“ซาร่า คาซิงกินี” เผย 4 ข้อเรียกร้องใหม่ถึง “ไมค์ พิรัชต์” กับการเลี้ยงดู “น้องแม็กซ์เวลล์”

เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร
กดติดตาม “ทีวีพูล”
เพิ่มเพื่อน

“ซาร่า คาซิงกินี” เผย 4 ข้อเรียกร้องใหม่ถึงไมค์ พิรัชต์” กับการเลี้ยงดู “น้องแม็กซ์เวลล์”

เป็นประเด็นที่ทุกหลายคนจับตามอง หลังจากที่ซาร่า คาซิงกินี” ได้ไปเปิดใจในรายการ โหนกระแส พูดถึงสาเหตุที่ไม่ยอมให้ไมค์ พิรัชต์” ได้มีสิทธิ์ปกครองลูกร่วมกัน เนื่องจากอีกฝ่ายจะขอลดคุณภาพชีวิตของลูกลง ในสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา จนเกิดความไม่ตรงกันของทั้ง 2 ฝ่าย แถมเคยถูกไล่ออกจากคอนโด สุดท้ายกับหอบลูกกลับไปอยู่ภูเก็ตบ้านเกิด ต่อมาทางด้านไมค์ พิรัชต์” ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าว ซึ่งหลังจากที่ไมค์ตัดสินใจยื่นฟ้องอดีตคนรัก ซาร่า คาซิงกินี” เพื่อขอสิทธิ์ดูแล “น้องแม็กซ์เวลล์” ลูกชาย ในฐานะผู้ปกครองร่วมกัน ด้วยน้ำตาซึม

ต่อมาหนุ่ม กรรชัย” ได้เชิญ ไมค์ พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล เปิดใจปมสุดอัดอั้น ยื่นร้องศาล ขอเป็นพ่อ น้องแม็กซ์เวลล์ แต่ ซาร่า คาซิงกินี ผู้เป็นแม่ ยื่นคัดค้าน โดยระหว่างสัมภาษณ์  ไมค์  พิรัชต์  มีสีหน้าเครียดไม่สบายใจอย่างมาก ก่อนร่ำไห้ด้วยนั้น และช่วงหนึ่งของการสัมภาษณ์ หนุ่ม กรรชัย ถึงกับประกาศกลางรายการว่า ไม่เคยพูดที่ไหน ตัวเองก็เป็นหนึ่งในลูกที่พ่อไม่จดรับเป็นลูก ตั้งแต่เกิด พ่อมีภรรยา 2 คน เกิดปัญหาพินัยกรรม สุดท้ายตัวเองต้องไปขึ้นศาล ศาลถามพ่อเซ็นรับรองหรือเปล่า เป็นเรื่องที่มีปัญหามาก ตนเป็นคนหนึ่งในนั้น ตนเข้าใจมาก ไม่เห็นด้วยที่ซาร่าจะคัดค้านไม่ให้แม็กซ์เวลล์มีพ่อ เพราะถ้า ไมค์ไปแต่งงานมีลูก แม็กซ์เวลล์ จะกลายเป็นลูกนอกสมรส ก่อนซาร่าจะยื่นข้อเสนอ 6 ข้อ ให้กับไมค์ ทั้งขอให้ไมค์จ่ายเงินเล่าเรียนของลูกที่ตนเองได้จ่ายไปแล้วที่โรงเรียนนานาชาติภูเก็ต ให้จ่ายคืนตนเอง และจ่ายค่าเทอมต่อไปในอนาคตลูก จนจบปริญญาเอก, จ่ายค่าคนขับรถและพี่เลี้ยง จนกว่าบุตรจะช่วยเหลือตัวเองได้, ให้จ่ายเงินเดือนให้กับ ซาร่า จากเดือนละ 3 หมื่น เป็น 5 หมื่น จนกว่าลูกจะมีรายได้หาเลี้ยงตัวเองได้, ขอให้ซื้อบ้านหรือคอนโดในกรุงเทพฯ ให้ลูก, ห้ามนำบุตรไปหารายได้เพื่อประโยชน์ของไมค์ และ หากผู้ร้องนำบุตรไปหารายได้ ถือว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อผู้ค้านร้ายแรง ผู้ค้านมีสิทธิ์กีดกัน จนกว่าจะสำนึกในการกระทำเท่านั้น แต่ก็ไม่แน่นอนว่าทำแล้ว จะได้เป็นพ่อตามกฎหมายหรือไม่?

