เสี่ยงเพื่อให้ได้ความเสียหาย ถ้าเราอยากได้ค่าเสียหายจากน้องเจนนี่  ผมแนะนำน้องเก้านะครับน่าจะเป็นคดีเพ่งนะครับ เพราะเราจะเอาเงินค่าเสียหายในการฟ้องเนี้ย ติดคุก ถ้ามันไม่มีคดีตามสืบไม่ได้ ว่าเจนนี่กับน้องเก้า มีข้อตกลงกัน70/30เนี้ย  แพ้คดีนะ เพราะคดีอาญาที่ศาลจะจำคุกใครต้องปราศจากข้อสงสัยเลยนะถึงจะจำคุกได้ แค่คดีนี้ยังมีข้อสงสัยนะว่า มีข้อตกลง70/30 จริงหรือไม่ ถ้าสืบแล้วไม่ได้ มันจะกลายเป็นฟ้องเท็จแล้วนะครับ ติดคุกติดตารางนะครับ ติดคุกนิคือใครน้องเก้านะ ทนายไม่เกี่ยว คิดดีๆนะน้องนะ ถ้าถอนฟ้องได้ถอนเถอะครับ เชื่อลุงเดชานะครับ”

 

[fbcomments width="100%" count="off" num="5" countmsg="wonderful comments!"]