เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner
หลังจากมีประเด็นโจมตีอย่างหนักหลายเรื่องในโลกโซเชียล สำหรับนักร้องสาว เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น จนทำให้ต้องเงียบหายไปพักใหญ่ ทั้งเรื่องเงิน 70-30 เรื่องหนี้สินคุณแม่ที่มีเจ้าหนี้มาทวงเรื่อยๆ ดราม่าเรื่องสร้างบ้านให้คุณพ่อ ไหนจะเรื่องเด็กในค่ายทั้งที่ออกไปแล้ว และเด็กที่ยังอยู่กับค่าขนม 500 บาท

 

 

เก้า -เกริกพล เพชรัตน์” โพสต์แจงปมดราม่า หลัง “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” ยอมจ่าย 1 ล้านบาท แต่ เก้า -เกริกพล ไม่ยอมรับเงิน เก้า -เกริกพล ลั่นขอพูดเรื่องนี้เองครั้งสุดท้าย เก้า -เกริกพลกลายเป็นประเด็นดราม่าขึ้นมาทันที หลังนักร้องสาว เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ออกมาเผยว่ายินดีจ่ายให้เก้า -เกริกพล เพชรัตน์ 1 ล้านบาท และมองว่าที่เก้า -เกริกพล  เรียกมา 3 ล้านบาทนั้นไม่สมเหตุสมผล จนทำให้เกิดเสียงวิจารณ์อย่างหนักล่าสุดเก้า -เกริกพล ได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าวผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว เก้า -เกริกพล ระบุว่า “ตามที่มีข่าวว่า พี่เจนนี่เสนอเงินให้ผม 1 ล้านบาท แต่ผมไม่ยอมรับไว้ จนทำให้มีคนวิจารณ์ผมในทำนองเสียหายว่า ผมเห็นแก่เงินนั้น ผมขอใช้พื้นที่ตรงนี้ชี้แจงข้อเท็จจริงครับ ในประเด็นนี้ ผมไม่เคยได้รับการติดต่อโดยตรงจากพี่เจนนี่เลย พี่เจนนี่เคยส่งข้อความมาใน Facebook แต่ผมไม่ได้เปิดอ่าน เพราะผมคิดว่า เป็นเรื่องใหญ่แล้ว ควรให้ผู้ใหญ่ตัดสินใจแทนจะดีกว่าครับ ในการเจรจาแม่ของผมได้มอบหมายให้พี่ทนายเจมส์เป็นตัวแทน ซึ่งก็มีคนกลางเข้ามาเจรจาให้ ตอนแรกคนกลางเสนอตัวเลขมา 300,000 บาท และต่อมาเสนอเพิ่มให้ 500,000 บาท พร้อมทิ้งท้ายว่า ถ้าเพิ่มเป็น 1 ล้านจะจบไหม จะไปคุยกับพี่เจนนี่ให้ แต่คนคนกลางก็เงียบไป จนพี่ทนายเจมส์และทีมงานได้ยื่นฟ้องต่อศาลตามที่เป็นข่าว ส่วนประเด็นเรื่องที่มีข่าวว่า ผมเรียกเงิน 3 ล้านบาท ขออธิบายว่า เป็นการตอบคำถามของพี่นักข่าว ซึ่งในการสัมภาษณ์พี่นักข่าวถามว่า ถ้าจะเรียกร้องค่าเสียหายจะเรียกร้องเท่าไหร่ พี่ทนายเจมส์ตอบไปว่า เรียกประมาณ 3 ล้านบาท โดยประมาณการจากรายได้ที่ผมเคยได้รับจาก YouTube ซึ่งต้องมีเอกสารยืนยันที่ชัดเจนอีกครั้ง และพี่ทนายจะออกหมายเรียกเอกสารแสดงรายได้จากสรรพากร เพื่อให้ทราบรายได้ที่แท้จริงที่เกิดจากมิวสิควิดีโอเพลงและเพลง เพื่อการต่อรองหรือฟ้องคดีต่อไป เรื่องราวทุกอย่างจะจบลงได้ด้วยดีนะครับ ถ้าเราคุยกันด้วยความจริง” และยังบอกอีกว่า “ขอให้โพสต์นี้เป็นโพสต์เดียวที่ผมจะโพสต์ถึงเรื่องนี้ หลังจากนี้ขอให้ทางผู้ใหญ่เป็นคนดำเนินการทั้งหมด ส่วนผมจะขอทำงานในส่วนของผมต่อไปครับ ขอบคุณทุกคนที่เข้าใจและให้กำลังใจกันมาตลอดครับ”