ล่าสุด ซาร่า และทนายได้ออกมาเปิดใจสัมภาษณ์ พร้อมเผยตอนนี้ยกเลิก 6 ข้อเรียกร้องเดิมไปแล้ว พร้อมเผยข้อเรียกร้องใหม่ 4 ข้อ ซึ่งนางสาวศิรินทรา หรือ ศิริญญญ์รดา เลืองวัฒนะวณิชทนายผู้คัดค้านของสาวซาร่า ซึ่งยื่นคำร้องขอคัดค้านไปเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ได้เผยว่า…

ข้อ 1 ที่เราเรียกร้องไป คือ เราเลี้ยงลูกมาโดยตลอด และก็ให้โอกาสฝ่ายชายมาเยี่ยมตลอด โดยเวลาอบรมสั่งสอนควรจะเป็นอำนาจในการปกครองของเรา

ข้อ 2 คือ ทางฝั่งฝ่ายชายทำงานที่จีนเป็นหลัก 3-4 เดือน ก็กลับมาเมืองไทยทีนึง หรืออยู่เมืองไทย 1-2 สัปดาห์ เจอลูกนิดๆ หน่อยๆ เพราะทุกครั้งที่เขากลับมา เราก็ไม่เคยกีดกัน มันลำบาก ถ้ามีอะไรที่ต้องใช้อำนาจปกครองร่วมกัน หรือว่าเร่งด่วน ต้องเข้าโรงพยาบาล และฝ่ายชายอยู่ทางเมืองจีนมันจะลำบาก

ข้อ 3 เมื่อเขากลับมาเมืองไทย เขาเป็นนักแสดง งานค่อนข้างรัดตัว ลักษณะการทำงานเขาอาจจะไม่ค่อยมีเวลา ไม่มีเวลาเลี้ยงเด็ก สมมติถ้าเขามีอำนาจปกครอง และเอาลูกที่ยังเล็กอยู่ไปเลี้ยงเอง เด็กอาจจะต้องอยู่กับพี่เลี้ยงเป็นหลัก ซึ่งดีกว่าไหมถ้าให้อยู่กับแม่ที่เป็นคนให้กำเนิด

ข้อ 4 ทั้งคู่ไม่ได้แต่งงานกัน ไม่ได้อยู่ร่วมกันฉันท์สามี ไม่ได้อาศัยอยู่บ้านเดียวกัน ซึ่งเวลาใช้อำนาจการปกครอง ซึ่งคนที่ใช้อำนาจปกครองสามารถกำหนดได้ ให้ลูกอยู่ที่ไหน กำหนดถิ่นที่อยู่ และถ้าทั้งคู่ใช้อำนาจปกครองร่วมกันล่ะ ทั้งคู่มีสิทธิ์ในการตัดสินใจร่วมกัน และใครล่ะจะมีอำนาจในการตัดสินใจหลัก เพราะในเมื่อทั้งคู่มีคนละ 50 : 50 มันมีปัญหาแน่นอน เวลาหลักๆ พ่อแม่เลิกกัน ลูกต้องอยู่ฝ่ายไหน และต้องยินยอมให้อีกฝ่ายมาเยี่ยมตามสมควรนะ

ในส่วนของคำคัดค้าน เราไม่ได้เขียนลงรายละเอียดชัดเจน แต่หลักๆ เราจะคุยกันตอนไกล่เกลี่ย เราต้องแยกกันบิดาชอบโดยกฎหมายกับอำนาจปกครองบุตร 2 สิ่งนี้ที่ต้องแยกกัน เขาเป็นพ่อที่แท้จริง เขาเป็นพ่อตามสายเลือด ที่นี้การใช้อำนาจการปกครองตามกฎหมาย มันมีปัญหาตามที่เรียกร้องไป 4 ข้อ ที่ไม่ควรใช้อำนาจปกครองร่วม โดยที่ผ่านมาไม่ได้กำหนดขนาดนั้น ซึ่งต่อไปนี้การกำหนดหลังจากนี้จะดีต่อทั้งคู่ไหม แต่เท่าที่คุยกับฝ่ายหญิง ฝ่ายหญิงก็พร้อมที่ให้ฝ่ายชายเจอลูกได้เหมือนเดิม

โอเพ่นไกล่เกลี่ย ไม่อยากให้เป็นเรื่องราว ที่ผ่านมา เกิดจากการคุยกันไม่รู้เรื่อง?

ถามว่าที่จะไม่เหมือนเดิม เพราะยังใช้อารมณ์ในการตัดสินใจไหม ก็ต้องไปคุยตอนไกล่เกลี่ย ว่า อารมณ์ตอนนั้นทั้งคู่เป็นยังไง ทางฝ่ายหญิงพร้อมที่จะให้ฝ่ายชายเจอเหมือนเดิมแหละ แต่ต้องไปดูว่าคุยแล้วลงตัวยังไงบ้าง ถ้ามันลงตัวไม่ได้ ก็ต้องกำหนดไปเลย เราโอเพ่นในการไกล่เกลี่ย คือ ทางฝ่ายหญิงไม่อยากให้มันเป็นเรื่องเป็นราว เพราะมันเกิดจากการที่คุยกันไม่รู้เรื่อง แค่ไม่ได้สื่อสารกัน และเราอาจจะติดต่อเขาไปก่อนก็ได้ หรือถ้าทางนั้นพร้อม เราก็โอเค อยากให้เสร็จก่อนถึงวันที่ศาลนัด เราต้องคุยกับทนายฝ่ายนั้น เราก็ต้องเป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ยด้วย และ 6 ข้อที่เกิดมาก่อนหน้านี้ ยกเลิกไปหมดเลย

[fbcomments width="100%" count="off" num="5" countmsg="wonderful comments!"]