ล่าสุดเก้า ได้เผยถึงเรื่องดังกล่าว ว่า“ที่ออกมาโพสต์ล่าสุด ผมก็ชี้แจงไปแล้วครับ และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะโพสต์เกี่ยวกับเรื่องนี้ จากนี้ผมก็จะทำงานของผมไปครับ ผมไม่ได้ขอ 3 ล้านครับ เพราะถ้าย้อนไปดูในไลฟ์สดที่พี่เจมส์พูดนะครับคนกลางไม่ได้ติดต่อผม คือทุกเรื่องจะติดต่อพี่ทนายหมดเลย ไม่ได้ติดต่อผมเลยครับเรื่องค่าตัวมันก็นานแล้วครับ อันนี้ผมมองว่าเป็นเรื่องของน้ำใจมากกว่า ถ้าเกิดเป็นน้ำใจให้ตั้งแต่แรกก็คงไม่เกิดเรื่องครับ ตอนนี้คนมองหน้าเงิน บางคนบอกว่าเก้าฟ้อง 3 ล้าน แต่บางคนยังไม่ได้ไปดูในไลฟ์สดเลยว่าเราพูดว่าอะไร เราแค่บอกว่ามันอาจจะมากกว่าหรือน้อยกว่า 3 ล้านก็ได้ เราไม่รู้ส่วนตรงนั้น ถ้าเกิดบริสุทธิ์ใจก็ออกมาพูด เราจะได้รู้ว่ามันเท่าไหร่ ถูกไหมครับ ส่วนที่เขาบอกว่าติดต่อเฟซบุ๊กแต่ไม่อ่าน คือพอเกิดเรื่องถึงติดต่อมาครับ ผมอยากรู้ว่าถ้าไม่เกิดเรื่องเขาจะติดต่อมาไหม หลังบ้านไม่ได้คุยครับ เขาทักมาแล้วผมก็ไปปรึกษาผู้ใหญ่ เพราะผมเห็นแล้วว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ ผมเลยไปปรึกษาผู้ใหญ่ เขาก็บอกว่าเราไม่ต้องอะไรแล้ว ปล่อยให้เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ดีกว่าครับ เขาบอกว่าถ้าคุยกันดีๆ เรื่องนี้อาจจะจบ ก็ครับ”
ความคืบหน้าล่าสุดในเฟซบุ๊กของสาวเจนนี่ ก็ได้มีการเคลื่อนไหวโดยโพสต์รูปตัวเอง พร้อมแคปชั่นว่า “เมื่อไหร่ที่เรามีสติ เมื่อนั้นแหละที่เราจะเอาชนะปัญหาทุกอย่างได้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับชีวิต อย่าลืมว่า แค่เราไม่ตายเป็นเรื่องดีที่สุดแล้ว คืนนี้ #เจนนี่ลิลลี่เต็มวง CK ปลวกแดง ระยอง มาหาเค้ากันเยอะๆนะคะทุกคน”
เจตนาแรกไม่ใช่อยากได้เงิน ผมก็บอกไปตั้งแต่แรกแล้ว ผมไม่อยากให้เอาเสียงและหน้าผมไปสร้างรายได้ครับ ผมไม่เสียดายครับ ก็จบกันไป ต่างคนต่างทำงานไป (ถ้าเขาให้ 3 ล้านหรือมากกว่านั้นเราจะยอมไหม?) ไม่ครับ ขอให้ลบทิ้งครับ (ยืนยันว่าขอให้ลบทิ้งเท่านั้น ไม่เอาเงิน?) ถ้าเกิดพี่เขาไม่อยากมีปัญหาถึงศาลก็ลบเลยครับ อันนี้ผมบอกเลยว่าถ้ามีน้ำใจตั้งแต่แรกก็คงไม่เกิดเรื่องครับ”
ล่าสุด ทนายเจมส์ ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กเพจอีกครั้ง โดยการโพสต์ข้อความเคลียร์ชัดถึงประเด็นเรื่องรายได้เพลง เลิกคุยทั้งอำเภอ ว่า “ฟังกันชัดๆ นะครับ เก้าเรียกร้อง 3 ล้าน หรือ เพียงแค่ประมาณการค่าตอบแทนตามสิทธิ์ที่ควรจะได้รับ ผลประโยชน์ที่ได้รับจากเพลงเป็นเงินจำนวนเท่าไหร่ คนที่รู้ดีแก่ใจ ก็คือ คนที่ได้รับเงินจาก YouTube คดีนี้ ฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์เท่านั้น ไม่ได้เรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น เอาง่ายๆ เพื่อแสดงความจริงใจ และให้สิ้นข้อสงสัยของสังคม ใครมีเอกสารยืนยันรายได้เพลงเลิกคุยทั้งอำเภอ ก็เปิดหลักฐานมาเลยว่า ได้เท่าไหร่กันแน่ ส่วนตัวเห็นว่า ไม่ควรปล่อยให้สังคมคิดกันไปเอง ต่างฝ่ายต่างมีกองเชียร์ของตัวเอง สังคมจะเกิดความบาดหมางใจกันเปล่าๆ สุดท้ายนี้ การแสดงความจริงใจเท่านั้นที่จะช่วยแก้ไขปัญหาทุกอย่างครับ”